Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

รับ PEP ได้ที่ไหน? โรงพยาบาล คลินิก หรือบริการออนไลน์ และข้อควรรู้ก่อนใช้

ยาเป๊ป (PEP) เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันเอชไอวีรูปแบบใหม่ ที่เหมาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยงฉุกเฉินเท่านั้น เช่น ถุงยางอนามัยแตก

Read in English รับ PEP ได้ที่ไหน? โรงพยาบาล คลินิก หรือบริการออนไลน์ และข้อควรรู้ก่อนใช้
สารบัญ
ยาเป๊ป (PEP) เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันเอชไอวีรูปแบบใหม่ ที่เหมาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยงฉุกเฉินเท่านั้น เช่น ถุงยางอนามัยแตก หลุดรั่ว หรือไม่ได้สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการทำงาน ได้แก่ แพทย์ หรือพยาบาลที่ถูกเข็มทิ่มตำ หรือมีดผ่าตัดที่มีเลือดของผู้ติดเชื้อบาดมือ รวมถึงผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์ขาดสติด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นความเสี่ยงฉุกเฉินที่ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น

ยาต้านเอชไอวีฉุกเฉิน (PEP)

PEP ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Post-Exposure Prophylaxis เป็นยาต้านไวรัสเอชไอวีหลังมีความเสี่ยง หรือยาต้านฉุกเฉินที่ต้องทานภายใน 72 ชั่วโมง การทำงานของยาชนิดนี้ คือ ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของสารพันธุกรรมในเชื้อไวรัสเอชไอวี ก่อนที่จะกลายเป็นไวรัสที่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้สร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเพื่อเข้าไปต่อสู้กับเชื้อได้ก่อนที่จะแพร่กระจายไปทำลายระบบอวัยวะต่างๆ โดยจะต้องทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ร่างกายมีปริมาณของยาที่เหมาะสม หากใครยังมองภาพไม่ออก ก็เปรียบเสมือนการทานยาคุมกำเนิดของผู้หญิงนั่นเอง

ใครบ้างที่ควรทาน ยาเป๊ป (PEP)

  • ผู้ที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่ถุงยางอนามัยฉีกขาดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ในกรณีเสพสารเสพติด
  • ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์ขาดสติ
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อเอชไอวี
  • ผู้ที่ถูกอุปกรณ์ทางการแพทย์ทิ่มตำ หรือบาดมือ
ค้นหาสถานบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาสถานบริการ

รับยาเป๊ป ได้ที่ไหน

แน่นอนว่ายาประเภทนี้ ถือเป็นยาอันตรายที่ควรได้รับการตรวจเลือด และจ่ายยาจากแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือในร้านค้าออนไลน์ได้ ควรติดต่อสถานพยาบาล โรงพยาบาลรัฐ หรือคลินิกเฉพาะทางเกี่ยวกับเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น เช่น คลินิก ฮักษา กลางเวียง, เซฟ คลินิก กรุงเทพ, ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก เป็นต้น ขั้นตอนในการรับยาเป๊ป มีดังนี้
  • แพทย์ หรือเจ้าหน้าที่จะทำการซักประวัติความเสี่ยงเบื้องต้น คุณควรบอกข้อมูล และรายละเอียดตามจริง เพื่อที่แพทย์จะได้วินิจฉัยได้ชัดเจนว่าจำเป็นต้องทานยาเป๊ป หรือไม่
  • ทำการเจาะเลือดตรวจ ได้แก่ ตรวจเอชไอวี ตรวจไวรัสตับอักเสบบี ตรวจการทำงานของตับ และไต เพื่อพิจารณาว่าคุณสามารถทานยาได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญยาเป๊ป จะใช้ได้ผลสำหรับคนที่ยังไม่มีเชื้อเอชไอวีเท่านั้น
  • แพทย์จะทำการแจ้งผลตรวจเลือดให้คุณทราบ พร้อมทั้งแนะนำตัวยาที่เหมาะสมให้กับคุณ อธิบายถึงการทำงานของยา วิธีการทาน ผลข้างเคียง และทำการจ่ายยาเป๊ปให้คุณกลับไปทานที่บ้าน
  • พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ ณ สถานพยาบาลจะทำการออกใบนัดให้คุณกลับมาตรวจเอชไอวีอีกครั้งหลังจากครบระยะเวลาแล้ว
  • ให้คุณเริ่มทานยาเป๊ปได้เลย และหากมีผลข้างเคียงผิดปกติใดๆ ให้รีบกลับไปพบแพทย์ทันที

วิธีใช้ยาเป๊ปที่ถูกต้อง

การทานยาเป๊ปให้ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณปลอดภัยจากเชื้อเอชไอวีได้มากยิ่งขึ้น ควรศึกษาวิธีการทาน หรือปรึกษาแพทย์ให้ละเอียดเพื่อที่จะได้เข้าใจถึงฤทธิ์ของยา โดยจำเป็นจะต้องทานยาเป๊ปให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่ง คือ 28 วัน (แพทย์บางท่านอาจจ่ายยาเกินเผื่อคนไข้ลืมทานยา หรือทำหล่น ทำหาย) ซึ่งห้ามขาดยาโดยเด็ดขาด เพราะยาที่ขาดไปจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อเอชไอวี ควรทานยาให้ตรงต่อเวลา เหมือนกันทุกวัน เช่น หากทาน 10 โมงเช้า ก็ควรทาน 10 โมงเช้าในวันถัดไป แต่หากลืมทานยาจริงๆ ก็ควรทานให้เร็วที่สุดเมื่อนึกขึ้นได้ สำหรับการเก็บรักษายาเป๊ป ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติที่ไม่ร้อนมากเกินไป ไม่ควรเก็บไว้ในรถยนต์ที่จอดตากแดดจัดๆ เพราะอาจทำให้ยาเสื่อมสภาพได้

ยาเป๊ป ราคาเท่าไหร่

ยาเป๊ปแต่ละสถานพยาบาลมีความแตกต่างกันของสูตรยา ซึ่งแล้วแต่การวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะเลือกสูตรยาชนิดไหนให้คุณ โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป แนะนำให้โทรไปสอบถามก่อน สามารถค้นหาสถานที่ตรวจเอชไอวี และรับยาเป๊ป (PEP) เพิ่มเติมได้ที่นี่
ตรวจ STI ให้เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูจุดบริการ

ยาเป๊ป กินบ่อยๆ ได้ไหม

ความจริงแล้ว ยาเป๊ปมีความปลอดภัยในการทานค่อนข้างมาก ด้วยสูตรยาที่ถูกคิดค้นทางการแพทย์มาแล้วนั้น มีความทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ก็เป็นยาที่ไม่เหมาะสำหรับการทานบ่อยๆ หรือทานทุกครั้งที่มีความเสี่ยงต่อเชื้อเอชไอวี เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และอาจส่งผลให้เกิดการดื้อยาได้ในอนาคต สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยทานยาเป๊ป อาจมีผลข้างเคียงในระยะสั้นๆ ที่เริ่มทานยา ได้แก่ รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย มีผื่นขึ้นเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นหลังทานยาเป๊ปไปได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถ้ามีอาการผิดปกติอย่างอื่นที่รุนแรง และนอกเหนือจากอาการเหล่านี้ควรรีบกลับไปพบแพทย์โดยด่วน

ยาเป๊ปต้องกินตอนไหนถึงจะดีที่สุด

ถึงแม้เราจะเน้นย้ำว่ายาเป๊ป ควรทานภายใน 72 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 3 วันหลังมีความเสี่ยง แต่การรู้ตัวเร็ว รีบพบแพทย์ และรีบทานยาทันทีจะเป็นการดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องรอให้ผ่านไป 1-2 วันแล้วค่อยทานยาเป๊ป เพราะยิ่งทานเร็วเท่าไหร่ ยาก็จะยิ่งเร่งเข้าไปทำปฎิกิริยากับเชื้อได้อย่างเต็มที่ และรวดเร็ว ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสที่สมบูรณ์ได้ทันเวลา ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจาย โดยเปอร์เซนต์ที่สามารถป้องกันเชื้อเอชไอวีของยาเป๊ปอยู่ที่ 80-85% ดังที่กล่าวมาข้างต้น ยาเป๊ป (PEP) ควรทานให้เร็วที่สุด เมื่อรู้ตัวว่ามีความเสี่ยง และจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ ในระหว่างที่ทานยาอยู่ ควรงดบริจาคโลหิต งดมีเพศสัมพันธ์ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง โดยการเลือกถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง มีผลในการป้องกันโรคของคุณได้มากเลยทีเดียว ที่สำคัญ อย่าลืมกลับไปพบแพทย์ตามนัด เพราะทำการตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งที่ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือนเพื่อยืนยันผลว่าคุณไม่ติดเอชไอวี

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: Clinical Guidance for PEP เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  2. CDC: 2025 nPEP Guidelines เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี