มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงแบบเรื้อรัง และป้องกันได้ด้วยวัคซีนกับการตรวจคัดกรอง โดยทั่วไปความผิดปกติมักค่อย ๆ…
มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงไทย และเป็นมะเร็งชนิดที่
ป้องกันได้เกือบทั้งหมด — ทั้งด้วยวัคซีนและการตรวจคัดกรอง
สาเหตุเกือบทั้งหมดของมะเร็งชนิดนี้คือการติดเชื้อ
HPV ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปมากจนคนส่วนใหญ่ที่เคยมีเพศสัมพันธ์เคยติดเชื้อนี้มาแล้วโดยไม่รู้ตัว
ข่าวดีคือการติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่หายเองได้ ข่าวที่ต้องใส่ใจคือส่วนน้อยที่ไม่หาย สามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ในเวลาหลายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวพอให้ตรวจพบและรักษาได้ทัน — ถ้าไปตรวจ
HPV คืออะไร
HPV ย่อมาจาก Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ ปาก และทวารหนัก
สิ่งที่ควรเข้าใจก่อน
- พบได้ทั่วไปมาก — คนส่วนใหญ่ที่เคยมีเพศสัมพันธ์จะเคยติดเชื้อ HPV อย่างน้อยหนึ่งสายพันธุ์ในช่วงชีวิต
- ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ — และหายเองได้ภายใน 1–2 ปีด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
- ติดต่อได้แม้ใช้ถุงยาง — เพราะติดผ่านการสัมผัสผิวหนัง ถุงยางลดความเสี่ยงได้มากแต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด
- ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ — การสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศก็ทำให้ติดได้
อ่านพื้นฐานเพิ่มเติมที่
HPV คืออะไร และ
อาการและความเสี่ยงของ HPV
สายพันธุ์เสี่ยงสูงกับเสี่ยงต่ำ
ไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง การแบ่งกลุ่มจึงสำคัญมาก
| กลุ่ม |
สายพันธุ์ที่พบบ่อย |
ทำให้เกิดอะไร |
| เสี่ยงสูง |
16, 18 และอีกประมาณ 12 สายพันธุ์ |
มะเร็งปากมดลูก ทวารหนัก ช่องคอ อวัยวะเพศ |
| เสี่ยงต่ำ |
6, 11 |
หูดหงอนไก่ ไม่ก่อมะเร็ง |
สายพันธุ์ 16 และ 18 เพียงสองตัวเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกประมาณ
70% ของทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลที่วัคซีนทุกชนิดครอบคลุมสองสายพันธุ์นี้เป็นอย่างน้อย
ส่วนสายพันธุ์ 6 และ 11 เป็นสาเหตุของ
หูดหงอนไก่ ประมาณ 90% ซึ่งน่ารำคาญและรักษายากแต่
ไม่กลายเป็นมะเร็ง — เป็นประเด็นที่คนกังวลเกินจริงบ่อยมาก
จากติดเชื้อสู่มะเร็ง ใช้เวลานานแค่ไหน
นี่คือส่วนที่ให้ความหวังมากที่สุด เพราะกระบวนการนี้
ช้ามาก
| ระยะ |
ช่วงเวลา |
เกิดอะไรขึ้น |
| ติดเชื้อ HPV |
เริ่มต้น |
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ |
| ร่างกายกำจัดเชื้อเอง |
ภายใน 1–2 ปี |
เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ จบที่ตรงนี้ |
| ติดเชื้อเรื้อรัง |
เกิน 2 ปีขึ้นไป |
เกิดกับส่วนน้อย เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง |
| เซลล์ผิดปกติระยะก่อนมะเร็ง |
หลายปีหลังจากนั้น |
ตรวจพบได้จากการคัดกรอง รักษาหายได้ |
| มะเร็งปากมดลูก |
มักใช้เวลา 10–20 ปี |
หากไม่เคยตรวจคัดกรองเลย |
ความผิดปกติมักค่อย ๆ พัฒนาในช่วงประมาณ 10–20 ปี จึงมีโอกาสตรวจพบและรักษารอยโรคก่อนมะเร็งได้ หากเข้ารับการตรวจคัดกรองตามรอบที่เหมาะกับอายุ ชนิดการตรวจ ผลตรวจครั้งก่อน และประวัติสุขภาพ ผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีอาจต้องใช้รอบการตรวจที่ต่างออกไป การรักษารอยโรคระยะก่อนมะเร็งได้ผลสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อพบและจัดการความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ผู้หญิงที่ตรวจพบมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่
ไม่เคยตรวจคัดกรองเลย หรือไม่ได้ตรวจมานานมาก
อาการ — ทำไมการตรวจคัดกรองจึงสำคัญก่อนที่จะมีอาการ
ระยะแรก
ไม่มีอาการเลย ทั้งการติดเชื้อ HPV และเซลล์ผิดปกติระยะก่อนมะเร็งไม่ทำให้เจ็บ ไม่มีก้อน ไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวที่จำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรอง
เมื่อเริ่มมีอาการแล้ว
- เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์
- เลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือหลังหมดประจำเดือนแล้ว
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรือปนเลือด
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- ปวดท้องน้อยหรือปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเมื่อโรคดำเนินไประยะหนึ่งแล้ว จึงไม่ควรรอให้มีอาการก่อนตรวจคัดกรอง เพราะการตรวจตามกำหนดช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะที่รักษาได้ง่ายกว่า
ข้อควรทราบ — อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ร้ายแรงได้บ่อยกว่ามะเร็งมาก เช่น การอักเสบหรือติ่งเนื้อ แต่ทุกกรณีควรได้รับการตรวจ ไม่ควรวินิจฉัยเอง
ใครมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
- ผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี — ความเสี่ยงสูงขึ้นชัดเจนและโรคดำเนินเร็วกว่า
- ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำจากสาเหตุอื่น เช่น หลังปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผู้ที่สูบบุหรี่ — เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
- ผู้ที่ไม่เคยตรวจคัดกรองเลย — เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในทางปฏิบัติ
- ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือคู่มีคู่นอนหลายคน
- ผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
ทำไมผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ร่างกายกำจัดเชื้อ HPV ได้ยากกว่า ทำให้การติดเชื้อกลายเป็นเรื้อรังบ่อยกว่า และเซลล์ผิดปกติพัฒนาไปสู่มะเร็งได้เร็วกว่าคนทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงและผู้ที่มีปากมดลูกที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีจึงมีคำแนะนำให้
ตรวจคัดกรองถี่กว่าประชากรทั่วไป และควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเรื่องรอบการตรวจที่เหมาะสม การกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอจนภูมิคุ้มกันฟื้นตัวก็ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ด้วย ดู
แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย
การตรวจคัดกรอง
| วิธี |
ตรวจหาอะไร |
ข้อดี |
| HPV DNA Test |
เชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง |
ไวที่สุด ตรวจห่างได้นานกว่า |
| Pap Smear |
เซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก |
ใช้กันแพร่หลาย ราคาไม่สูง |
| Co-testing |
ทั้งสองอย่างพร้อมกัน |
ครอบคลุมที่สุด |
| VIA |
ความผิดปกติที่เห็นด้วยตาหลังป้ายน้ำยา |
ทำได้ในพื้นที่ทรัพยากรจำกัด รู้ผลทันที |
ควรเริ่มตรวจเมื่อไหร่ และบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้หญิงและผู้ที่มีปากมดลูกเริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่ช่วงอายุ 25–30 ปีขึ้นไป และตรวจซ้ำตามรอบที่แนะนำ ซึ่งอาจเป็นทุก 3–5 ปีขึ้นกับวิธีที่ใช้และผลครั้งก่อน
เกณฑ์อายุและความถี่มีการปรับปรุงเป็นระยะ และแตกต่างกันตามสิทธิการรักษาและนโยบายในแต่ละช่วงเวลา ควรสอบถามสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อทราบเงื่อนไขปัจจุบัน
การตรวจเจ็บไหม
ความกลัวเรื่องนี้ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเลื่อนการตรวจ ความจริงคือใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ส่วนใหญ่รู้สึกไม่สบายเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเจ็บ และสามารถขอให้เจ้าหน้าที่อธิบายทุกขั้นตอนก่อนทำได้
หากคุณเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน หรือมีประวัติที่ทำให้การตรวจภายในเป็นเรื่องยาก บอกเจ้าหน้าที่ได้ตรง ๆ เจ้าหน้าที่อาจปรับวิธีให้การตรวจสบายขึ้นได้ ควรบอกความต้องการของคุณก่อนเริ่มตรวจ
วัคซีน HPV
วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดของการป้องกันมะเร็งด้วยวัคซีน
ใครควรฉีด
- เด็กหญิงก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ — ได้ผลสูงที่สุด ประเทศไทยมีโครงการฉีดให้นักเรียนหญิงในระดับประถมศึกษาตอนปลาย
- เด็กชาย — หลายประเทศขยายไปยังเด็กชายด้วย เพราะ HPV ก่อมะเร็งในผู้ชายได้เช่นกันและช่วยลดการแพร่เชื้อในภาพรวม
- ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยฉีด — ยังได้ประโยชน์ แม้จะน้อยกว่าหากเคยติดเชื้อบางสายพันธุ์มาแล้ว
- ผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี — ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล
สิ่งที่วัคซีนทำได้และทำไม่ได้
ทำได้: ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่
ทำไม่ได้: รักษาการติดเชื้อที่มีอยู่แล้ว ไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ และ
ไม่ได้ทดแทนการตรวจคัดกรอง
ประเด็นสุดท้ายสำคัญมากและมักถูกเข้าใจผิด —
ฉีดวัคซีนแล้วยังต้องตรวจคัดกรองตามรอบอยู่ดี
เงื่อนไขการรับวัคซีนตามสิทธิ ช่วงอายุ และจำนวนเข็มมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบกับสถานพยาบาลเพื่อทราบข้อมูลปัจจุบัน
HPV ในผู้ชาย
เรื่องนี้ถูกพูดถึงน้อยเกินไป ทั้งที่ผู้ชายก็ได้รับผลกระทบ
- มะเร็งช่องปากและลำคอ — สัมพันธ์กับ HPV และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
- มะเร็งทวารหนัก — ความเสี่ยงสูงขึ้นในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี
- มะเร็งองคชาต — พบไม่บ่อยแต่เกิดได้
- หูดหงอนไก่ — พบได้บ่อย
- เป็นพาหะโดยไม่รู้ตัว — เพราะไม่มีการตรวจคัดกรอง HPV มาตรฐานสำหรับผู้ชาย
การฉีดวัคซีนให้ผู้ชายจึงไม่ใช่การ "ป้องกันแทนผู้หญิง" แต่เป็นการป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน
ผลตรวจคัดกรองผิดปกติ แปลว่าอะไร
การได้รับแจ้งว่าผลตรวจ "ผิดปกติ" ทำให้คนตกใจมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะคำนี้ครอบคลุมตั้งแต่ความผิดปกติเล็กน้อยที่หายเองได้ ไปจนถึงสิ่งที่ต้องรักษาจริงจัง
| ผลที่รายงาน |
ความหมาย |
มักทำอะไรต่อ |
| ปกติ / Negative |
ไม่พบเซลล์ผิดปกติ |
ตรวจซ้ำตามรอบปกติ |
| ASC-US |
เซลล์ผิดปกติเล็กน้อยแบบไม่ชัดเจน |
ตรวจ HPV เพิ่ม หรือนัดตรวจซ้ำ |
| LSIL |
ความผิดปกติระดับต่ำ |
ส่วนใหญ่ติดตามอาการ มักหายเอง |
| HSIL |
ความผิดปกติระดับสูง |
ส่งตรวจด้วยกล้องขยายและตัดชิ้นเนื้อ |
| HPV เสี่ยงสูงเป็นบวก |
พบเชื้อสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง |
ตรวจเซลล์เพิ่มเติมและติดตามใกล้ชิดขึ้น |
ขั้นตอนถัดไปที่มักเกิดขึ้น
หากผลบ่งชี้ว่าควรตรวจเพิ่ม แพทย์มักส่งตรวจด้วย
กล้องขยายดูปากมดลูก ซึ่งเป็นการส่องดูอย่างละเอียดเพื่อระบุตำแหน่งที่ผิดปกติ และอาจตัดชิ้นเนื้อเล็ก ๆ ไปตรวจ
หากพบเซลล์ผิดปกติระดับสูง มีวิธีรักษาที่ทำแบบผู้ป่วยนอกได้ เช่น การจี้ด้วยความเย็นหรือการตัดด้วยห่วงไฟฟ้า ซึ่ง
เป็นการรักษาก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง และได้ผลสูงมาก
นี่คือหัวใจของการคัดกรอง — เป้าหมายไม่ใช่การหามะเร็ง แต่คือการหาสิ่งที่
กำลังจะกลายเป็น มะเร็งแล้วจัดการเสียก่อน
ผลผิดปกติไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง
ผู้หญิงจำนวนมากที่ได้ผล ASC-US หรือ LSIL กลับสู่ปกติเองภายในหนึ่งถึงสองปีโดยไม่ต้องรักษาอะไรเลย เพราะร่างกายกำจัดเชื้อ HPV ได้ สิ่งที่ต้องทำคือ
ไปตามนัดติดตามผล ซึ่งเป็นจุดที่คนหลุดจากระบบมากที่สุดเพราะรู้สึกสบายดี
ป้องกันอย่างไร
- ฉีดวัคซีน HPV — ยิ่งก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ยิ่งได้ผล
- ตรวจคัดกรองตามรอบ — สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้ว
- ใช้ถุงยางอนามัย — ลดความเสี่ยงได้มาก แม้ไม่ครอบคลุมทั้งหมด
- ไม่สูบบุหรี่ — การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ยากขึ้น
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นด้วย — เพราะการติดเชื้ออื่นเพิ่มความเสี่ยง
- หากอยู่ร่วมกับเอชไอวี ให้กินยาสม่ำเสมอ — ภูมิคุ้มกันที่ฟื้นตัวช่วยควบคุม HPV ได้ดีขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ติดเชื้อ HPV แล้วจะเป็นมะเร็งแน่นอนไหม
ไม่ การติดเชื้อส่วนใหญ่หายเองภายใน 1–2 ปี มีเพียงส่วนน้อยที่กลายเป็นเรื้อรังและใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพัฒนาเป็นมะเร็ง
เป็นหูดหงอนไก่ จะกลายเป็นมะเร็งไหม
ไม่ หูดหงอนไก่เกิดจากสายพันธุ์เสี่ยงต่ำซึ่งไม่ก่อมะเร็ง แต่ควรตรวจคัดกรองตามปกติ เพราะอาจติดสายพันธุ์เสี่ยงสูงร่วมด้วยได้
ฉีดวัคซีนแล้วยังต้องตรวจคัดกรองไหม
ต้อง เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง
อายุเกิน 26 แล้ว ฉีดวัคซีนยังทันไหม
ยังได้ประโยชน์อยู่ แม้จะน้อยกว่าการฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
ผู้ชายตรวจ HPV ได้ไหม
ไม่มีการตรวจคัดกรอง HPV มาตรฐานสำหรับผู้ชายทั่วไป การป้องกันหลักคือวัคซีนและถุงยางอนามัย
มะเร็งปากมดลูกรักษาหายไหม
หากตรวจพบตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็งหรือระยะเริ่มต้น อัตราการรักษาหายสูงมาก ยิ่งพบเร็วยิ่งได้ผลดี
สรุป
มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงแบบเรื้อรัง และเกือบทั้งหมด
ป้องกันได้ ด้วยเครื่องมือสองอย่างที่มีอยู่แล้ว คือวัคซีนสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ และการตรวจคัดกรองสำหรับผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้ว
สิ่งที่ทำให้มะเร็งชนิดนี้ยังคร่าชีวิตผู้หญิงจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะไม่มีวิธีป้องกัน แต่เพราะ
คนไม่ได้ไปตรวจ ด้วยเหตุผลที่เข้าใจได้ ทั้งความอาย ความกลัว และการคิดว่า "ไม่มีอาการก็คงไม่เป็นไร"
ในเมื่อโรคนี้ใช้เวลา 10–20 ปีกว่าจะพัฒนา การตรวจไม่กี่นาทีทุกไม่กี่ปีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเท่าที่มี
อ่านต่อ:
HPV คืออะไร ·
หูดจากเชื้อ HPV ·
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และรับคำปรึกษาได้ที่ Love2Test.org
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- CDC: About Genital HPV Infection เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- NCI: HPV and Cancer เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569