ยา PEP ป้องกัน HIV หลังสัมผัสเชื้อ ภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งปลอดภัย
ยา PEP (เป๊ป) Post-Exposure Prophylaxis เป็นยาต้านไวรัสกรณีฉุกเฉิน หรือเรียกติดปากว่า ยาต้านฉุกเฉิน สำหรับ
Read in English
สารบัญ
ยา PEP (เป๊ป) Post-Exposure Prophylaxis เป็นยาต้านไวรัสกรณีฉุกเฉิน หรือเรียกติดปากว่า ยาต้านฉุกเฉิน สำหรับผู้ที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี และต้องการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ โดยจำเป็นต้องกินยาเป๊ปให้เร็วที่สุด ภายในเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อต้านไวรัส และลดโอกาสการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งต้องกินยาเป๊ปอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนาน 28 วัน
ตรวจ HIV ใกล้บ้านอย่างเป็นส่วนตัว
* ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ
ค้นหาสถานบริการ
เริ่มดูแลตัวเองด้วยการตรวจ HIV
* ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ
หาที่ตรวจใกล้ฉัน
ยา PEP (เป๊ป) ประกอบด้วยยาชนิดไหนบ้าง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาเลือกใช้สูตรยาเป๊ป PEP ตามความเหมาะสมของแต่ละรายบุคคลซึ่งยาเป๊ปประกอบด้วยยาต้านไวรัสทั้งหมด 3 ชนิด ปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรยาที่รวมทั้ง 3 รายการไว้ในเม็ดเดียวกัน หรือแยกเม็ด แล้วแต่แพทย์เป็นผู้พิจารณา ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ช่วยให้ผู้ป่วยใช้ยาได้สะดวกขึ้น และลดปัญหาการลืมกินยา ป้องกันการดื้อยาในอนาคตใครบ้างที่ควรได้รับยาเป็ป PEP
ยาเป็ป ใช้สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี หรือคาดว่าเพิ่งมีการสัมผัสเชื้อเอชไอวีโดยจะต้องปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และต้องกินยาภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งผู้ที่ควรได้รับยาเป๊ปมักมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ที่สวมถุงยางอนามัยแต่ถุงยางอนามัยแตก ฉีกขาด หลุด
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี
- ผู้ที่เพิ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ขณะที่ไม่ได้สติ
- ผู้ที่มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
ขั้นตอนการรับยาเป๊ป PEP ต้องทำอย่างไร
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ ยาเป๊ป ในการต้านไวรัสฉุกเฉิน จะต้องมีการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทำการซักประวัติความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมในการจ่าย ยา PEP โดยจะต้องทำการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าผู้รับยาไม่มีเชื้อไวรัสเอชไอวีภายในร่างกาย ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ตรวจไวรัสตับอักเสบบี และตรวจการทำงานของตับ และไตเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมรับยาเป๊ปจริงๆ ซึ่งในระหว่างหลังกินยาครบ 28 วัน ผู้รับยาจะต้องตรวจเอชไอวีอีกครั้งในช่วง 1, 3 และ 6 เดือน เพื่อยืนยันผลความแตกต่างของ ยาเพร็พ PrEP และ ยาเป๊ป PEP
[/ux_text]| PrEP | PEP |
|---|---|
| ยาต้านเชื้อไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อ | ยาต้านเชื้อไวรัสหลังการสัมผัสเชื้อ |
| ยับยั้งไม่ให้เกิดการแบ่งตัวของไวรัสในร่างกาย | ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสก่อนที่เชื้อจะตั้งการติดเชื้อในร่างกาย |
| กินเฉพาะก่อนที่จะมีพฤติกรรมเสี่ยง | ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสกับเชื้อ |
| รับประทานทุกวัน วันละ 1 เม็ด | รับประทานวันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 28 วัน |
| เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี | เหมาะกับผู้ที่เพิ่งผ่านความเสี่ยงติดเชื้อ |
ยาเป๊ป PEP ต้องกินนานแค่ไหน
การกินยาเป๊ปต้องกิน 1 ครั้งทุกวัน ตามสูตรยาที่แพทย์กำหนดให้แต่ละบุคคล และต้องกินติดต่อกันนาน 28 วันยาเป๊ป PEP ราคาเท่าไหร่
ยาเป็ป เป็นยาที่มีราคาแพง โดยราคาเริ่มต้นที่ 1200- 20000 บาท แล้วแต่ชนิของยา และดุลพินิจของแพทย์ และมีหลายองค์กรใช้บริการฟรี ตามกลุ่มเสี่ยง และโครงการยา PEP (เป๊ป) มีผลข้างเคียง หรือไม่
โดยส่วนใหญ่ผู้ที่กินยาเป๊ป PEP มักจะไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายรุนแรง เนื่องจากยามีความปลอดภัยต่อร่างกาย และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ซึ่งในกรณีของผู้ที่มีภาวะข้างเคียงจะมีอาการดีขึ้นหลังกินยาผ่านประมาณ 1 สัปดาห์ โดยจะแสดงอาการที่เห็นได้ชัด เช่น- คลื่นไส้
- วิงเวียนศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- ท้องเสีย
ยาเป๊ป PEP สามารถป้องกันเอชไอวี ได้กี่เปอร์เซ็นต์
PEP มีความสามารถในการป้องกัน การติดเชื้อเอชไอวีได้กว่า 80% หากได้รับยาอย่างทันท่วงที หรือภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากได้รับยาเร็วเท่าไหร่ ยาจะยิ่งมีประสิทธิภาพต่อร่างกายมากเท่านั้น และที่สำคัญขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้รับยาด้วยเช่นกันกรณีกินยาเป๊ป PEP ครบกำหนดแล้วจำเป็นต้องมาหาหมออีก หรือไม่?
เมื่อกินยาเป๊ป PEP ครบระยะเวลา 1 เดือนแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับยาจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อเอชไอวี หลังจากผ่านไป 1, 3 และ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าการกินยาเป๊ปมีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสเอชไอวีในร่างกายได้กรณีกินยาเป๊ป PEP ไม่ครบตามกำหนดจะเสี่ยงติดเชื้อ หรือไม่?
หากกินยาไม่ครบ 28 วัน หรือ มีบางวันที่ลืมกินยา จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัส ลดน้อยลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง และหากมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างนี้ ควรสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จนกว่าแพทย์จะทำการยืนยันผลการตรวจเลือด ว่าไม่มีการติดเชื้อยาเป๊ป PEP ต้องกินตลอดไป หรือไม่
ตามที่กล่าวมาข้างต้นยาเป๊ปใช้สำหรับหลังมีความเสี่ยงได้รับเชื้อเอชไอวี ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินหลังมีความเสี่ยงภายในเวลา 72 ชั่วโมงเท่านั้น หากมีการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเสี่ยงเป็นประจำ แนะนำให้ใช้ ยาเพร็พ PrEP เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อก่อนการสัมผัสเชื้อจึงจะเป็นวิธีที่ดีกว่า ยา PEP ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ 100% ดังนั้น จึงควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- CDC: Clinical Guidance for PEP เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- CDC: 2025 nPEP Guidelines เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- WHO: HIV and AIDS fact sheet เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


