Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

PEP คืออะไร? ยาต้านฉุกเฉิน HIV ภายใน 72 ชั่วโมง

ยา PEP คืออะไร เริ่มเร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง ใช้ 28 วัน พร้อมข้อควรรู้เรื่องอาหาร ยาเสริม การพลาดยา และการตรวจติดตามโดยไม่รออาการ HIV

Read in English PEP คืออะไร? ยาต้านฉุกเฉิน HIV ภายใน 72 ชั่วโมง
สารบัญ

กินยา PEP ห้ามกินอาหารหรือยาอะไรบ้าง?

ไม่มีรายการอาหารต้องห้ามเหมือนกันทุกสูตร ต้องตรวจฉลากและคำแนะนำของยาที่ได้รับ แจ้งยาประจำ ยาลดกรด วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร และอาหารเสริม เพราะบางชนิดต้องแยกเวลาหรือเปลี่ยนยา ไม่งดอาหารจำเป็นหรือหยุดยาเอง และไม่ใช้แอลกอฮอล์หรือสารจนพลาดยา

ถ้ามีเหตุเสี่ยงซ้ำ ยังขอ PEP ได้ไหม หรือจะดื้อยาแน่นอน?

ให้ประเมินใหม่ตามเหตุและเวลา ไม่ใช่ปฏิเสธการดูแลเพราะเคยใช้ PEP และไม่ได้แปลว่าจะดื้อยาแน่นอน หากเหตุล่าสุดยังอยู่ใน 72 ชั่วโมงควรรีบประเมิน พร้อมวางแผน PrEP สำหรับการป้องกันต่อเนื่องและตรวจ HIV ตามนัด

ตรวจ HIV ตั้งต้นเป็นลบแล้ว หยุด PEP หรือไม่ต้องตรวจซ้ำได้ไหม?

ไม่ได้ ผลตั้งต้นไม่ตัดเหตุสัมผัสที่เพิ่งเกิด ใช้ยาตามแผน 28 วันและติดตามตามคลินิก หากอาเจียน พลาดยา หรือมีอาการผิดปกติ ให้ติดต่อผู้สั่งยา ไม่เพิ่มยาเป็นสองเท่าหรือหยุดเอง โดยทั่วไปมีนัดตรวจสำคัญราว 4–6 และ 12 สัปดาห์หลังเหตุสัมผัส

แหล่งข้อมูลสำหรับคำตอบเหล่านี้
PEP (Post-Exposure Prophylaxis) คือยาต้านไวรัสสำหรับป้องกัน HIV หลังเหตุการณ์ที่อาจสัมผัสเชื้อ ต้องเริ่มให้เร็วที่สุดและไม่เกิน 72 ชั่วโมงเมื่อผู้ให้บริการประเมินว่ามีข้อบ่งใช้ โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วัน ควรตรวจ HIV ตั้งต้นโดยเร็ว แต่ไม่ควรชะลอ PEP ที่มีข้อบ่งใช้เพื่อรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ หากตรวจพบว่าเคยมี HIV อยู่แล้ว ผู้ให้บริการจะเปลี่ยนไปวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ความเสี่ยงใดบ้างที่ควรทานยา PEP

  • ผู้มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย
  • เกิดอุบัติเหตุระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด รั่ว หรือหลุดออก
  • ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกข่มขืน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ
  • ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยา สารเสพติดที่ใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น
  • เจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ถูกเข็มทิ่มตำ มีดผ่าตัดบาด หรือสัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อ

รับยาเป๊ป PEP ได้ที่ไหน

การรับยาเป๊ป จะต้องติดต่อสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป หรือตามสื่อออนไลน์ได้ เพราะยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีฉุกเฉินนี้ จะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยง จากเจ้าหน้าที่ หรือแพทย์ก่อนจ่ายยาเสมอ อีกทั้งยังต้องมีการ ตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี และอื่นๆ ด้วย หลังทานยาหมด ควรกลับไปที่สถานพยาบาลเดิมเพื่อทำการตรวจเลือดอีกครั้ง

ประเมินและเริ่มยาโดยไม่เสียเวลา

แจ้งเวลาและลักษณะเหตุสัมผัส การใช้ PrEP ยาประจำ และประวัติสุขภาพ ผู้ให้บริการจะประเมิน ตรวจ HIV ตั้งต้น และเลือกการตรวจอื่นตามเหตุ หากมีข้อบ่งใช้ ไม่ควรชะลอยาเม็ดแรกเพื่อรอผลแล็บที่ยังไม่ออก แล้วจึงปรับแผนเมื่อทราบผล

