Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

HIV POST-EXPOSURE PROPHYLAXIS

PEP: การป้องกัน HIV แบบฉุกเฉินหลังเหตุที่กังวล

PEP คือยาต้านไวรัสที่ใช้หลังอาจสัมผัส HIV เป็นภาวะที่ต้องประเมินอย่างเร่งด่วน—ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งดี และต้องเริ่มไม่เกิน 72 ชั่วโมง ไม่ควรรออาการหรือรอให้แน่ใจก่อนติดต่อสถานพยาบาล

PEP ป้องกัน HIV หลังเหตุภายใน 72 ชั่วโมง

หากเหตุเพิ่งเกิด ควรทำอะไรทันที

  1. ดูเวลา: ถ้ายังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ติดต่อห้องฉุกเฉิน คลินิก HIV หรือสถานพยาบาลที่ให้ PEP ทันที
  2. ไม่ต้องรออาการ: การติดเชื้อระยะแรกมักยังไม่มีอาการ และอาการไม่สามารถใช้ตัดสินว่าติดหรือไม่
  3. อย่ารอผลทุกอย่างถ้าแพทย์เห็นว่าควรใช้: แนวทาง CDC ระบุว่าสามารถเริ่มยาครั้งแรกทันทีและปรับแผนภายหลังเมื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติม
  4. บอกข้อมูลตรงไปตรงมา: เวลา ลักษณะการสัมผัส ถุงยางแตก การใช้เข็ม สถานะของแหล่งสัมผัส ยาประจำ และประวัติ PrEP/PEP ช่วยให้ประเมินได้แม่นยำ
PEP เป็นเรื่องแข่งกับเวลา: HIV สามารถเริ่มตั้งหลักได้เร็ว การประเมินภายในไม่กี่ชั่วโมงดีกว่าการรอจนใกล้ครบ 72 ชั่วโมง หลัง 72 ชั่วโมงโดยทั่วไปไม่แนะนำให้เริ่ม PEP แต่ยังควรไปตรวจและวางแผนติดตาม

PEP คืออะไร

PEP ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis เป็นการใช้ยาต้านไวรัสหลายชนิดร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ HIV ที่อาจเข้าสู่ร่างกายตั้งหลักเป็นการติดเชื้อถาวร โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วันตามใบสั่งแพทย์ PEP ไม่ใช่ “ยาล้างเชื้อ” และไม่รับประกันผล 100% ประสิทธิผลขึ้นกับการเริ่มเร็ว การรับประทานครบ และไม่มีเหตุสัมผัสใหม่ระหว่างติดตาม

เหตุที่อาจต้องประเมิน ได้แก่ เพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือช่องคลอดโดยไม่ได้ป้องกัน ถุงยางแตก การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน เข็มตำ หรือเลือด/สารคัดหลั่งที่มีโอกาสมี HIV สัมผัสเยื่อบุหรือผิวหนังที่มีแผล การสัมผัสน้ำลาย เหงื่อ น้ำตา หรือปัสสาวะที่ไม่มีเลือดปนโดยทั่วไปไม่ใช่เหตุที่ใช้ PEP แต่ให้บุคลากรทางการแพทย์ประเมินแทนการคาดเดาเอง

รับ PrEP ใกล้บ้าน เพื่อป้องกัน HIV อย่างมั่นใจ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาบริการ PrEP

สถานพยาบาลประเมินอะไรบ้าง

ผู้ให้บริการจะประเมินโอกาสที่สารคัดหลั่งมี HIV ช่องทางที่เข้าสู่ร่างกาย เวลาหลังเหตุ และสถานะ viral load ของแหล่งสัมผัสหากทราบ การตรวจพื้นฐานช่วยเลือกยาที่ปลอดภัยและวางแผนติดตาม แต่เมื่อ PEP มีข้อบ่งชี้ ไม่ควรชะลอการเริ่มยาเพียงเพราะยังรอผลบางรายการ

  • ตรวจ HIV แบบเลือดก่อนเริ่ม เพื่อดูสถานะพื้นฐาน
  • ตรวจการทำงานของไตและตับเพื่อเลือกสูตรยา
  • ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซีตามลักษณะเหตุ
  • ตรวจซิฟิลิส หนองใน และคลามัยเดียตามตำแหน่งสัมผัส
  • ตรวจการตั้งครรภ์เมื่อเกี่ยวข้อง และแจ้งการให้นมบุตร
  • ทบทวนยาประจำ อาหารเสริม ภูมิแพ้ยา และโรคประจำตัว

หากผลตรวจพื้นฐานยืนยันว่ามี HIV อยู่ก่อนแล้ว แพทย์จะเปลี่ยนจาก PEP ไปเป็นการรักษา HIV ที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ยา PEP ต่อเองโดยไม่มีการประเมิน

ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับวิธีที่สัมผัส
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับวิธีที่สัมผัสล้างหรือชะบริเวณสัมผัส รายงานผู้รับผิดชอบ และไปรับการประเมินทันที อย่ารอผลตรวจของแหล่งสัมผัสก่อนเริ่ม PEP หากแพทย์เห็นว่าควรให้ยา

ตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยเมื่อสัมผัสเลือดที่มี HIV ก่อนใช้ PEP ความเสี่ยงจริงขึ้นกับชนิดของของเหลว ปริมาณ ความลึกของแผล และ viral load ของแหล่งสัมผัส

  • ไม่มีความเสี่ยงที่ทราบ: เลือดสัมผัสผิวหนังปกติ — ล้างด้วยสบู่และน้ำ ไม่บีบหรือขัดแผล
  • ประมาณ 0.09%: เลือดเข้าตา จมูก หรือปาก — ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือและประเมินทันที
  • ต่ำกว่าเยื่อบุ: เลือดสัมผัสผิวหนังมีแผล — ความเสี่ยงไม่ทราบแน่นอน แต่ควรประเมินทันที
  • ประมาณ 0.23%: เข็มตำหรือของมีคมบาด — เป็นความเสี่ยงจากงานที่สำคัญที่สุดและต้องประเมิน PEP ด่วน
แหล่งข้อมูลทางการ ↗

ระหว่างรับประทาน PEP 28 วัน

รับประทานยาตรงเวลาตามใบสั่งและพยายามไม่ให้ขาดยา หากลืมยา ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง ให้ติดต่อคลินิกหรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำตามเวลาที่ลืม ผลข้างเคียงที่อาจพบ ได้แก่ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือท้องเสีย ซึ่งมักจัดการได้ การหยุดยาเองเพราะไม่สบายอาจลดประสิทธิผล จึงควรแจ้งทีมรักษาเพื่อช่วยแก้ไขหรือปรับยา

ช่วงเวลาเป้าหมาย
ทันที–72 ชั่วโมงประเมินและเริ่ม PEP โดยเร็วที่สุดเมื่อมีข้อบ่งชี้
ตลอด 28 วันรับประทานยาตามแผน จัดการผลข้างเคียง และไม่ขาดยา
ระหว่างติดตามตรวจ HIV ตามนัด โดยแนวทาง CDC ปี 2025 แนะนำราว 4–6 สัปดาห์และ 12 สัปดาห์หลังเหตุสัมผัส ทั้งนี้ให้ยึดแนวทางประเทศไทยและแผนของสถานพยาบาล
หลังจบยาประเมิน PrEP หากอาจมีโอกาสสัมผัสซ้ำ

ระหว่างช่วงติดตามควรใช้ถุงยาง ไม่ใช้เข็มร่วมกัน และงดบริจาคเลือด อวัยวะ หรืออสุจิจนพ้นระยะที่ผู้ให้บริการกำหนด เพราะยังไม่สามารถสรุปสถานะจากผลตรวจเร็วเพียงครั้งเดียว

องค์กรควรเตรียมระบบรับมือการสัมผัสจากการทำงาน
องค์กรควรเตรียมระบบรับมือการสัมผัสจากการทำงานหลีกเลี่ยงการระบุเบอร์ต่างประเทศในสื่อไทย องค์กรควรใช้ช่องทางฉุกเฉินและผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวชกรรมของตนเอง

เหตุเข็มตำ ของมีคมบาด หรือเลือดกระเด็นเข้าตา ปาก จมูก หรือผิวหนังที่มีแผล ต้องได้รับการประเมินทันทีอย่างเป็นความลับ

  • เข้าถึงการประเมินตลอดเวลา — PEP มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเริ่มเร็วที่สุด และต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมง
  • มีแนวทางเป็นลายลักษณ์อักษร — กำหนดการปฐมพยาบาล รายงาน ประเมินแหล่งสัมผัส จ่าย PEP และตรวจติดตาม
  • อบรมและทบทวนสม่ำเสมอ — ให้บุคลากรรู้วิธีป้องกัน ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรายงานโดยไม่ถูกตำหนิ
  • รักษาความลับและสนับสนุนใจ — จำกัดการเข้าถึงข้อมูลและมีผู้ประสานงานช่วยเหลือผู้สัมผัส
แหล่งข้อมูลทางการ ↗

การตรวจหลังจบ PEP

การตรวจติดตามจำเป็นแม้รับประทานยาครบและไม่มีอาการ ตารางนัดอาจแตกต่างตามชนิดการตรวจ แนวทางของประเทศ ภาวะไวรัสตับอักเสบซีร่วม และเหตุสัมผัสใหม่ หากมีไข้ ผื่น เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออาการคล้ายไวรัสระหว่างหรือหลัง PEP ให้ติดต่อสถานพยาบาล ไม่ควรรอวันนัดถัดไป

หากมีเหตุสัมผัสใหม่ระหว่างใช้ PEP ต้องแจ้งแพทย์ เพราะวันสิ้นสุดยาและแผนตรวจอาจต้องเปลี่ยน ผู้ที่มีเหตุซ้ำควรวางแผนเปลี่ยนจาก PEP ไป PrEP อย่างต่อเนื่องโดยไม่เว้นช่วงที่ไม่มีการป้องกันตามคำแนะนำของคลินิก

ค้นหาสถานบริการ HIV และ PEP

PEP ต่างจาก PrEP อย่างไร

หัวข้อPEPPrEP
ช่วงเวลาหลังเหตุฉุกเฉิน เริ่มไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ
ระยะใช้โดยทั่วไป 28 วันใช้ตามช่วงชีวิตและแผนป้องกัน
เหมาะกับเหตุเฉพาะที่เพิ่งเกิดการป้องกันล่วงหน้าหรือโอกาสสัมผัสซ้ำ
สิ่งที่เหมือนกันต้องยืนยันสถานะ HIV ใช้ยาตามแผน และติดตามกับสถานพยาบาล
สนใจเริ่ม PrEP? คุยกับสถานบริการใกล้คุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ หาสถานบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PEP

ครบ 72 ชั่วโมงพอดียังทันหรือไม่

อย่าคำนวณจนเสียเวลา ให้ไปสถานพยาบาลทันที การเริ่มเร็วกว่าดีกว่า และแพทย์จะพิจารณาเวลาจริงกับลักษณะเหตุ

ซื้อยากินเองได้หรือไม่

ไม่ควร เพราะต้องยืนยัน HIV ประเมินไต ตับ ปฏิกิริยาระหว่างยา และเลือกสูตรที่ครบ การได้ยาไม่ครบหรือผิดสูตรอาจไม่ปลอดภัย

PEP ป้องกัน STI หรือการตั้งครรภ์หรือไม่

ไม่ป้องกัน ต้องประเมินการคุมกำเนิดฉุกเฉิน การตรวจ STI วัคซีน และการรักษาอื่นแยกกัน

ดูแลต่อระหว่างและหลังใช้ PEP

PEP เป็นการรับมือฉุกเฉิน ไม่ใช่วิธีป้องกันประจำ ให้กินยาครบตามที่สั่งและไปตรวจติดตามแม้รู้สึกปกติ หากอาเจียน ลืมยา ยาใกล้หมด หรือมีเหตุเสี่ยงใหม่ ให้ติดต่อบริการที่จ่ายยาทันที ไม่ควรหยุดยาเพราะผลข้างเคียงเล็กน้อยโดยไม่ปรึกษา เพราะหลายอาการจัดการได้ แต่ถ้ามีผื่นรุนแรง หายใจลำบาก ตัวเหลือง หรืออาการหนักอื่นต้องรีบประเมิน

ต้องตรวจ HIV ติดตาม เพราะการตรวจทันทีหลังเหตุการณ์ยังตัดการติดเชื้อจากเหตุการณ์นั้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะเลือกวิธีและวันตรวจตามเหตุสัมผัส สูตรยา และแนวทางปัจจุบัน รวมถึงอาจตรวจ STI ประเมินวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี คุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือจัดการช่วยเหลือหลังความรุนแรงทางเพศและอุบัติเหตุจากงาน

ก่อนยาหมด ควรวางแผนป้องกันระยะต่อไป หากยังมีโอกาสเสี่ยง สามารถประเมินเริ่ม PrEP ต่อจาก PEP ได้โดยไม่เกิดช่วงว่าง สำหรับเหตุจากการทำงาน ให้บันทึกเหตุการณ์และใช้ระบบอาชีวอนามัยที่รักษาความลับ เหตุสัมผัสเป็นเรื่องการแพทย์ที่ต้องรีบดูแล ไม่ใช่เหตุให้กล่าวโทษผู้ได้รับอุบัติเหตุ

  • กินยาครบและติดต่อคลินิกก่อนยาหมด
  • ไปตรวจ HIV ตามนัดทุกครั้ง
  • ถามเรื่อง STI วัคซีน การคุมกำเนิด และสุขภาพใจตามความจำเป็น
  • วางแผน PrEP หรือวิธีป้องกันต่อเนื่องก่อน PEP สิ้นสุด
ประเด็นสำคัญ: หากมีเหตุเสี่ยงใหม่ระหว่างกิน PEP ให้ติดต่อผู้สั่งยา ไม่ควรยืดหรือปรับสูตรเอง

แหล่งอ้างอิงทางการ

  1. CDC HIV Nexus: Clinical Guidance for PEP
  2. CDC 2025: แนวทาง PEP หลังการสัมผัสนอกสถานที่ทำงาน
  3. CDC: Preventing HIV with PEP
  4. CDC: Preventing HIV
  5. Love2Test: ค้นหาคลินิก

เรียนรู้หัวข้อต่อไป

จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี