HPV ระยะแรกมีอาการไหม HSIL คือมะเร็งหรือยัง แยก Pap test กับ HPV test และหูดจากภาวะก่อนมะเร็ง พร้อมข้อควรติดตามโดยไม่ซื้อยากัดหูดใช้เอง
HPV อาจไม่มีอาการ และผล HSIL ไม่ใช่คำเดียวกับมะเร็ง
หน้านี้เน้นอาการและความหมายของผลตรวจ ส่วนภาพรวม HPV อ่านในหน้าหลักที่เชื่อมไว้ สายพันธุ์ก่อหูดกับสายพันธุ์เสี่ยงมะเร็งมักต่างกัน การไม่มีหูดจึงไม่ได้ตัด HPV เสี่ยงสูง และการมีหูดไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง
ติด HPV ระยะแรกต้องมีตุ่ม หูด หรืออาการผิดปกติเสมอไหม? ไม่เสมอไป การติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และการติดสายพันธุ์เสี่ยงสูงอาจไม่แสดงอาการจนเกิดความผิดปกติภายหลัง ไม่ใช้การดูผิวหนังแทนการคัดกรองที่เหมาะกับอวัยวะ อายุ และประวัติของแต่ละคน
ผล HSIL คือโรคอะไร แปลว่าเป็นมะเร็งแน่นอนหรือไม่? HSIL หมายถึงความผิดปกติของเซลล์สความัสระดับสูง ไม่ใช่คำยืนยันมะเร็ง แต่ต้องประเมินและติดตามตามตำแหน่งที่เก็บตัวอย่าง อาจต้องส่องกล้องหรือเก็บชิ้นเนื้อ ผล Pap กับผลชิ้นเนื้อมีหน้าที่ต่างกัน ไม่ควรปล่อยผ่านหรือซื้อยารักษาหูดแทน
Pap smear ตรวจหาไวรัส HPV โดยตรงเหมือน HPV DNA test ไหม? ไม่เหมือนกัน Pap test ตรวจความผิดปกติของเซลล์ ส่วน HPV test ตรวจเชื้อกลุ่มที่ชุดตรวจออกแบบไว้ โดยมากใช้ประเมินสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ปากมดลูก ไม่ใช่การตรวจ HPV ทุกชนิดทั่วร่างกาย และไม่ได้ใช้ยืนยันหูดทุกตำแหน่ง
แหล่งข้อมูลสำหรับคำตอบเหล่านี้
ไวรัสเอชพีวี ย่อมาจาก ฮิวแมนแพพิลโลม่า Human Papillomavirus (HPV) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่ผิวหนังและเยื่อบุเมือก และสามารถทำให้เกิดโรคในระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะในทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไวรัสนี้สามารถแพร่ระได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับไวรัสหรือผ่านการติดต่อทางเพศ นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการของ HPV อาจไม่แสดงอาการใดๆ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะกล่าวถึงการ ทำความเข้าใจ HPV อาการและความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
อาการและรอยโรคไม่ใช้ระบุสายพันธุ์ด้วยตา HPV มีหลายชนิด บางชนิดทำให้หูดผิวหนังหรืออวัยวะเพศ ส่วนชนิดเสี่ยงสูงอาจไม่มีอาการ หูดกับรอยโรคก่อนมะเร็งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หากก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง เลือดออก หรือวินิจฉัยไม่ชัดควรตรวจ ไม่ใช้รูปลักษณ์ระบุว่าเชื้อเป็นสายพันธุ์ใด
หูดที่ฝ่าเท้า
หูดที่ฝ่าเท้าเป็นการเจริญเติบโตของผิวหนังที่ไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งปรากฏที่ฝ่าเท้า มันเกิดจากไวรัสฮิวแมนแพพิลโลม่า (HPV) และสามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสโดยตรงกับไวรัส หูดที่ฝ่าเท้าอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและความไม่สบายขณะเดินหรือยืน มักปรากฏเป็นพื้นที่ผิวหนังขรุขระหรือหนาขึ้น โดยมีจุดดำเล็กๆ อยู่ตรงกลาง ตัวเลือกการรักษาหูดที่ฝ่าเท้าประกอบด้วยยาที่ซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ การรักษาด้วยความเย็น (Cryotherapy) และการรักษาด้วยเลเซอร์
หูดอวัยวะเพศ
หูดอวัยวะเพศคือการเจริญเติบโตที่เกิดจากไวรัส HPV ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศ (STI) มันสามารถเกิดขึ้นที่บริเวณอวัยวะเพศหรือปาก/คอหลังจากมีเพศสัมพันธ์ทางปากกับผู้ติดเชื้อ ขนาด รูปร่าง และสีอาจแตกต่างกันไป และสามารถไม่เจ็บปวดหรือทำให้เกิดความไม่สบายได้
หูดอวัยวะเพศ สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและการปฏิบัติตัวในทางเพศอย่างปลอดภัย การติดเชื้อ HPV ที่บริเวณอวัยวะเพศสามารถเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูก ดังนั้น การตรวจคัดกรองเป็นประจำจึงสำคัญสำหรับการตรวจพบและรักษาโรคแต่เนิ่นๆ
แยกโอกาสรับเชื้อออกจากปัจจัยการเกิดโรคภายหลัง HPV ถ่ายทอดจากการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุใกล้ชิดทางเพศได้แม้ไม่เห็นหูด ความเสี่ยงรับเชื้อกับความเสี่ยงที่เชื้อคงอยู่และเกิดความผิดปกติไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ปัจจัยอย่างการสูบบุหรี่หรือภูมิคุ้มกันต่ำต้องพิจารณาร่วม ไม่ใช้จำนวนบุตรหรืออัตลักษณ์ทางเพศตัดสินว่าบุคคลมีเชื้อแน่นอน
การตรวจรอยโรค Pap และ HPV test ตอบคนละคำถาม ผู้ให้บริการอาจประเมินหูดจากการตรวจร่างกาย แต่รอยที่ผิดลักษณะหรือไม่แน่ชัดอาจต้องเก็บชิ้นเนื้อ ไม่ยืนยันรอยโรคทุกชนิดจากการดูเพียงครั้งเดียว
การตรวจ ขอบเขตหลัก Pap test ประเมินความผิดปกติของเซลล์ในตำแหน่งที่เก็บ ไม่ใช่ตรวจหาเชื้อ HPV โดยตรง HPV test ตรวจเชื้อกลุ่มที่ชุดตรวจครอบคลุม ไม่ได้บอกว่ามีมะเร็งหรือมีเชื้อทุกตำแหน่ง ส่องกล้องและชิ้นเนื้อ ประเมินรอยโรคต่อเมื่อมีข้อบ่งใช้ ไม่ใช่ทุกผล HPV บวกต้องทำเหมือนกัน
กำหนดนัดตามอายุ อวัยวะ ประวัติผลเดิม และแนวทางบริการ ไม่กำหนดว่าทุกคนต้องตรวจ Pap ทุกปีหรือใช้เกณฑ์อายุเดียวทั่วโลก หากพบ HSIL ให้ติดต่อผู้รักษาตามนัด แม้ไม่มีอาการ ไม่ใช้การทาน้ำส้มสายชูเองเป็นการทดสอบ HPV
การทดสอบ DNA ของ HPV
การทดสอบ DNA ของ HPV ใช้ตรวจหาการมีอยู่ของไวรัสฮิวแมนแพพิลโลม่า (HPV) ที่ปากมดลูกของผู้หญิง ซึ่งสามารถตรวจพบชนิดของ HPV ที่พบบ่อยที่สุดที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก แตกต่างจากการตรวจ Pap smear ที่ใช้ตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ที่ปากมดลูก การทดสอบ DNA ของ HPV สามารถตรวจพบการติดเชื้อ HPV ในระยะเริ่มต้นได้ ผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปหรือมีผลการตรวจ Pap smear ที่ผิดปกติควรได้รับการทดสอบนี้ การทดสอบนี้ยังสามารถช่วยระบุผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งปากมดลูกและต้องการการทดสอบหรือการรักษาต่อไป
การส่องกล้องปากมดลูก (Colposcopy)
การส่องกล้องปากมดลูกเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้เครื่องมือเฉพาะที่เรียกว่า "คอลโพสโคป" ในการตรวจสอบปากมดลูก ช่องคลอด และบริเวณอวัยวะเพศภายนอก กระบวนการนี้มักแนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีผลการตรวจ Pap smear ผิดปกติ รวมทั้งผู้ที่ได้รับการทดสอบ HPV เป็นบวก
ในระหว่างกระบวนการส่องกล้องปากมดลูก ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะใช้คอลโพสโคปเพื่อขยายและส่องสว่างเนื้อเยื่อของปากมดลูก ช่องคลอด และอวัยวะเพศภายนอก พวกเขาจะมองหาบริเวณที่ผิดปกติ เช่น พื้นที่ที่มีการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติหรือรอยโรคที่อาจเกิดจากการติดเชื้อ HPV หากพบพื้นที่ที่ผิดปกติ ผู้ให้บริการอาจทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ (ชีวภาพ) เพื่อทดสอบเพิ่มเติม
กระบวนการส่องกล้องปากมดลูกใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที และสามารถทำได้ในคลินิกหรือสำนักงานของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ โดยทั่วไปแล้วเป็นกระบวนการที่ปลอดภัยและผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถทนต่อได้ แม้ว่าบางคนอาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือปวดท้องเล็กน้อยในระหว่างกระบวนการ หลังจากการส่องกล้องปากมดลูก ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์และการใช้สำลีในช่วงไม่กี่วันแรก
การทดสอบสารละลายกรดอะซิติก (Acetic Acid Solution Test)
การทดสอบสารละลายกรดอะซิติก หรือที่เรียกกันว่า "การทดสอบน้ำส้มสายชู" เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ที่ปากมดลูกซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ HPV ในระหว่างการทดสอบ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะทาสารละลายกรดอะซิติก (สารละลายที่เป็นน้ำส้มสายชูเจือจาง) ที่ปากมดลูก ซึ่งจะทำให้เซลล์ที่ผิดปกติเปลี่ยนเป็นสีขาวและมองเห็นได้ การทดสอบนี้มักทำร่วมกับการส่องกล้องปากมดลูก ซึ่งจะใช้เครื่องมือขยายเพื่อพิจารณาปากมดลูกอย่างใกล้ชิด
การทดสอบสารละลายกรดอะซิติกเป็นกระบวนการที่รวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งสามารถทำได้ในสำนักงานของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ มักแนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีผลการตรวจ Pap ที่ผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ สำหรับมะเร็งปากมดลูก เช่น ประวัติการติดเชื้อ HPV การทดสอบนี้สามารถช่วยตรวจพบเซลล์ที่ผิดปกติในระยะแรก ก่อนที่มันจะกลายเป็นมะเร็ง และสามารถเป็นส่วนสำคัญในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกประจำปีสำหรับผู้หญิง
รักษารอยโรคตามชนิดและตำแหน่ง ไม่ใช้ยากัดหูดร่วมกันทุกที่ การรักษาหูดหรือรอยโรคก่อนมะเร็งไม่เท่ากับการกำจัด HPV ทั้งหมด ผู้ให้บริการเลือกยาหรือหัตถการตามตำแหน่ง ขนาด การตั้งครรภ์ และข้อห้าม ไม่ใช้ยาหูดมือหรือเท้าทาใบหน้า อวัยวะเพศ หรือเยื่อบุเอง และไม่ใช้กรดหรือสมุนไพรทารอยที่ยังไม่ได้วินิจฉัย
วัคซีนช่วยป้องกันการรับเชื้อใหม่บางสายพันธุ์ ไม่ใช่ยารักษาเชื้อหรือ HSIL ที่มีอยู่ การรักษาหูดแล้วไม่มีตุ่มไม่ใช้ยกเลิกนัดติดตามเซลล์ผิดปกติ
วัคซีน สิ่งกั้น และการคัดกรองมีหน้าที่ต่างกัน พิจารณาวัคซีนกับผู้ให้บริการตามอายุ ประวัติรับวัคซีนและข้อบ่งใช้ ถุงยางและแผ่นยางช่วยลดการสัมผัสแต่ไม่ครอบคลุมผิวหนังทั้งหมด การคัดกรองช่วยค้นหาความผิดปกติ ไม่ได้ป้องกันการรับเชื้อโดยตรง และผู้รับวัคซีนแล้วยังต้องตรวจตามเกณฑ์ที่เหมาะกับตนเอง
อ่านภาพรวมและแยกสายพันธุ์ก่อหูดกับสายพันธุ์เสี่ยงมะเร็งได้จากหน้า HPV ฉบับหลัก หน้านี้คงไว้สำหรับอาการและการแปลความหมายผลตรวจเบื้องต้น
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
CDC: About Genital HPV Infection เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 NCI: HPV and Cancer เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569