หากมีผลบ่งชี้ว่ามี HIV อยู่แล้ว ต้องตรวจยืนยันและเข้าสู่แผนรักษา HIV ไม่ใช้ PEP แทนการรักษา ส่วนผู้ที่เลย 72 ชั่วโมงยังควรไปประเมินการตรวจ STI ไวรัสตับอักเสบ และการป้องกันครั้งต่อไป

ถึงเวลาตรวจ HIV หรือยัง? * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูบริการตรวจ HIV

PEP ป้องกันหลังสัมผัส ไม่ใช่ยาสร้างภูมิคุ้มกัน

PEP ใช้ยาต้านไวรัสร่วมกันเพื่อขัดขวางการเพิ่มจำนวนของ HIV ในช่วงหลังสัมผัส ไม่ใช่วัคซีนหรือยาสร้างภูมิคุ้มกันถาวร ไม่ป้องกัน STI อื่นหรือการตั้งครรภ์ และไม่รับประกันผล 100% จึงต้องใช้ครบและตรวจติดตาม

ใช้ครบ 28 วันตามสูตรที่ได้รับ

ใช้ตามขนาด เวลา และข้อแนะนำเรื่องอาหารของผู้สั่งยา ตั้งเตือนเพื่อช่วยไม่ให้พลาด หากลืมหรืออาเจียนให้สอบถามคลินิกหรือเภสัชกรพร้อมชื่อยาและเวลาที่ใช้ล่าสุด ไม่ใช้คำแนะนำการชดเชยเหมือนกันกับทุกสูตร ไม่เพิ่มยาเป็นสองเท่า และไม่หยุดเพราะผลตั้งต้นเป็นลบ

สิ่งที่ต้องแจ้งและติดตามระหว่างใช้ PEP

แจ้งยาทั้งหมด รวมถึงยาลดกรด แร่ธาตุ สมุนไพร และอาหารเสริม เพื่อตรวจปฏิกิริยาระหว่างยา ไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกชนิดหรือหลีกเลี่ยงคนทั่วไปเพียงเพราะใช้ PEP เก็บยาตามฉลากและไปตามนัด หากผลข้างเคียงรบกวนการใช้ยาให้ขอความช่วยเหลือก่อนหยุดเอง

ใช้ถุงยาง ไม่ใช้อุปกรณ์ฉีดร่วมกัน และแจ้งเหตุสัมผัสใหม่ทันที วางแผนตรวจติดตามและการป้องกันต่อเนื่องร่วมกับผู้ให้บริการโดยไม่ตีตราตนเองหรือคู่

ผลข้างเคียงของ PEP

PEP อาจทำให้คลื่นไส้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือท้องเสียได้ อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง แต่หากรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรติดต่อผู้ให้บริการแทนการหยุดยาเอง PEP ช่วยลดความเสี่ยงได้มากเมื่อเริ่มเร็วและใช้ครบตามแผน แต่ไม่สามารถรับประกันการป้องกันได้ 100% จึงต้องมาตรวจติดตามตามนัดและปรึกษาเรื่อง PrEP หากอาจมีความเสี่ยงต่อเนื่อง

PEP หลังเหตุฉุกเฉิน ส่วน PrEP ใช้ป้องกันก่อนสัมผัส

PEP เป็นหลักสูตร 28 วันหลังเหตุสัมผัส ส่วน PrEP เป็นการป้องกันก่อนสัมผัสที่มีหลายรูปแบบและต้องประเมินตามสูตร ไม่ใช่ทุกคนใช้ตารางเดียวกัน ผู้มีโอกาสสัมผัสต่อเนื่องควรวางแผนเปลี่ยนจาก PEP เป็น PrEP โดยไม่มีช่วงว่างเมื่อผู้ให้บริการประเมินว่าเหมาะสมและตรวจตามแผน

สูตรยาต้องเลือกเป็นรายบุคคล

แนวทางใช้ยาต้านไวรัส 3 ชนิด โดยอาจรวมอยู่ในเม็ดเดียวหรือหลายเม็ด ผู้สั่งยาจะเลือกจากการทำงานของไต ตับ การตั้งครรภ์ ยาอื่น และแนวทางที่ใช้ในสถานพยาบาล ไม่ใช่ทุกคนต้องได้รับ TDF/FTC/DTG เหมือนกัน และไม่ควรซื้อยามาประกอบสูตรเอง

สรุปแผนหลังเหตุสัมผัส

ไปประเมินทันที ไม่รอครบ 72 ชั่วโมง ใช้ PEP เมื่อมีข้อบ่งใช้ให้ครบ 28 วัน ติดต่อคลินิกหากพลาดยา อาเจียน หรือมีเหตุใหม่ และตรวจติดตามตามใบนัด การเคยใช้ PEP ไม่ใช่เหตุให้ละเลยเหตุสัมผัสครั้งใหม่ หากมีโอกาสสัมผัสบ่อยให้คุยเรื่อง PrEP ไม่ใช้ความกลัวดื้อยาขัดขวางการรับบริการ

PEP (เป๊ป) คือยาต้านไวรัสเพื่อป้องกัน HIV หลังเหตุการณ์ที่อาจสัมผัสเชื้อ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ควรเริ่มให้เร็วที่สุด—เหมาะที่สุดภายใน 24 ชั่วโมงและไม่เกิน 72 ชั่วโมง—โดยไม่รอให้อาการเกิด หลักสูตรมาตรฐานใช้ยา 28 วันและต้องมีการตรวจติดตาม

ตรวจ HIV ใกล้บ้านอย่างเป็นส่วนตัว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาสถานบริการ

ขั้นตอนเมื่อเพิ่งมีความเสี่ยง HIV

  • ล้างผิวด้วยสบู่และน้ำ หรือชะล้างตา/เยื่อบุด้วยน้ำสะอาด ไม่บีบแผลและไม่ใช้สารกัดหรือยาฆ่าเชื้อเข้มข้น
  • จดเวลาที่เกิดเหตุ ชนิดการสัมผัส ถุงยาง/PrEP ที่ใช้ และยาประจำ แล้วไปสถานพยาบาลทันที
  • ตรวจ HIV เบื้องต้นและการตรวจอื่นตามเหตุ แต่ไม่ควรเลื่อนยาเข็มหรือเม็ดแรกเพื่อรอผลแล็บที่ใช้เวลานานเมื่อมีข้อบ่งชี้
  • รับยาครบ 28 วัน นัดติดตาม และติดต่อคลินิกหากอาเจียน พลาดยา มีผลข้างเคียง หรือเกิดเหตุสัมผัสใหม่

หลังจบ PEP ต้องตรวจเมื่อไรและเปลี่ยนเป็น PrEP ได้ไหม

แนวทาง CDC ปี 2025 แนะนำการติดตามทางคลินิกและการตรวจ HIV โดยมีช่วงสำคัญราว 4–6 สัปดาห์และ 12 สัปดาห์หลังเหตุสัมผัส แต่ตารางจริงอาจต่างตามชนิดการตรวจ การใช้ยาต้านไวรัส ไวรัสตับอักเสบซี และเหตุสัมผัสใหม่ ให้ยึดใบนัดของสถานพยาบาล

หากมีโอกาสสัมผัสซ้ำ ควรวางแผนเปลี่ยนจาก PEP เป็น PrEP โดยไม่เกิดช่วงว่างที่ไม่มีการป้องกัน การเปลี่ยนต้องยืนยันผล HIV และเลือกสูตรกับวันเริ่มตามบุคลากรสุขภาพ

คำถามที่พบบ่อย

PEP ต้องเริ่มภายในกี่ชั่วโมง?

เริ่มเร็วที่สุด เหมาะที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง และไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเหตุสัมผัสที่มีนัยสำคัญ หลังจากนั้นไม่แนะนำให้เริ่ม PEP

กิน PEP กี่วัน?

หลักสูตรมาตรฐานคือ 28 วัน ใช้ยาตามแผนทุกวันและไม่หยุดเองแม้ผลตรวจเบื้องต้นเป็นลบ

PEP ป้องกันได้ 100% ไหม?

ไม่รับประกัน 100% ประสิทธิผลขึ้นกับการเริ่มเร็ว ใช้ยาครบ และไม่มีเหตุสัมผัสใหม่ จึงต้องตรวจติดตามตามนัด

PEP ซื้อร้านขายยาได้ไหม?

ควรได้รับการประเมินและจ่ายยาโดยบุคลากรสุขภาพ เพราะต้องตรวจ HIV ประเมินความเสี่ยง ปฏิกิริยาระหว่างยา และวางแผนติดตาม อย่ารอหาร้านจนพ้น 72 ชั่วโมง

แหล่งข้อมูลหลักที่ใช้ตรวจทาน: CDC: Clinical Guidance for PEP · CDC 2025 nPEP Recommendations · Love2Test: ค้นหาคลินิก

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: Clinical Guidance for PEP เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  2. CDC: 2025 nPEP Guidelines เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  3. NIH HIVinfo: HIV Treatment Basics เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี