Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

SEXUALLY TRANSMITTED INFECTIONS

STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดไม่มีอาการเลย คุณจึงอาจมีเชื้อโดยไม่รู้ตัว ถ้าตรวจให้ตรงกับจุดที่เคยสัมผัส และรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ช่วยกันไม่ให้อาการลุกลาม และไม่เผลอส่งต่อเชื้อให้คนอื่น

ข้อมูลการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

STI คืออะไร

STI คือการติดเชื้อที่ถ่ายทอดผ่านเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก และบางชนิดถ่ายทอดผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศได้ ผลการรักษาแตกต่างกันตามเชื้อ: ซิฟิลิส หนองใน และคลามัยเดียโดยทั่วไปใช้ยาปฏิชีวนะรักษาให้หายได้ เริมและ HIV ควบคุมได้ด้วยยาแต่ยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อออกจากร่างกาย ส่วนไวรัสตับอักเสบซีสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์ตรง ที่สำคัญคือ การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่มีการติดเชื้อ

แบคทีเรีย vs ไวรัส
รักษาหายได้ (แบคทีเรีย)
ซิฟิลิส
หนองใน
คลามัยเดีย (หนองในเทียม)
ผลการรักษาต่างกัน (ไวรัส)
เริม
เอชพีวี (HPV)
ไวรัสตับอักเสบ
STI จากแบคทีเรียหลายชนิดรักษาหายได้ แต่ต้องคำนึงถึงการดื้อยา · STI จากไวรัสต้องอธิบายเป็นรายโรค: บางโรคควบคุมได้ บางโรคป้องกันได้ด้วยวัคซีน และไวรัสตับอักเสบซีรักษาหายได้
ตรวจเอชไอวี รับ PrEP ใกล้บ้าน * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาสถานบริการ

ซิฟิลิส

ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ระยะแรกมักขึ้นเป็นแผล แต่เป็นแผลที่ไม่เจ็บ และหายเองได้ หลายคนเลยนึกว่าหายแล้ว ทั้งที่เชื้อยังอยู่ในตัว ต่อมาอาจมีผื่นขึ้นตามตัว รวมถึงที่ฝ่ามือฝ่าเท้าซึ่งเป็นจุดสังเกตได้ อาจมีไข้หรือต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา เชื้อจะหลบซ่อนอยู่เงียบ ๆ แล้วก่อปัญหาร้ายแรงในระยะยาวได้ โชคดีที่ตรวจง่าย แค่เจาะเลือด และรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามระยะของโรค คนท้องก็ควรตรวจด้วย เพื่อไม่ให้เชื้อส่งต่อไปถึงลูก

หนองในและหนองในเทียม

เชื้อหนองในและหนองในเทียมอยู่ได้หลายจุด ทั้งท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก และลำคอ อาการที่พบบ่อยคือ ปัสสาวะแสบขัด มีหนองหรือตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อย แต่หลายคนก็ไม่มีอาการอะไรเลย จุดสำคัญคือต้องเก็บตัวอย่างตรวจให้ตรงกับจุดที่เคยสัมผัส ไม่ใช่ตรวจแค่ปัสสาวะอย่างเดียวเสมอไป เช่น ถ้ามีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทวารหนัก ก็ต้องเก็บตัวอย่างจากจุดนั้นด้วย และควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น เพราะกินยาเองผิด ๆ จะทำให้เชื้อดื้อยาได้

HPV เริม และไวรัสตับอักเสบ

HPV มีหลายสายพันธุ์ บางชนิดทำให้เกิดหูดและบางชนิดเกี่ยวข้องกับมะเร็ง การฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองตามคำแนะนำช่วยลดความเสี่ยงได้ ส่วนเริมอาจทำให้เกิดตุ่มหรือแผลที่กลับเป็นซ้ำ ยาต้านไวรัสช่วยลดอาการและโอกาสถ่ายทอดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบีป้องกันได้ด้วยวัคซีน ขณะที่ไวรัสตับอักเสบซีสามารถรักษาให้หายได้ในคนส่วนใหญ่ด้วยยาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์ตรง

PrEP อาจเป็นตัวเลือกของคุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ สำรวจทางเลือก PrEP

ตารางสรุปการตรวจ

เชื้อ ตัวอย่างที่ใช้ตรวจ การรักษา/ดูแล
ซิฟิลิส เจาะเลือด และดูแผลที่ผิวหนัง ให้ยาปฏิชีวนะ แล้วเจาะเลือดติดตามผล
หนองใน/หนองในเทียม ตรวจปัสสาวะ หรือใช้ไม้ swab ป้ายจุดที่สัมผัส ยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง
HIV เจาะเลือด หรือชุดตรวจที่ได้มาตรฐาน กินยาต้านไวรัส และติดตามค่า Viral Load (ปริมาณเชื้อในเลือด)
HPV ตรวจคัดกรองปากมดลูกหรือทวารหนักเมื่อมีข้อบ่งชี้ ฉีดวัคซีน และดูแลรักษาหูดหรือรอยโรค

ตรวจครั้งแรกเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่ใหม่ เริ่มตรวจได้แม้ยังไม่มีอาการ

วางแผนความถี่ให้เหมาะกับแต่ละคน บางคนอาจได้รับคำแนะนำให้ตรวจทุก 3–6 เดือนตามชนิดเชื้อ ตำแหน่งสัมผัส การใช้ PrEP และปัจจัยอื่น

เก็บตัวอย่างตามตำแหน่งที่สัมผัส ทั้งอวัยวะเพศ ทวารหนัก และลำคอ ตามพฤติกรรม

กลับมาตรวจตามนัดหลังรักษา บางโรคต้องตรวจยืนยันผลการรักษา ส่วนบางโรคแนะนำตรวจซ้ำภายหลังเพื่อค้นหาการติดเชื้อครั้งใหม่

ควรตรวจบ่อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายอย่าง เช่น อายุ จุดที่เคยสัมผัส จำนวนคู่นอน การใช้ PrEP การตั้งครรภ์ และเคยเป็น STI มาก่อนหรือไม่ อยากให้คุณเล่าเรื่องเหล่านี้กับหมอตามจริง จะได้เลือกจุดเก็บตัวอย่างและวางแผนตรวจให้ตรงกับตัวคุณจริง ๆ ไม่ต้องอาย เพราะหมอถามเพื่อดูแลคุณ

อย่าซื้อยามากินเอง: อาการที่ดูเหมือน ๆ กันอาจมาจากคนละเชื้อ ถ้ากินยาผิดตัวหรือผิดขนาด นอกจากจะไม่หายแล้ว ยังทำให้เชื้อดื้อยารักษายากขึ้นด้วย ทางที่ดีคือไปให้หมอตรวจก่อน

STI เป็นกลุ่มของการติดเชื้อหลายชนิด

คำว่า STI ไม่ได้หมายถึงโรคเดียว แต่เป็นกลุ่มของการติดเชื้อหลายแบบ บางตัวเป็นแบคทีเรีย บางตัวเป็นไวรัส และบางตัวเป็นปรสิต การรู้ว่าเป็นเชื้ออะไรจึงสำคัญมาก เพราะแต่ละเชื้อมีวิธีตรวจ วิธีใช้ยา และวิธีดูแลคู่ต่างกัน อีกอย่างที่อยากให้เข้าใจคือ คนหนึ่งคนติดหลายเชื้อพร้อมกันได้ และการตรวจเจอ STI ไม่ได้แปลว่าใครนอกใจใคร เพราะหลายเชื้อซ่อนอยู่ในตัวได้นานโดยไม่มีอาการเลย

  • กลุ่มแบคทีเรีย เช่น คลามัยเดีย (หนองในเทียม) หนองใน ซิฟิลิส และทริโคโมแนส กลุ่มนี้กินยาให้ถูกสูตรก็รักษาหายขาดได้ (แต่หนองในเริ่มดื้อยามากขึ้น จึงต้องใช้ยาตามที่หมอสั่ง)
  • กลุ่มไวรัส เช่น HIV เริม ตับอักเสบบี และ HPV กลุ่มนี้อาจอยู่ในตัวเราไปนาน แต่มียา วัคซีน และการติดตามช่วยกันไม่ให้อาการรุนแรง
  • ติดต่อกันได้จากเพศสัมพันธ์ทุกทาง ทั้งช่องคลอด ทวารหนัก ปาก และการสัมผัสผิวหนัง นอกจากนี้ HIV กับตับอักเสบยังติดทางเลือดได้ และบางเชื้อยังส่งต่อจากแม่สู่ลูกได้ด้วย

อาการขึ้นกับชนิดเชื้อและตำแหน่งร่างกาย

อาการของ STI มีได้หลายแบบ แต่ที่ต้องระวังคือ หลายเชื้อไม่แสดงอาการอะไรเลย เราจึงดูแค่ว่ามีอาการหรือไม่ไม่ได้ ต้องตรวจถึงจะรู้ และการตรวจต้องเก็บตัวอย่างให้ตรงกับจุดที่เคยสัมผัสด้วย อีกเรื่องคือ อย่าเดาโรคจากหน้าตาของแผลหรือตุ่มอย่างเดียว เพราะเริม ซิฟิลิส และฝีดาษลิง (Mpox) หน้าตาคล้ายกันได้ ต้องให้หมอตรวจยืนยัน

  • อาการที่อาจเจอ เช่น ตกขาวหรือมีหนอง ปัสสาวะแสบ มีแผล ตุ่มน้ำ หูด ผื่น ปวดท้องน้อย หรือเจ็บคอ
  • หนองในและคลามัยเดียที่คอหรือทวารหนักมักไม่มีอาการเลย ส่วนแผลซิฟิลิสมักไม่เจ็บและหายเองได้ ทำให้หลายคนคิดว่าหายแล้ว ทั้งที่เชื้อยังอยู่
  • HPV บางทีก็ไม่ขึ้นหูดให้เห็น และเริมก็แพร่เชื้อได้แม้ตอนนั้นจะไม่มีแผลโผล่ออกมา
  • ตรวจปัสสาวะหรือ swab อวัยวะเพศอย่างเดียวอาจตรวจไม่เจอเชื้อที่คอหรือทวารหนัก ส่วนการเจาะเลือดใช้ตรวจซิฟิลิส HIV และตับอักเสบ แต่แต่ละโรคมีจังหวะเวลาที่ตรวจเจอและวิธีอ่านผลไม่เหมือนกัน

ใครควรคุยเรื่องคัดกรองและตรวจบ่อยแค่ไหน

การคัดกรองคือการตรวจตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพื่อเจอเชื้อให้เร็วที่สุด แนวทางของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เราจึงไม่ควรลอกตารางตรวจของคนอื่นมาใช้ ทางที่ดีคือถามหมอตรง ๆ ว่าควรตรวจเชื้ออะไร ที่จุดไหนบ้าง และถึงเวลาต้องฉีดวัคซีนหรือตรวจคัดกรองปากมดลูกหรือยัง อยากให้รู้ไว้ว่าคำว่า "ตรวจครบ" ไม่มีชุดมาตรฐานตายตัว บางที่ไม่ได้รวมเริมหรือ HPV ในคนที่ไม่มีอาการ และบางโรคก็ต้องตรวจซ้ำอีกครั้งหลังรักษาเสร็จ

  • ควรตรวจบ่อยแค่ไหนขึ้นกับหลายอย่าง เช่น อายุ การตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณ กิจกรรมทางเพศ จำนวนและเพศของคู่นอน การใช้ถุงยางหรือ PrEP โรคที่พบบ่อยในพื้นที่ และเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่
  • คนที่มีคู่ใหม่หรือหลายคน ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้ให้บริการทางเพศ และคนที่ใช้ PrEP ควรตรวจหลายจุดเป็นระยะ ๆ
  • คนท้องควรตรวจตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ และตรวจซ้ำเมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อดูแลทั้งแม่และลูกให้ปลอดภัย

การรักษา การดูแลคู่ และป้องกันติดซ้ำ

ถ้าหมอสั่งยา ให้กินหรือใช้จนครบตามที่สั่ง อย่าหยิบยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อนมาใช้เอง เพราะถ้าใช้ผิดตัวหรือผิดขนาด อาจไม่หาย เกิดผลข้างเคียง แถมทำให้เชื้อดื้อยาอีก และอย่าลืมว่าอาการดีขึ้นไม่ได้แปลว่าเชื้อหมดไปแล้ว ถ้าอาการยังอยู่หรือกลับมาเป็นซ้ำ ให้กลับไปหาหมอ

  • ถามหมอให้ชัดว่าเริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไหร่ ต้องกลับมาตรวจยืนยันว่าหายแล้วหรือไม่ และต้องตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อใด
  • คู่ที่เกี่ยวข้องในช่วงนั้นอาจต้องได้รับการบอกให้ไปตรวจและรักษาด้วย แม้เขาจะไม่มีอาการ บางคลินิกมีบริการช่วยแจ้งคู่แบบเก็บเป็นความลับให้
  • เป้าหมายคือหยุดไม่ให้เชื้อแพร่ต่อ ไม่ใช่การหาว่าใครผิด ควรงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าทุกคนจะรักษาครบ และถ้าการบอกคู่อาจทำให้คุณเสี่ยงถูกทำร้าย ให้ขอให้คลินิกช่วยวางแผนแจ้งคู่แบบปลอดภัย

วัคซีนและการป้องกันหลายเชื้อร่วมกัน

วัคซีนช่วยป้องกัน STI บางชนิดได้ดีมาก แต่ต้องเข้าใจว่าวัคซีนไม่ได้รักษาเชื้อที่มีอยู่แล้ว หน้าที่ของมันคือกันไม่ให้ติดเชื้อชนิดที่เรายังไม่เคยได้รับ จึงควรเก็บบันทึกการฉีดไว้ และฉีดให้ครบตามนัด

  • วัคซีนตับอักเสบบีป้องกันได้ผลดีมาก ส่วนวัคซีนตับอักเสบเอแนะนำในบางกลุ่ม
  • วัคซีน HPV ป้องกันสายพันธุ์ที่ทำให้เป็นหูดและมะเร็งได้หลายตำแหน่ง จำนวนเข็มที่ต้องฉีดขึ้นกับอายุและประวัติของแต่ละคน
  • ถุงยางและแผ่นยางอนามัยช่วยลดการติดเชื้อได้หลายชนิด แต่ไม่ได้คลุมผิวหนังทุกส่วน จึงไม่ได้กัน 100% การใช้สารหล่อลื่นช่วยลดการบาดเจ็บและช่วยไม่ให้ถุงยางแตก
  • วิธีป้องกันแต่ละอย่างทำงานร่วมกัน ทั้งการตรวจและรักษาเร็ว การดูแลคู่ PrEP หลัก U=U (ผู้มีเชื้อ HIV ที่กินยาจนตรวจไม่พบเชื้อในเลือด จะไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์) การใช้อุปกรณ์ฉีดที่สะอาด และวัคซีน และอย่าเหมาว่าเพศ อัตลักษณ์ หรือความสัมพันธ์แบบไหนปลอดภัยหรืออันตรายในตัวมันเอง

แหล่งอ้างอิง

  1. WHO: Sexually transmitted infections
  2. WHO: Hepatitis C
  3. CDC: STI
  4. กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  5. WHO: HPV and cancer
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี