จากตุ่มใสสู่แผลเจ็บ เริมที่จมูก มีอาการอย่างไร พร้อมวิธีรักษา และป้องกัน
แผลหรือตุ่มในจมูกเป็นเริมเสมอไหม ใช้อะไรทาได้บ้าง ข้อห้ามครีมในรูจมูกและใกล้ตา พร้อมสัญญาณที่ต้องตรวจและการแยกจากสิวหรือแผลอักเสบ
Read in English
สารบัญ
เป็นแผลในจมูก ใช้ครีมอะไซโคลเวียร์ทาลึกเข้าไปได้ไหม?
ไม่ควรใช้ครีมเริมสำหรับผิวหนังภายในรูจมูก ในปาก หรือในและใกล้ดวงตาเอง ยาแต่ละรูปแบบใช้ต่างตำแหน่ง ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินแผลและผลิตภัณฑ์ก่อน ไม่ใช้ยาสิวหรือสเตียรอยด์ผสมทาแทนการตรวจ
สิวใต้จมูก ตุ่มเจ็บ หรือจมูกเป็นรู แปลว่าเป็นเริมหรือไม่?
ไม่ใช่ข้อยืนยัน อาจเป็นรูขุมขนอักเสบ แผลจากการแคะ การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือภาวะอื่น โดยคำว่า จมูกเป็นรู อาจหมายถึงปัญหาคนละตำแหน่ง ควรตรวจหากเลือดออกซ้ำ แผลไม่หาย บวมแดงลาม หรือปวดมาก ไม่บีบหรือเจาะเอง
มีแผลรอบจมูกร่วมกับตาแดง ปวดตา หรือมองไม่ชัด ควรรอดูไหม?
ไม่ควรรอ ควรพบแพทย์หรือจักษุแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะการติดเชื้อที่ตาต้องรักษาเฉพาะ อย่าใช้ครีมทาผิวหยอดตาหรือใช้ยาหยอดสเตียรอยด์เอง ระหว่างนี้หลีกเลี่ยงการจับตาและใส่คอนแทคเลนส์
แหล่งข้อมูลสำหรับคำตอบเหล่านี้
เริมที่จมูก เป็นการติดเชื้อไวรัสเริมบริเวณผิวหนังรอบรูจมูก ปีกจมูก หรือเยื่อบุด้านในจมูก โดยมักเกิดจากเชื้อ Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1 ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดเริมบริเวณริมฝีปากและรอบปาก ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการคัน แสบ เจ็บ หรือตึงบริเวณจมูก ก่อนเกิดเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่แตกเป็นแผลและตกสะเก็ดในเวลาต่อมา
หลังติดเชื้อครั้งแรก เชื้อ HSV จะเข้าไปแฝงตัวอยู่ในปมประสาท แม้แผลภายนอกจะหายแล้ว เชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายและสามารถกลับมาก่ออาการซ้ำได้เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บป่วย ภูมิคุ้มกันลดลง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือการได้รับแสงแดดจัด อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่มีอาการเลย หรือมีอาการเล็กน้อยจนเข้าใจผิดว่าเป็นสิว แผลถลอก หรือรูขุมขนอักเสบ
แม้เริมที่จมูกส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่บริเวณจมูกอยู่ใกล้ดวงตา ผู้ป่วยจึงควรระมัดระวังไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังดวงตาจากการจับหรือแกะแผล หากมีอาการปวดตา ตาแดง แพ้แสง น้ำตาไหล หรือมองเห็นไม่ชัด ควรรีบพบแพทย์ เพราะการติดเชื้อ HSV ที่กระจกตาจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยจักษุแพทย์อย่างรวดเร็วHSV และสาเหตุอื่นของแผลจมูก
HSV อาจทำให้ตุ่มหรือแผลรอบจมูกและกลับเป็นซ้ำได้ แต่ตำแหน่งที่เป็นไม่ยืนยันชนิดเชื้อ และตุ่มทุกชนิดไม่ใช่เริม หากไม่เคยได้รับการวินิจฉัยหรือแผลไม่เหมือนเดิมควรให้ผู้ให้บริการประเมิน ไม่ใช้คำว่าจมูกเป็นรูหรือแผลเป็นแทนการวินิจฉัย HSV
ลดการสัมผัสแผลและหลีกเลี่ยงการจับตา
HSV ถ่ายทอดจากการสัมผัสบริเวณที่มีเชื้อได้ และอาจถ่ายทอดแม้ไม่เห็นแผลชัด ควรล้างมือหลังสัมผัสแผล หลีกเลี่ยงการแกะ จูบ หรือสัมผัสแผลของผู้อื่น และระวังไม่ให้ผู้มีแผลเริมจูบทารก ไม่ใช้การอาบน้ำหรือความสะอาดอย่างเดียวรับประกันว่าไม่ถ่ายทอด
อาการช่วยบอกว่าควรตรวจ แต่ไม่ใช้ยืนยันเชื้อ
อาจมีแสบ คัน เจ็บ หรือกลุ่มตุ่มที่แตกเป็นแผล แต่แผลติดเชื้อชนิดอื่นอาจดูคล้ายกัน ระยะหายต่างกัน หากรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย ไม่เริ่มหาย หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรประเมิน ไม่รอหลายสัปดาห์ตามช่วงเวลาจากบทความ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการทางตาหรือบวมแดงลาม
การรักษา เริมที่จมูก
แม้ว่าจะไม่มียารักษาเริมให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แต่ยังมีวิธีในการจัดการกับอาการที่เกิดขึ้น ยารักษาโรคเริมจะช่วยให้อาการหายได้เร็วขึ้น และ ช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ในขณะที่กำลังมีอาการแผลตุ่มพอง ตุ่มน้ำ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาให้คุณเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นเลือกยาและรูปแบบตามตำแหน่งแผล
ผู้รักษาอาจเลือกยาต้านไวรัสรับประทานหรือผลิตภัณฑ์เฉพาะตามการวินิจฉัย ประวัติเป็นซ้ำ การทำงานของไต และยาอื่น ไม่ใช้ชื่อยากำหนดขนาดหรือความถี่เอง ครีมผิวหนัง ยาป้ายตา และยาเม็ดไม่ใช่รูปแบบที่ใช้ทดแทนกันได้
อย่าทาครีมเริมผิวหนังภายในจมูกหรือใกล้ดวงตาเอง การรักษาช่วยควบคุมอาการ ไม่ได้กำจัด HSV ทั้งหมดและไม่รับประกันว่าไม่ถ่ายทอดเชื้อ หากมีปัญหาการใช้ยาให้นำฉลากไปปรึกษาผู้จ่ายยา
การป้องกันโรค เริมที่จมูก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแผลเริมโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว ชุดชั้นใน เสื้อผ้า เป็นต้น
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเริม
มีตุ่มในจมูก เจ็บ เกิดจากอะไร?
อาการ มีตุ่มในจมูกและรู้สึกเจ็บ ไม่ได้เกิดจากเริมเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุได้หลายชนิด เช่น สิว รูขุมขนอักเสบ แผลจากการแคะหรือถอนขนจมูก การติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณปากรูจมูก หรือเริมที่จมูก การสังเกตลักษณะของตุ่มและอาการร่วมจึงมีความสำคัญ แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
หากเป็นเริม ผู้ป่วยมักมีอาการคัน แสบ ร้อน หรือตึงบริเวณเดิมก่อนเกิดตุ่มน้ำใสขนาดเล็กหลายตุ่มรวมกัน ตุ่มอาจแตกกลายเป็นแผลตื้นและตกสะเก็ดในเวลาต่อมา โดยมักกลับมาเกิดใกล้ตำแหน่งเดิม ส่วนสิวหรือรูขุมขนอักเสบมักมีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเดี่ยว กดเจ็บ และอาจสัมพันธ์กับการแคะจมูก ถอนขนจมูก หรือการระคายเคืองภายในรูจมูก
อีกภาวะหนึ่งที่พบได้คือ การอักเสบบริเวณปากรูจมูก หรือ Nasal Vestibulitis ซึ่งอาจทำให้มีตุ่มเจ็บ สะเก็ด แผล หรืออาการบวมแดงบริเวณด้านในรูจมูก ภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรีย และอาจเกิดหลังสั่งน้ำมูกบ่อย แคะจมูก หรือถอนขนจมูก จึงใช้วิธีรักษาแตกต่างจากโรคเริม
ไม่ควรบีบ เจาะ แกะ หรือใช้ยารักษาสิวทาภายในจมูกด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้แผลอักเสบ เชื้อแพร่กระจาย หรือเกิดการติดเชื้อรุนแรงขึ้น หากตุ่มมีหนอง บวมแดงมาก ปวดรุนแรง ลามไปบริเวณปลายจมูกหรือใบหน้า มีไข้ หรือไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ควรพบแพทย์เพื่อแยกสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
หากตุ่มมีลักษณะเป็นกลุ่มน้ำใส มีอาการแสบคันก่อนเกิดแผล หรือกลับมาเป็นซ้ำตำแหน่งเดิม อาจสงสัยเริมที่จมูกได้ แต่หากไม่แน่ใจว่าเป็นเริมหรือโรคชนิดอื่น โดยเฉพาะเมื่อแผลมีขนาดใหญ่ เจ็บมาก หรือไม่เริ่มหายภายในประมาณ 10 วัน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ดูแลแผลโดยไม่บีบ แกะ หรือทดลองยา
ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสบริเวณแผล ดูแลอย่างอ่อนโยน ไม่บีบตุ่ม ถอนขนผ่านแผล หรือใส่ของระคายเคืองเข้าไปในจมูก หากต้องการยาแก้ปวดให้ถามผู้จ่ายยาถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะเด็ก ผู้ตั้งครรภ์ ผู้มีโรคไต หรือใช้ยาอื่นอยู่
บวมแดงลาม ไข้ ปวดมาก หรือมีปัญหาตา เช่น ปวดตา แพ้แสงและมองไม่ชัด ต้องตรวจโดยเร็ว ไม่ใช้การรอให้ตกสะเก็ดแทนการประเมิน
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- CDC: About Genital Herpes เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- CDC: STI Treatment Guidelines เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


