หนองในเทียมคืออะไร? การติดต่อ การตรวจ และการรักษา
หนองในเทียมเกิดจาก Chlamydia trachomatis ไม่ใช่เชื้อหนองใน เรียนรู้การติดต่อ อาการ การตรวจ NAAT การรักษา และการป้องกัน
Read in English
สารบัญ
หนองในเทียม (chlamydia) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ไม่ใช่เชื้อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นสาเหตุของหนองใน (gonorrhea) ทั้งสองโรคอาจมีอาการคล้ายกันและเกิดร่วมกันได้ จึงต้องใช้การตรวจเพื่อแยกโรคแทนการวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว
ติดต่ออย่างไร?
เชื้อถ่ายทอดผ่านเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก และถ่ายทอดสู่ทารกระหว่างคลอดได้ เชื้ออาจอยู่ที่ปากมดลูก ท่อปัสสาวะ ทวารหนัก หรือลำคอ การกอด จับมือ ใช้ห้องน้ำ หรือรับประทานอาหารร่วมกันไม่ใช่ช่องทางติดต่อทั่วไป
อาการที่อาจพบ
หลายคนไม่มีอาการ หากมีอาจพบตกขาวผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด เลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย เจ็บหรือมีสารคัดหลั่งจากทวารหนัก หรือมีสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศชาย อาการไม่สามารถบอกได้แน่ว่าเป็น chlamydia, gonorrhea หรือโรคอื่น
การตรวจและรักษา
ผู้ให้บริการอาจเก็บปัสสาวะหรือสารคัดหลั่งจากตำแหน่งที่สัมผัสด้วยการตรวจ NAAT หนองในเทียมรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะตามแนวทาง แต่สูตรยาขึ้นกับการตั้งครรภ์ ตำแหน่งติดเชื้อ อาการ และปัจจัยอื่น ควรกินยาครบ ไม่แบ่งยา และหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์ตามระยะที่ผู้ให้บริการแนะนำ คู่นอนอาจต้องตรวจและรักษาเพื่อป้องกันการติดกลับ
หากไม่รักษา
เชื้ออาจทำให้เกิดอุ้งเชิงกรานอักเสบ ปวดเรื้อรัง ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือภาวะมีบุตรยาก และอาจทำให้หลอดเก็บอสุจิอักเสบในบางคน ภาวะแทรกซ้อนป้องกันได้ด้วยการตรวจและรักษาเร็ว แต่ไม่ควรใช้คำว่า “อันตรายถึงชีวิตเสมอ” เพราะความรุนแรงต่างกัน
การป้องกัน
ใช้ถุงยางหรือแผ่นยางอนามัย ตรวจตามความเสี่ยงและคำแนะนำ แจ้งคู่นอนเมื่อพบเชื้อ และตรวจซ้ำตามนัด PrEP ป้องกัน HIV แต่ไม่ป้องกันหนองในเทียม ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีน chlamydia ที่ใช้เป็นบริการทั่วไป
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- CDC: About Chlamydia เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- CDC: Urethritis and Cervicitis เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


