Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

ไขข้อสงสัย หูดข้าวสุก โรคติดเชื้อไวรัส อาการ การรักษา และการป้องกัน

หูดข้าวสุก เป็นโรคที่มาจากการติดเชื้อไวรัส Molluscum Contagiosum Virus ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับผู้ที่มี

Read in English ไขข้อสงสัย หูดข้าวสุก โรคติดเชื้อไวรัส อาการ การรักษา และการป้องกัน
สารบัญ
หูดข้าวสุก เป็นโรคที่มาจากการติดเชื้อไวรัส Molluscum Contagiosum Virus ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับผู้ที่มีเชื้อโรคนี้ได้ โรคนี้สามารถพบเจอได้ทั้งในผู้ชาย และผู้หญิงทุกช่วงวัยตั้งแต่ทารก, เด็ก, ผู้ใหญ่, และผู้สูงอายุ รวมถึงมักพบในวัยเจริญพันธุ์จากการติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย อาการที่พบบ่อยคือการเกิดตุ่มเนื้อเล็กๆ ที่คล้ายกับสิวขึ้นบริเวณผิวหนังชั้นนอก เช่น ใบหน้า, แขน, ลำตัว, หรือบริเวณอวัยวะเพศ โรคนี้ไม่สามารถเข้าสู่กระแสเลือด หรือระบบประสาทเหมือนกับโรคติดต่อทางเพศอื่นๆ และมักพบในบุคคลที่มีระบบภูมิต้านทานต่ำ

หูดข้าวสุกเกิดจากอะไร?

สาเหตุของหูดข้าวสุกคือการได้รับเชื้อ Molluscum Contagiosum Virus ผ่านผิวหนัง โดยเชื้อสามารถแพร่จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ง่ายเมื่อมีการสัมผัสกับตุ่มหรือผิวหนังบริเวณที่มีเชื้อโดยตรง นอกจากนี้ เชื้ออาจติดผ่านสิ่งของที่มีการปนเปื้อน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา หรือของใช้ส่วนตัว

ในผู้ใหญ่ หูดข้าวสุกบริเวณอวัยวะเพศ หน้าท้องส่วนล่าง ต้นขาด้านใน หรือรอบทวารหนัก อาจเกิดจากการสัมผัสทางเพศ อย่างไรก็ตาม หูดข้าวสุกไม่ได้จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทุกกรณี เพราะเด็กและผู้ใหญ่สามารถได้รับเชื้อจากการสัมผัสผิวหนังหรือของใช้ร่วมกันได้เช่นกัน

เชื้อยังสามารถกระจายจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งของร่างกายได้จากการเกา แกะ บีบ ถอนขน หรือโกนขนผ่านตุ่ม ซึ่งเรียกว่าการแพร่เชื้อด้วยตนเอง ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มโดยไม่จำเป็นจึงเป็นวิธีสำคัญในการลดการลุกลามของโรค

หูดข้าวสุกมีอาการอย่างไร

หูดข้าวสุกจะไม่มีอาการป่วยผิดปกติจากภายในร่างกาย เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหูดชนิดนี้ ไม่มีการเข้าสู่กระแสเลือดได้ ​ระยะเวลาในการฟักตัวประมาณ 2 สัปดาห์ ไปจนถึง 6 เดือน ก่อนที่ร่างกายผู้ป่วยจะมีอาการที่ชัดเจน โดยรอยหูดข้าวสุกที่พบได้บ่อย
  • ลักษณะที่พบบ่อย ได้แก่

    • ตุ่มกลมขนาดเล็ก สีเดียวกับผิว สีขาวมุก หรือสีชมพู
    • ผิวตุ่มเรียบ เงา และค่อนข้างแน่น
    • มีรอยบุ๋มเล็ก ๆ ตรงกลาง
    • อาจขึ้นเพียงตุ่มเดียวหรือหลายตุ่มรวมกัน
    • บางรายมีอาการคัน แดง หรืออักเสบรอบตุ่ม
    • ตุ่มอาจมีขนาดใหญ่หรือกระจายจำนวนมากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
    ตำแหน่งที่พบได้บ่อย ได้แก่ ใบหน้า ลำคอ รักแร้ ลำตัว แขน ข้อพับ ต้นขา และบริเวณอวัยวะเพศ สำหรับเด็กมักพบตามใบหน้า ลำตัว และข้อพับ ส่วนผู้ใหญ่มักพบรอบอวัยวะเพศ หน้าท้องส่วนล่าง ต้นขาด้านใน หรือก้น หากพบตุ่มรอบดวงตา ตุ่มอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเยื่อบุตาอักเสบได้
มีความเสี่ยงหรืออาการ? ตรวจ STI ได้ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ หาสถานที่ตรวจ

สาเหตุของโรคหูดข้าวสุก

หูดข้าวสุก เกิดจากเชื้อไวรัสมอลลัสคุม คอนทาจิโอซุม (Molluscum contagiosum virus) ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มพอกซ์ไวรัส (Poxvirus) สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสิ่งแวดล้อมที่ชื้น และอบอุ่น รวมถึงในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจะมีโอกาสเกิดโรคหูดข้าวสุกได้มากกว่า ซึ่งจะเกิดรอยโรคเฉพาะบริเวณผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น โดยสาเหตุหลักๆ จากการติดหูดข้าวสุกมาจากการสัมผัสเชื้อจากผู้ที่เป็นโรค ผ่านการสัมผัส หรือใช้สิ่งของที่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัส และการติดเชื้อเมื่อมีเพศสัมพันธ์

หูดข้าวสุกติดต่อกันได้อย่างไร?

หูดข้าวสุกสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับตุ่มหรือสารภายในตุ่ม นอกจากนี้ยังอาจแพร่ผ่านสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า อุปกรณ์โกนขน หรืออุปกรณ์กีฬา

ช่องทางที่พบได้ ได้แก่

  • สัมผัสตุ่มหูดข้าวสุกโดยตรง
  • ใช้ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกัน
  • มีเพศสัมพันธ์หรือสัมผัสผิวหนังใกล้ชิดกับผู้ที่มีตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ
  • เกา แกะ หรือบีบตุ่มแล้วสัมผัสผิวหนังบริเวณอื่น
  • โกนขนผ่านบริเวณที่มีตุ่ม ทำให้เชื้อกระจายตามรอยถลอก
ผู้ป่วยยังสามารถแพร่เชื้อได้ตราบใดที่ยังมีตุ่มอยู่บนผิวหนัง เมื่อตุ่มทั้งหมดหายแล้วจึงถือว่าไม่มีรอยโรคที่สามารถแพร่เชื้อต่อได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยเป็นแล้วสามารถติดเชื้อใหม่ได้ หากสัมผัสเชื้ออีกครั้ง เพราะร่างกายไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันถาวรต่อโรคนี้

หูดข้าวสุกแตกต่างจากหูดหงอนไก่อย่างไร?

แม้ชื่อของทั้งสองโรคจะมีคำว่า “หูด” เหมือนกัน แต่เกิดจากไวรัสคนละชนิด หูดข้าวสุกเกิดจาก Molluscum Contagiosum Virus ส่วนหูดหงอนไก่เกิดจาก Human Papillomavirus หรือ HPV

จุดเปรียบเทียบ หูดข้าวสุก หูดหงอนไก่
เชื้อสาเหตุ Molluscum Contagiosum Virus HPV
ลักษณะตุ่ม กลม เรียบ มันวาว มีรอยบุ๋มกลาง ผิวขรุขระ คล้ายดอกกะหล่ำ
อาการ มักไม่เจ็บ แต่อาจคัน อาจคัน ระคายเคือง หรือเลือดออก
ตำแหน่ง พบได้ทั่วร่างกาย มักพบรอบอวัยวะเพศและทวารหนัก
การหายเอง หลายรายหายได้เอง บางรายหายเอง แต่เชื้อ HPV อาจคงอยู่
การติดต่อ สัมผัสผิวหนังและของใช้ร่วมกัน ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศ
ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากมีตุ่มบริเวณอวัยวะเพศควรให้แพทย์ตรวจ เพราะลักษณะของรอยโรคอาจไม่ตรงตามแบบทั่วไปทุกครั้ง

การวินิจฉัยหูดข้าวสุก

  • แพทย์จะทำการซักถามประวัติ และวินิจฉัยเบื้องต้น
  • ตรวจวินิจฉัยรอยโรคทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อด้วยการขูดผิวหนัง ด้วยวิธีการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือการเก็บตัวอย่าง Biopsy
  • กรณีที่พบว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อหูดข้าวสุกบริเวณอวัยวะเพศ แพทย์จะทำการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อป้องกันติดต่อ และลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
  • แพทย์จะแนะนำให้คู่นอนเข้ารับการตรวจร่วมด้วย เพื่อตรวจหาเชื้อ และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงทีหากพบว่าติดโรคหูดข้าวสุก หรือโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
ตรวจ STI อย่างเป็นส่วนตัว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูบริการใกล้ฉัน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคหูดข้าวสุก

ผู้ที่เป็นโรคหูดข้าวสุกอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นบริเวณโดยรอบรอยตุ่ม หรือผิวหนัง เช่น
  • อาการอักเสบที่เกิดจากการตุ่มหูดติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนโดยการเกา การแกะ การบีบ ทำให้เสี่ยงติดเชื้ออื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
  • หากมีรอยโรคบริเวณเปลือกตา อาจส่งผลให้เกิดเยื่อตาอักเสบ
  • ผู้ป่วยโรคหูดข้าวสุกที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจเกิดผื่นแดงมีอาการคันร่วมด้วย

การป้องกันโรคหูดข้าวสุก

หูดข้าวสุก สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีเชื้อ ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันหูดข้าวสุกได้ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการหมั่นดูแลสุขอนามัยของร่างกายอย่างถูกวิธี ดังนั้นควรป้องกันด้วยวิธีการดังนี้
  • หลึกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผิวหนัง หรือรอยโรคของผู้ที่เป็นหูดข้าวสุก
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีแผล หรือตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ
  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • รักษาความสะอาดของร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ หรือสัมผัสกับผู้อื่น
  • ตรวจสุขภาพ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

วิธีรักษา หูดข้าวสุก

วิธีรักษาหูดข้าวสุก ส่วนใหญ่อาการของหูดข้าวสุกมักหายได้เองภายใน 6-12 เดือน ซึ่งการรักษาผู้ป่วยมีหลายวิธีโดยแพทย์จะเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด อาจใช้เพียงวิธีเดียว หรือหลายวิธีร่วมกัน เช่น
  • การใช้ยาแต้มบริเวณตุ่มหูดข้าวสุก ที่มีส่วนผสมของกรด Salicylic Acid, Potassium Hydroxide, Benzoyl Peroxide, Hydrogen Peroxide
  • การรักษาหูดข้าวสุกด้วยยาชนิดรับประทาน เช่น Cimetidine
  • การใช้ยาแต้มบริเวณตุ่มหูดข้าวสุกชนิดเจล หรือครีม ที่มีส่วนผสมของ Retinoids
  • การจี้หูดข้าวสุกด้วยความเย็น (Cryotherapy / Cryosurgery)
  • การรักษาหูดข้าวสุกด้วยเลเซอร์ (Pulsed Dye Laser Therapy)
  • การรักษาหูดข้าวสุกด้วยการขูดเนื้อเยื่อ
  • การรักษาหูดข้าวสุกด้วยกับการฉีดสารกระตุ้นภูมิ ในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอการรักษา

อ่านบทความอื่นๆ

หูดข้าวสุก จัดเป็นโรคที่ไม่รุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าหากเป็นแล้วไม่ควรแกะ หรือขูดหูดออกด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้หูดข้าวสุกแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นได้ ดังนั้นควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: About Molluscum Contagiosum เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี