Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

ซิฟิลิส โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เรียนรู้ การสังเกตอาการ และวิธีป้องกัน

ซิฟิลิส จัดเป็นอีกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema Pallidum ซึ่งอาศัยอยู่ได้ในทุกส่วนของร่าง

Read in English ซิฟิลิส โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เรียนรู้ การสังเกตอาการ และวิธีป้องกัน
สารบัญ
ซิฟิลิส จัดเป็นอีกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema Pallidum ซึ่งอาศัยอยู่ได้ในทุกส่วนของร่างกาย เนื่องจากมีขนาดที่เล็กมากๆ แม้โรค ซิฟิลิส นี้อาจรู้สึกว่าไม่ได้ร้ายแรงหากเทียบกับโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แต่มันก็ทำให้ผู้ป่วยเองรู้สึกได้ถึงความทรมานได้ไม่น้อยเหมือนกัน ยิ่งสถิติที่ผ่านมาระบุชัดเจนว่าเริ่มมีคนป่วยด้วยโรคดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดใช้คำว่าในเมืองไทยโรคซิฟิลิสกำลังระบาดอย่างหนัก จึงจำเป็นต้องทำความรู้จักให้มากขึ้น

อาการของผู้ป่วยโรคซิฟิลิส

สำหรับคนที่ติดเชื้อซิฟิลิสส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่าตนเองป่วยโดยจะเริ่มแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อตั้งแต่ 10 วัน ไปจนถึง 3 เดือน แต่ถ้าช่วงเวลาที่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายแปลกๆ คือผ่านไปประมาณ 20 วัน อันเป็นช่วงที่เข้าสู่การติดเชื้อในระยะแรก สำหรับอาการของโรคนี้จะถูกแบ่งเอาไว้ทั้งสิ้น 3+1 ระยะ ประกอบไปด้วย
  • ระยะที่ 1 บริเวณทวารหนัก, ช่องคลอด, องคชาติ หรือตรงริมฝีปากจะเริ่มมีแผลริมแข็ง ลักษณะขอบนูนสีแดง โดยแผลที่ว่าเป็นได้ทั้งหลายแผล หรือแผลเดียวบริเวณที่คนๆ นั้นได้รับเชื้อผ่านเข้าไป ไม่ได้รู้สึกเจ็บ แล้วค่อยๆ หายไปประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องไม่ได้หมายถึงหายแต่เชื้อได้แฝงตัวเข้าไปในร่างกายแล้วจะพัฒนาสู่ขั้นต่อไปแต่ถ้าบางรายอาการหนักหน่อยอาจต่อมน้ำเหลืองบวม
  • ระยะที่ 2 เมื่อไม่ผ่านการรักษาอย่างถูกวิธีอาการจะค่อยๆ แสดงออกมากขึ้น ตามฝ่ามือฝ่าเท้ามีตุ่มลักษณะเหมือนผื่นจางๆ ขึ้นมา แต่ไม่คัน มีไข้ เพลีย ปวดเมื่อยตัว บางรายผมร่วง มักเกิดหลังมีแผลริมแข็งมาแล้ว ผู้ป่วยบางคนอาจมีแผลเกิดขึ้นด้านในลำคอ, ริมฝีปาก, ช่องปาก, ทวารหนัก หากยังไม่รู้สึกตัวเองแล้วไปหาหมดอาการจะรุนแรงขึ้น
  • ระยะแฝงเชื้อ จะเกิดขึ้นเมื่อป่วยมา 2 ระยะแล้วไม่มีการรักษา อาการนี้จะเหมือนเชื่อสงบลง ไม่ได้มีความน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วเชื้อยังคงแฝงตัวในร่างาย และโอกาสป่วยในระยะ 3 ก็สูขึ้น
  • ระยะที่ 3 15% ของคนไม่ได้รับการรักษาเลยทั้ง 2 ระยะ เชื้อจะกระจายไปจนทั่วร่างกายจนเข้าทำลายอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น ไขสันหลัง, สมอง, หัวใจ, เส้นประสาท, ตับ, ดวงตา, กระดูก, เส้นประสาท ส่งผลให้คนที่เป็นซิฟิลิสระยะนี้ซึ่งเรียกว่าระยะสุดท้ายจะมีอาการสมองเสื่อม กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวผิดปกติ ไม่สมดุล ตัวชา ขยับร่างกายลำบาก, ตาค่อยๆ บอด และเสียชีวิตในที่สุด
ตรวจ STI ให้เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูจุดบริการ

การติดต่อของโรคซิฟิลิส

พื้นฐานของโรคซิฟิลิสก็ไม่ได้ต่างกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างอื่น หรือสัมผัสกับแผลโดยตรง (ซึ่งก็เกิดจากมีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ป้องกันด้วยถุงยางอนามัยเป็นหลัก) โดยแผลที่เกิดขึ้นก็มีหลายจุด เช่น ทวารหนัก, อวัยวะเพศ, ช่องปาก นั่นเท่ากับว่าใครที่ไม่ได้ป้องกันแล้วมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก, ช่องปาก หรืออวัยวะเพศยังไงก็มีสิทธิ์ติดเชื้อสูง ขณะเดียวกันสตรีมีครรภ์ที่มีเชื้อโรคนี้อยู่จะทำให้ลูกเองกลายเป็นผู้ป่วยซิฟิลิสตั้งแต่เกิด แต่ที่ไม่ต้องห่วงก็คือคุณสามารถใช้ชีวิตกับคนป่วยซิฟิลิสได้ตามปกติ เช่น จูบ, ทานอาหารร่วมกัน, ในสระน้ำ หรือแม้แต่สัมผัสของกับของใช้ผู้ป่วยก็ไม่มีปัญหา

ความร้ายแรงของโรคซิฟิลิส

อย่างที่กล่าวไปว่าฟังดูเผินๆ อาจไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นัก แต่จริงแล้วโรคนี้สามารถทำให้พิการ หรือเสียชีวิตได้เลยเนื่องจากเชื้อเองได้กระจายสู่ทุกส่วนของร่างกายเรียบร้อยแล้ว นั่นเท่ากับว่าใครก็ตามที่ปล่อยให้เชื้อลุกลามโดยไม่รักษาจะหมดสิทธิ์ทันที อีกทั้งเมื่อร่างกายอ่อนแอลงแต่ยังไม่สนใจก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อเอชไอวี ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยระยะ 3 ถือว่าอันตรายต่อทารกในครรภ์มาก ขนาดว่าอาจเสียชีวิตหลังคลอด หรือแท้งระหว่างตั้งครรภ์ได้เลย
ตรวจ STI ใกล้บ้าน เพื่อดูแลได้เร็ว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาบริการตรวจ

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคซิฟิลิส

วิธีง่ายที่สุดของการป้องกันโรคนี้ คือ มีต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งหากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แฟน, ภรรยา, สามี ของตนเอง อย่างไรก็ตามหากรู้สึกสุ่มเสี่ยงว่าคู่นอนคุณจะมีโอกาสติดเชื้อก็ควรใช้ถุงยางอนามัยด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากรู้สึกว่าตนเองเริ่มมีอาการแปลกๆ เกิดขึ้นกับร่างกายแม้สวมถุงยางอนามัยก็ควรไปให้แพทย์ตรวจพร้อมทำการรักษาทันที เพราะการใช้ปากก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้เช่นกัน

แนวทางการรักษาซิฟิลิส

ซิฟิลิสรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่สูตรยาและการติดตามผลขึ้นกับระยะของโรค อาการ การตั้งครรภ์ และประวัติการรักษา จึงควรตรวจและรับยาจากสถานพยาบาล ไม่ซื้อยารับประทานเอง

  • ยาเพนิซิลลินชนิดฉีดเป็นแนวทางหลักสำหรับซิฟิลิสส่วนใหญ่ โดยจำนวนครั้งขึ้นกับระยะและระยะเวลาที่ติดเชื้อ
  • ผู้ตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิสต้องได้รับการรักษาด้วยเพนิซิลลินตามแนวทางของแพทย์ เพื่อป้องกันซิฟิลิสแต่กำเนิด
  • ซิฟิลิสที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ดวงตา หรือการได้ยินต้องได้รับการประเมินและใช้สูตรรักษาเฉพาะ
  • หากแพ้เพนิซิลลิน แพทย์จะพิจารณาทางเลือกตามภาวะของแต่ละคน ยาทางเลือกไม่เหมาะกับทุกกรณี

บางคนอาจมีไข้ ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มรักษา ซึ่งอาจเป็นปฏิกิริยา Jarisch–Herxheimer ไม่ใช่อาการแพ้ยา แต่ควรติดต่อผู้ให้บริการหากอาการรุนแรง การตรวจเลือดติดตามไม่มีตารางเดียวสำหรับทุกคน แพทย์จะกำหนดตามระยะโรคและปัจจัยสุขภาพ ควรแจ้งคู่นอนให้เข้ารับการประเมิน และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะครบ แผลหาย และผู้ให้บริการยืนยันว่าปลอดภัยที่จะกลับมามีเพศสัมพันธ์

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: About Syphilis เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  2. CDC: STI Treatment Guidelines เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี