Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

ออรัลเซ็กส์เสี่ยงอะไร? วิธีลดความเสี่ยง HIV และ STI

ออรัลเซ็กส์หรือการอมมีโอกาสรับ STI ที่ปาก คอ อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก รู้ความเสี่ยง HIV วิธีใช้ถุงยาง/แผ่นยาง และการตรวจตามตำแหน่ง

Read in English ออรัลเซ็กส์เสี่ยงอะไร? วิธีลดความเสี่ยง HIV และ STI
สารบัญ
ออรัลเซ็กส์ มีงานวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่า ผู้มีอาชีพขายบริการ เป็นโรคหนองในแท้ในลำคอจำนวนร้อยละ 1.9 จากการทำออรัลเซ็กซ์ งานตีพิมพ์ในนิตยสารการแพทย์ New England Journal ระบุว่าร้อยละ 50 ของมะเร็งในช่องปาก เกี่ยวข้องกับไวรัส HPV และมาจากการทำออรัลเซ็กซ์ และหากทำ ออรัลเซ็กซ์ ให้คน 5 คนขึ้นไปโดยไม่ป้องกัน ก็มีโอกาสมากกว่าคนทั่วไปถึง 9 เท่าที่จะเกิดมะเร็งที่ต่อมทอนซิล และมะเร็งที่ลิ้น หนึ่งในกิจกรรมทางเพศ “ออรัลเซ็กส์” มักจะเป็นสิ่งที่แทบไม่มีคู่ไหนที่จะไม่ทำ ถือเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน หรือมีรสนิยมทางเพศแบบไหนก็ตาม การทำรักทางปากไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติทางจิต หากแต่ทั้งสองต้องยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย แต่แม้จะมอบความสุขให้กับคุณทั้งคู่ แต่อันตรายที่แฝงมาด้วยก็น่ากลัวอยู่ไม่น้อย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า ออรัลเซ็กส์มีความเสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง เสี่ยง HIV มากน้อยเพียงใด วิธีลดความเสี่ยงที่ถูกต้อง รวมถึงแนวทางดูแลสุขภาพทางเพศตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัย มีข้อมูลที่ถูกต้อง และลดโอกาสการติดเชื้อในระยะยาว

Oral Sex (ออรัลเซ็กส์) คืออะไร?

ออรัลเซ็กส์ (Oral Sex) คือกิจกรรมทางเพศที่ใช้ ปาก ริมฝีปาก ลิ้น หรือช่องปาก กระตุ้นอวัยวะเพศหรือทวารหนักของอีกฝ่ายเพื่อสร้างความพึงพอใจทางเพศ โดยสามารถเกิดขึ้นได้กับคู่รักทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นชายกับหญิง ชายกับชาย หรือหญิงกับหญิง และอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเล้าโลมก่อนมีเพศสัมพันธ์ หรือเป็นกิจกรรมทางเพศหลักของบางคู่

โดยทั่วไป ออรัลเซ็กส์แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

  • Fellatio คือ การใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศชาย
  • Cunnilingus คือ การใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศหญิง
  • Anilingus คือ การใช้ปากกระตุ้นบริเวณทวารหนัก

แม้ออรัลเซ็กส์จะไม่ก่อให้เกิดการตั้งครรภ์ แต่ก็ยังมีโอกาสแพร่เชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ผ่านการสัมผัสกับน้ำอสุจิ สารคัดหลั่ง เลือด หรือเยื่อบุที่มีเชื้ออยู่ โดยเฉพาะหากมีแผลในช่องปาก เหงือกอักเสบ หรือมีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศของคู่ขณะมีเพศสัมพันธ์

ปัจจุบัน องค์กรด้านสาธารณสุขหลายแห่ง เช่น CDC และ WHO แนะนำว่า การทำออรัลเซ็กส์ควรใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัย (Dental Dam) โดยเฉพาะเมื่อมีคู่นอนใหม่หรือยังไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของอีกฝ่าย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ออรัลเซ็กส์ เสี่ยงติด HIV หรือไม่?

การรับหรือทำออรัลเซ็กส์มีโอกาสรับเชื้อ HIV ต่ำมากถึงแทบไม่มี เมื่อเปรียบเทียบกับการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักและช่องคลอด อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยงต้องพิจารณารายละเอียดของเหตุการณ์ร่วมด้วย โดยเฉพาะการสัมผัสน้ำอสุจิ เลือด และการมีแผลเปิดในช่องปาก CDC ระบุว่าความเสี่ยง HIV จากออรัลเซ็กส์ต่ำกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่อย่างชัดเจน แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นอาจแพร่ผ่านกิจกรรมนี้ได้ง่ายกว่า

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • มีแผลสด แผลร้อนใน หรือรอยถลอกในช่องปาก
  • มีเลือดออกตามไรฟันหรือโรคเหงือก
  • มีการหลั่งน้ำอสุจิในช่องปาก
  • มีเลือดปนในสารคัดหลั่ง
  • มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดแผลหรือการอักเสบ
  • ผู้มีเชื้อ HIV ยังไม่ได้รักษาหรือมีปริมาณไวรัสสูง

การทำออรัลเซ็กส์ให้อวัยวะเพศชายอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นเมื่อมีการหลั่งในปาก เพราะน้ำอสุจิสามารถมีเชื้อ HIV ได้ ส่วนการใช้ปากกับอวัยวะเพศหญิงมีความเสี่ยง HIV ต่ำมากถึงแทบไม่มี โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเลือดหรือแผลเปิด

หากคู่นอนมี HIV แต่รับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง และรักษาปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับตรวจไม่พบอย่างต่อเนื่อง จะไม่มีความเสี่ยงต่อการถ่ายทอด HIV ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ตามหลัก U=U (Undetectable = Untransmittable)

ตารางเปรียบเทียบโรคที่อาจติดต่อผ่านออรัลเซ็กส์

เชื้อหรือโรค ติดบริเวณใดได้บ้าง อาการที่อาจพบ การป้องกัน
HIV ระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน ระยะแรกอาจไม่มีอาการ ถุงยาง PrEP PEP และ U=U
หนองใน ลำคอ อวัยวะเพศ ทวารหนัก เจ็บคอ หนอง ปัสสาวะแสบ หรือไม่มีอาการ ถุงยางและ Dental Dam
หนองในเทียม ลำคอ อวัยวะเพศ ทวารหนัก มักไม่มีอาการ ถุงยางและตรวจตามความเสี่ยง
ซิฟิลิส ปาก อวัยวะเพศ ทวารหนัก ผิวหนัง แผลไม่เจ็บ ผื่น หรือต่อมน้ำเหลืองโต หลีกเลี่ยงสัมผัสแผลและใช้สิ่งกั้น
เริม ปากและอวัยวะเพศ ตุ่มน้ำ แสบ คัน หรือไม่มีอาการ งดสัมผัสช่วงมีแผลและใช้สิ่งกั้น
HPV ปาก ลำคอ อวัยวะเพศ ทวารหนัก มักไม่มีอาการหรือมีหูด วัคซีน HPV และสิ่งกั้น
ไวรัสตับอักเสบเอ ระบบทางเดินอาหารและตับ ไข้ อ่อนเพลีย ตัวเหลือง วัคซีนและสุขอนามัย
ไวรัสตับอักเสบบี ตับ มักไม่มีอาการหรือมีตัวเหลือง วัคซีนและถุงยาง

ข้อดีของการออรัลเซ็กส์

ออรัลเซ็กส์ (Oral Sex) ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเพศที่หลายคู่เลือกใช้เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดและความพึงพอใจในความสัมพันธ์ โดยเฉพาะคู่รักที่ต้องการสร้างความหลากหลายให้ชีวิตคู่ทางเพศโดยไม่จำเป็นต้องมีการสอดใส่โดยตรง

หนึ่งในข้อดีที่ชัดเจนที่สุด คือ ออรัลเซ็กส์ไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ เพราะไม่มีการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่ จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนรู้สึก “ปลอดภัยกว่า” หากเทียบกับเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องระวังเรื่อง “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” ที่อาจแพร่ผ่านทางน้ำหลั่งหรือเยื่อบุในช่องปากได้

นอกจากเรื่องความปลอดภัยด้านการตั้งครรภ์แล้ว ออรัลเซ็กส์ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง เช่น

  • ช่วยสร้างความพึงพอใจทางเพศให้ทั้งสองฝ่าย เพราะการกระตุ้นด้วยปาก ลิ้น และริมฝีปาก ทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างจากการสัมผัสทั่วไป ช่วยให้คู่รักได้เรียนรู้ “จุดกระตุ้นความรู้สึก” ของกันและกันมากขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความใกล้ชิดทางอารมณ์ การทำออรัลเซ็กส์มักต้องอาศัยความไว้ใจและความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย การได้เรียนรู้ร่างกายของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งจึงช่วยเสริมความสัมพันธ์ทางใจ ทำให้รู้สึกผูกพันและใกล้ชิดกันมากขึ้น
  • เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ สำหรับบางคู่ โดยเฉพาะวัยรุ่นหรือคู่รักที่ยังไม่พร้อมทางร่างกายหรืออารมณ์ ออรัลเซ็กส์อาจเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ได้สัมผัสความสุขทางเพศโดยไม่ต้องมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์
  • เพิ่มสีสันให้ชีวิตคู่ หลายคู่ใช้ oral sex เป็นส่วนหนึ่งของการ “เล้าโลม” ก่อนมีเพศสัมพันธ์จริง หรือบางคู่ก็เลือกใช้เป็นกิจกรรมหลักเพื่อเติมเต็มความสัมพันธ์ทางเพศในแบบที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ

จากผลสำรวจในต่างประเทศ พบว่ามีผู้ใหญ่จำนวนมากกว่า 70% เคยมีประสบการณ์ทำออรัลเซ็กส์ และกว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า “รู้สึกพึงพอใจทางเพศมากขึ้น” หลังมีกิจกรรมลักษณะนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าออรัลเซ็กส์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของ “ความเชื่อมโยงทางใจ” และ “การสื่อสาร” ระหว่างคู่รักด้วย อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักอยู่เสมอว่า แม้ออรัลเซ็กส์จะมีข้อดีมากมาย แต่ การป้องกัน ก็ยังสำคัญ เช่น การใช้ถุงยางอนามัยแบบมีรสชาติ หรือแผ่นยางบาง (dental dam) เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และรักษาความปลอดภัยของทั้งคู่

ตรวจ STI ให้เหมาะกับความเสี่ยงของคุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูจุดบริการ

ข้อเสียของการ ออรัลเซ็กส์

หากไม่มีการป้องกัน คุณก็สามารถติดโรคได้ทุกโรค เนื่องจากการกลืนน้ำหล่อลื่นของฝ่ายหญิง หรือน้ำอสุจิของฝ่ายชายที่มีเชื้ออยู่ อาจทำให้ติดโรคได้ง่ายขึ้น โดยโรคที่มีโอกาสติดผ่านการทำรักทางปาก ได้แก่
  • เชื้อไวรัสเอชไอวี แม้การทำออรัลเซ็กส์จะมีโอกาสติดเชื้อนี้น้อยกว่าการมีเซ็กส์ ทางทวารหนัก และช่องคลอด แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสติดเลย โดยเฉพาะถ้าช่องปากของฝ่ายรุก และอวัยวะเพศของฝ่ายรับ มีแผลที่สดใหม่ และได้รับปริมาณเชื้อที่มากพอ จึงถือว่ามีความเสี่ยงเช่นกัน
  • หนองในแท้ ออรัลเซ็กส์สามารถติดหนองในแท้ได้ทั้ง ฝ่ายรับ และฝ่ายรุก
  • หนองในเทียม มีงานวิจัยพบหนองในเทียมที่อวัยวะเพศของวัยรุ่นถึงร้อยละ 10 ขณะที่พบหนองในเทียมในลำคอของกลุ่ม LGBTQ ที่ร้อยละ 1 ที่มีการทำออรัลเซ็กส์เป็นประจำ
  • ซิฟิลิส ซิฟิลิสเป็นแผลริมแข็ง เชื้อซิฟิลิสเข้าทางเยื่อบุต่างๆ ได้ ดังนั้น การสัมผัสทางปากกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หัวนม ในคนที่มีแผลริมแข็ง มีเชื้อซิฟิลิส ก็สามารถติดเชื้อซิฟิลิสได้
  • เริม ติดจากการสัมผัสผื่นเริม ดังนั้นจึงติดได้ทั้งฝ่าย รับ และฝ่ายรุก
  • พยาธิ โดยเฉพาะพยาธิเส้นด้ายที่ชอบวางไข่รอบๆ ทวารหนัก ซึ่งอาจกระจายมาที่อวัยวะเพศ ดังนั้นผู้ทำ ออรัลเซ็กซ์ จึงอาจกลืนกินไข่พยาธิเส้นด้าย ไปเจริญเติบโตแพร่กระจายในลำไส้ใหญ่ และทวารหนักต่อได้
  • ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสที่ว่าถูกปล่อยออกมาจำนวนมากพร้อมกับอุจจาระ ทำให้สามารถติดต่อทางออรัลเซ็กซ์ได้ หากไม่ทำความสะอาดให้ดี
  • เชื้อเอชพีวี (HPV) ซึ่งทำให้เกิดหูดหงอนไก่ในหลอดลม ทอนซิล และช่องปาก ก่อให้เกิดมะเร็งในช่องปาก ต่อมทอนซิล ลิ้น และคอได้อีกด้วย

ออรัลเซ็กส์ อย่างไรให้ปลอดภัย

  • ต้องมั่นใจว่าคู่นอนของคุณไม่มีเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่ออื่นๆ
  • ไม่ควรแปรงฟันก่อนการทำออรัลเซ็กส์ เพราะการแปรงฟันอาจทำให้เกิดบาดแผลตรงเหงือก และช่องปาก เปิดโอกาสในการรับเชื้อให้เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
  • สวมทุกยางอนามัยแบบมีรสชาติ จะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำรักผ่านออรัลเซ็กส์ที่ปลอดภัย
  • ฝ่ายทำออรัลเซ็กส์ ที่จัดฟัน เจาะลิ้น เจาะปาก ต้องระวังขดลวด หรือเหล็กเกี่ยวถุงยางอนามัย
  • อย่าทาลิปมันขณะทำออรัลเซ็กส์ เพราะออยล์ที่เป็นส่วนผสมในลิปมัน อาจทำให้ถุงยางฉีกขาดได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการทำออรัลเซ็กส์ให้กับผู้ที่มี บาดแผล ตุ่มเล็กๆ หรือหูดเล็กๆ บริเวณอวัยวะเพศ เพราะลักษณะดังกล่าวเป็นอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถึงแม้จะใช้ถุงยางอนามัยแล้วก็ตามอาจจะไม่เพียงพอต่อการป้องกัน

ออรัลเซ็กส์ กับไวรัส HPV และมะเร็งในช่องปาก

หลายคนอาจไม่รู้ว่า “การทำออรัลเซ็กส์” ไม่ได้เสี่ยงแค่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับ ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ มะเร็งในช่องปากและลำคอ อีกด้วย ไวรัส HPV เป็นเชื้อที่ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสเยื่อบุโดยตรง เช่น การใช้ปากกับอวัยวะเพศที่มีเชื้อ HPV อยู่ แม้จะไม่มีแผลให้เห็นด้วยตาเปล่า เชื้อก็ยังสามารถแพร่เข้าสู่ร่างกายได้

🔹 HPV คืออะไร?

HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ บางชนิดก่อให้เกิดเพียง “หูดหงอนไก่” ที่ผิวหนังหรืออวัยวะเพศ แต่บางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ HPV สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ถือเป็นสายพันธุ์ “เสี่ยงสูง” ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปาก และมะเร็งลำคอ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านการทำออรัลเซ็กส์ เชื้ออาจไปฝังตัวบริเวณ ลิ้น เพดานปาก ทอนซิล หรือด้านหลังลำคอ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตรวจพบมะเร็งชนิดนี้ได้บ่อยที่สุด

🔹 งานวิจัยยืนยันความเชื่อมโยง

ข้อมูลจาก New England Journal of Medicine ระบุว่า กว่า 50% ของมะเร็งในช่องปากและลำคอในผู้ใหญ่ เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV และในกลุ่มคนที่มีคู่นอนทางออรัลเซ็กส์มากกว่า 5 คนขึ้นไปโดยไม่ป้องกัน พบว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นถึง 9 เท่า เมื่อเทียบกับคนทั่วไป นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ยังพบว่า ผู้ชายมีโอกาสติดเชื้อ HPV ในลำคอมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และมีคู่นอนหลายคน

🔹 อาการเตือนของมะเร็งในช่องปากจาก HPV

ในระยะเริ่มต้น มักไม่แสดงอาการชัดเจน แต่ควรสังเกตอาการดังนี้

  • เจ็บคอหรือกลืนลำบากเรื้อรัง
  • มีแผลในปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
  • มีตุ่มนูนหรือก้อนบริเวณลิ้น เพดาน หรือทอนซิล
  • เสียงแหบ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีกลิ่นปากผิดปกติ

หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรอง เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีโอกาสรักษาหายสูงมาก

🔹 วิธีลดความเสี่ยง

แม้จะไม่มีวิธีใดป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีดังนี้

  • ใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางบาง (Dental Dam) ระหว่างทำออรัลเซ็กส์ เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับเยื่อบุที่อาจมีเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการทำออรัลเซ็กส์ กับผู้ที่มีตุ่ม แผล หรือผื่นบริเวณอวัยวะเพศ
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งช่องปากในผู้ที่ติดเชื้อ HPV
  • ฉีดวัคซีน HPV ซึ่งช่วยป้องกันสายพันธุ์เสี่ยงสูงได้หลายชนิด ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

ออรัลเซ็กส์ อาจดูเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ แต่ในความเป็นจริง หากไม่ป้องกัน ก็สามารถนำพาเชื้อ HPV เข้าสู่ร่างกายได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งในช่องปาก มะเร็งทอนซิล และมะเร็งลิ้น ได้ในระยะยาว ดังนั้น หากคุณและคู่ของคุณต้องการมีความสุขทางเพศอย่างปลอดภัย ควร ใช้ถุงยางทุกครั้ง, ตรวจสุขภาพช่องปากและคอเป็นประจำ, และ พิจารณาการฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสที่อาจแฝงอันตรายในระยะยาว

อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การทำรักด้วยปาก หรือออรัลเซ็กส์ แม้จะมีโอกาสเสี่ยงติดโรคน้อยกว่าการสอดใส่ผ่านอวัยวะเพศตามปกติ แต่ความเสี่ยงอาจไม่เป็นศูนย์ เพราะฉะนั้นหากจะมีกิจกรรมออรัลเซ็กส์ ดังกล่าวควรสวมถุงยางอนามัย มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนประจำไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพราะคุณไม่อาจรู้ได้ว่าเขามีเชื้ออะไรอยู่ ระวังกันหน่อยนะครับ อ้างอิงข้อมูลจาก: ออรัลเซ็กส์เสี่ยงมั้ย - พญ.ชัญวลี ศรีสุโข อมแล้วเจ็บคอ เจ็บคอหลังออรัลเซ็กซ์ เป็นอะไรไหม ควรทำยังไงดี 4 ท่าออรัลเซ็กซ์สุดเด็ด เพิ่มความเผ็ดให้ถึงสวรรค์แบบง่ายๆ

ออรัลเซ็กส์ ซึ่งบางคนค้นหาด้วยคำว่า “อม” คือการใช้ปาก ลิ้น หรือริมฝีปากสัมผัสอวัยวะเพศหรือทวารหนัก โอกาสรับ HIV จากออรัลเซ็กส์ต่ำกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือช่องคลอดมาก แต่ยังสามารถรับหรือส่งต่อหนองใน คลามัยเดีย ซิฟิลิส เริม HPV ไวรัสตับอักเสบ และการติดเชื้อในลำไส้บางชนิดได้

ออรัลเซ็กส์รับโรคอะไรได้บ้าง

หนองในและคลามัยเดียอาจติดที่คอ ซิฟิลิสและเริมติดต่อผ่านแผลหรือผิวหนัง HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสผิว และการเลียทวารหนักอาจเกี่ยวข้องกับไวรัสตับอักเสบเอ เชื้อชิเกลลา หรือปรสิตในลำไส้ อาการอาจเป็นเจ็บคอ แผล ตุ่ม ต่อมน้ำเหลืองโต หรือไม่มีอาการเลย

ความเสี่ยง HIV จากออรัลเซ็กส์ถือว่าต่ำมาก แต่ปัจจัยอย่างมีน้ำอสุจิในปาก แผลในปาก เหงือกเลือดออก แผลอวัยวะเพศ หรือ STI อื่นอาจเพิ่มโอกาส จึงควรประเมินเหตุการณ์จริงแทนการใช้คำว่า “ปลอดภัย 100%”

ตรวจ STI หลังออรัลเซ็กส์อย่างไร

บอกบุคลากรสุขภาพว่าปากสัมผัสตำแหน่งใดและเป็นฝ่ายให้หรือรับ เพื่อพิจารณา swab คอ ตรวจปัสสาวะ/ช่องคลอด swab ทวารหนัก หรือเลือดตามเชื้อและช่วงเวลา คนที่มีคู่นอนใหม่ หลายคน หรือใช้การป้องกันไม่สม่ำเสมออาจเหมาะกับการตรวจเป็นระยะแม้ไม่มีอาการ

ตรวจ STI ใกล้บ้าน เพื่อดูแลได้เร็ว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาบริการตรวจ

คำถามที่พบบ่อย

อมแล้วติด HIV ได้ไหม?

โอกาสรับ HIV จากออรัลเซ็กส์ต่ำมากเมื่อเทียบกับทางทวารหนักหรือช่องคลอด แต่ไม่ควรใช้คำว่าเป็นศูนย์ในทุกสถานการณ์ และ STI อื่นยังติดต่อได้

ออรัลเซ็กส์ต้องตรวจที่คอไหม?

หากปากสัมผัสอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ควรบอกคลินิกเพื่อประเมิน swab คอ เพราะการตรวจปัสสาวะไม่ตรวจพบเชื้อที่คอ

บ้วนปากหรืแปรงฟันหลังออรัลเซ็กส์ป้องกัน STI ไหม?

ไม่ป้องกัน STI และการแปรงหรือใช้ไหมขัดฟันทันทีอาจทำให้เหงือกถลอก ใช้ถุงยางหรือแผ่นยางตั้งแต่ต้นและตรวจเมื่อเหมาะสม

แหล่งข้อมูลหลักที่ใช้ตรวจทาน: CDC: STI Risk and Oral Sex · CDC: How HIV Spreads · CDC: Getting Tested for STIs

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: STI Risk and Oral Sex เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  2. CDC: About Sexually Transmitted Infections เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี