Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

สังคัง (เชื้อราขาหนีบ): อาการ วิธีรักษาและป้องกันซ้ำ

สังคังคือเชื้อราที่ผิวหนังขาหนีบ มักคันและมีขอบผื่นชัด รู้วิธีแยกจากผื่นอับชื้น การใช้ยาฆ่าเชื้อรา และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

Read in English สังคัง (เชื้อราขาหนีบ): อาการ วิธีรักษาและป้องกันซ้ำ
สารบัญ
โรคกลากบริเวณขาหนีบ (Tinea cruris) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "โรคสังคัง" เป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ลักษณะคล้ายกับโรคกลากที่ทำให้เกิดผื่นสีแดงและคันในบริเวณที่มีความอบอุ่นและชื้นของร่างกาย อาจมีรูปร่างเหมือนวงแหวนและทำให้เกิดผื่นคัน แสบ หรือร้อนในบริเวณขาหนีบ ด้านในของต้นขา และร่องก้น (บริเวณรอยแยกของสะโพก) โรคสังคังได้รับชื่อนี้เนื่องจากพบได้บ่อยในนักกีฬา และยังพบได้ในผู้ที่มีเหงื่อออกมากหรือมีน้ำหนักตัวเกิน แม้จะทำให้รู้สึกไม่สบายและรบกวน แต่โรคสังคังมักจะไม่ร้ายแรง การรักษาอาจประกอบไปด้วยการรักษาความสะอาดและความแห้งของบริเวณขาหนีบ และทายาต้านเชื้อราบริเวณผิวหนังที่ติดเชื้อ

สาเหตุของโรคสังคัง

โรคสังคัง (กลากบริเวณขาหนีบ) เกิดจากเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ โดยเฉพาะชนิด Trichophyton rubrum และ Epidermophyton floccosum การแพร่กระจายของเชื้อรามายังบริเวณขาหนีบมักเกิดจากเชื้อที่มาจากเท้า (กลากที่เท้า) หรือเล็บ (กลากที่เล็บ) ผ่านการเกา หรือการใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าปูที่นอนที่มีเชื้อปนเปื้อน
สาเหตุของโรคสังคัง

การแพร่กระจายของ โรคสังคัง

โรคสังคังมักแพร่กระจายผ่านการสัมผัสผิวหนังระหว่างคนต่อคน หรือการสัมผัสกับพื้นผิวที่ติดเชื้อ สามารถติดเชื้อได้จากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ หรือการใช้ผ้าขนหนูหรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้ที่มีเชื้อ ในบางกรณี การติดเชื้อสังคังอาจเกิดขึ้นได้หากมีเชื้อราที่เท้า (กลากที่เท้า) การแพร่กระจายเชื้อราสามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสบริเวณขาหนีบหลังจากสัมผัสกับเท้าที่ติดเชื้อ หรือการแพร่เชื้อจากเท้ามายังขาหนีบผ่านเสื้อผ้า เมื่อต้องแต่งตัว ควรใส่ถุงเท้าก่อนสวมกางเกงชั้นในเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากเท้ามายังขาหนีบ

ปัจจัยเสี่ยงของโรคสังคัง

หากคุณมีปัจจัยดังต่อไปนี้ อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเกิดโรคสังคัง
  • เป็นเพศชาย
  • อยู่ในช่วงวัยรุ่น
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน ซึ่งเพิ่มจำนวนรอยพับของผิวหนัง เชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคสังคังมักเติบโตได้ดีในบริเวณรอยพับผิวหนังที่มีเหงื่อ
  • มีแนวโน้มที่จะมีเหงื่อออกมาก ซึ่งเพิ่มความชื้นของผิวหนังและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา
  • ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่เต็มที่ เนื่องจากภาวะสุขภาพบางอย่างหรือการรักษา ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรา เช่นโรคสังคัง
  • ใส่เสื้อผ้าที่คับแน่นหรือชุดชั้นในที่แนบเนื้อ
  • ใส่ชุดว่ายน้ำเปียกเป็นเวลานาน
  • มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคสังคัง

อาการของ โรคสังคัง

  • อาการคันที่ผิวหนังบริเวณขาหนีบ และมีอาการคันเรื้อรัง
  • ผื่นที่ปรากฏเป็นบริเวณสีแดง ชัดเจน มีลักษณะเป็นเกล็ด มักมีรูปร่างเป็นวงแหวน
  • อาการแสบร้อน
  • บางครั้งอาจมีตุ่มพองตามขอบของผื่น
  • ผิวหนังลอกเป็นขุย
  • สีผิวบริเวณที่ติดเชื้อเปลี่ยนแปลงไป
ผื่นจากโรคสังคังมักเกิดที่บริเวณส่วนบนของต้นขา ต้นขาด้านใน และบางครั้งที่ผิวหนังของสะโพก โดยปกติแล้วผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศจะไม่ได้รับผลกระทบ

ปัจจัยที่อาจทำให้อาการแย่ลง

  • การออกกำลังกาย
  • การเดิน
  • การสวมเสื้อผ้าหรือชุดชั้นในที่คับแน่น
โรคสังคัง เคล็ดลับการรักษา

ภาวะแทรกซ้อนของโรคสังคัง

  • ผิวหนังเปื่อย (Maceration) และติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรียหรือเชื้อรา Candida
  • อาจเกิดรอยถลอก ผิวหนังหนาตัว (lichenification) และเปลี่ยนสีของผิวหนัง
  • ภาวะ Tinea incognita เนื่องจากการใช้ยาสเตียรอยด์แบบทา

โรคสังคัง หายเองได้หรือไม่?

แม้บางรายอาการคันอาจลดลงเองในช่วงแรก แต่โรคสังคังส่วนใหญ่ ไม่สามารถหายเองได้ เพราะเชื้อรายังคงอาศัยอยู่บนผิวหนัง หากไม่ได้รับยาต้านเชื้อรา เชื้ออาจลุกลามไปยังต้นขา ร่องก้น อวัยวะเพศ เท้า หรือเล็บ และทำให้กลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย ดังนั้นควรเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้หายเร็วและลดโอกาสเกิดแผลเป็นหรือการติดเชื้อแทรกซ้อน หากไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย เช่น
  • เล็บ: การติดเชื้อราที่เล็บรักษายากกว่าผิวหนังทั่วไป และมักดื้อต่อการรักษาหลายประเภท
  • มือ: การติดเชื้อราแบบเดียวกันสามารถแพร่ไปยังมือได้ หากเกาบริเวณขาหนีบที่ติดเชื้อหรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดทั้งสองบริเวณ
  • เท้า: เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคสังคังอาจแพร่ไปที่เท้า เรียกว่า “กลากที่เท้า” หรือ Athlete’s foot เชื้อสามารถแพร่จากขาหนีบไปยังเท้าผ่านชุดชั้นใน หรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดทั้งสองบริเวณ

ควรพบแพทย์เมื่อไร

ควรพบแพทย์หากผื่นทำให้รู้สึกเจ็บหรือมีไข้ และหากผื่นไม่ดีขึ้นหลังจากรักษา 1 สัปดาห์ หรือยังไม่หายสนิทหลังจากรักษา 3 สัปดาห์
ตรวจ STI อย่างเป็นส่วนตัว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูบริการใกล้ฉัน

การวินิจฉัยโรคสังคัง

แพทย์มักสามารถวินิจฉัยโรคสังคังได้โดยการตรวจร่างกายและดูผิวหนังที่ได้รับผลกระทบ ในบางกรณี แพทย์อาจเก็บตัวอย่างเซลล์ผิวหนังเพื่อตรวจ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยและแยกโรคผิวหนังอื่น ๆ เช่น โรคสะเก็ดเงิน

การรักษา โรคสังคัง

ยาต้านเชื้อราแบบทาที่บริเวณผื่นขาหนีบเป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อย ยาต้านเชื้อรามีหลายรูปแบบ เช่น
  • ครีม
  • เจล
  • น้ำยา
  • แป้ง
  • สเปรย์
ยาต้านเชื้อราแบบทาสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยา โดยเภสัชกรสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับคุณ หากคุณมีทั้งโรคสังคังและกลากที่เท้า ควรรักษาทั้งสองบริเวณพร้อมกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ในบางกรณี เช่น หากเชื้อรามีความรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการทา ยาต้านเชื้อราแบบรับประทานอาจจำเป็นสำหรับการรักษา เช่น
  • เทอร์บิเนฟีน (Terbinafine, ชื่อการค้า: Lamisil, Tinasil)
  • ฟลูโคนาโซล (Fluconazole, ชื่อการค้า: Diflucan, Dizole)
  • กริซีโอฟุลวิน (Griseofulvin, ชื่อการค้า: Grisovin)

ผลข้างเคียงของยาต้านเชื้อราแบบรับประทาน

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยาต้านเชื้อราแบบรับประทาน ได้แก่
  • คลื่นไส้
  • ท้องเสีย
  • ปวดศีรษะ
  • อาการไม่ย่อยอาหาร
บางประเภทของยาต้านเชื้อราแบบรับประทานอาจไม่เหมาะสมสำหรับบางคน แพทย์จะสามารถแนะนำการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

การดูแลตนเอง

การปฏิบัติตามวิธีการดูแลตนเองเหล่านี้ก็มีความสำคัญในการรักษาโรคสังคัง
  • ล้างและเช็ดผิวหนังบริเวณขาหนีบให้แห้งทุกวัน
  • เปลี่ยนชุดชั้นในทุกวัน (หรือบ่อยขึ้นหากมีเหงื่อออกมาก)
  • ใส่ชุดชั้นในที่หลวมและหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณนี้
วิธีป้องกัน โรคสังคัง

วิธีป้องกัน โรคสังคัง

มีหลายวิธีที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้โรคสังคังกลับมาเกิดใหม่ได้
  • ล้างและเช็ดให้แห้ง: ล้างบริเวณขาหนีบทุกวันและเช็ดให้ผิวแห้งสนิท
  • รักษาความแห้ง: รักษาบริเวณขาหนีบให้แห้ง เช็ดอวัยวะเพศและต้นขาด้านในให้แห้งสนิทด้วยผ้าขนหนูสะอาดหลังจากอาบน้ำหรือออกกำลังกาย โดยให้เช็ดเท้าสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อราที่เท้าไปยังบริเวณขาหนีบ
  • เลือกเสื้อผ้าที่พอดี: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสื้อผ้าโดยเฉพาะชุดชั้นในและชุดกีฬาเหมาะสม ไม่คับจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวหนังเสียดสีและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคสังคัง ควรลองสวมกางเกงในแบบบ็อกเซอร์แทนการสวมกางเกงในแบบรัด
  • เลือกชุดชั้นในจากผ้าฝ้าย: ใช้ชุดชั้นในผ้าฝ้ายและหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ
  • ซักเสื้อผ้าและผ้าขนหนูบ่อยๆ: ควรซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน และอุปกรณ์รองรับขาหนีบบ่อยๆ
  • สวมเสื้อผ้าที่สะอาด: เปลี่ยนชุดชั้นในทุกวัน หรือบ่อยขึ้นหากมีเหงื่อออกมาก ควรเลือกชุดชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและช่วยให้ผิวแห้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น: อย่าให้ผู้อื่นใช้เสื้อผ้า ผ้าขนหนู หรือของใช้ส่วนตัวอื่นๆ และอย่ายืมของเหล่านี้จากผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณที่ติดเชื้อ: หากต้องเกาให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อก่อนสัมผัสส่วนอื่นของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคสังคัง: ควรรอให้โรคสังคังหายไปก่อนถึงจะมีเพศสัมพันธ์
หากคุณมีโรคกลากที่เท้า (Athlete’s foot) ควรรักษาให้หายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อราไปยังบริเวณขาหนีบ เมื่อต้องแต่งตัว ควรใส่ถุงเท้าก่อนใส่ชุดชั้นใน เพื่อไม่ให้เชื้อราจากเท้ากระจายไปยังขาหนีบ

ยาทาสังคังซื้อได้ที่ไหน?"

ยาทาสำหรับรักษาโรคสังคังสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยเภสัชกรจะช่วยแนะนำยาที่เหมาะสมกับลักษณะของผื่น ยาที่นิยมใช้ ได้แก่ Terbinafine, Clotrimazole, Ketoconazole, Miconazole และ Sertaconazole ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ทาวันละ 1–2 ครั้ง ต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ควรใช้ยาต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

โรคสังคังติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไหม?

ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงระหว่างมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยตรง


โรคสังคังใช้ยาทาอะไรดี?

ยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ Terbinafine, Clotrimazole, Ketoconazole และ Miconazole ควรใช้ต่อเนื่องจนกว่าจะหาย แม้อาการคันจะดีขึ้นแล้ว


โรคสังคังหายภายในกี่วัน?

โดยทั่วไปจะเริ่มดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ และหายภายใน 2–4 สัปดาห์ หากรักษาอย่างถูกต้อง


ค้นหาสถานบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาสถานบริการ

โรคสังคังกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

ได้ หากยังมีความอับชื้น เหงื่อมาก ใส่เสื้อผ้ารัดแน่น หรือไม่ได้รักษาเชื้อราที่เท้าหรือเล็บร่วมด้วย

สังคัง หรือ tinea cruris คือการติดเชื้อราที่ผิวหนังบริเวณขาหนีบและต้นขาด้านใน มักคัน แสบ และมีผื่นขอบนูนเป็นวง แต่ผื่นบริเวณนี้ยังอาจเกิดจากการเสียดสี เชื้อยีสต์ สะเก็ดเงิน ผื่นแพ้สัมผัส หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงไม่ควรเรียกผื่นทุกชนิดว่าสังคัง

ดูแลสังคังอย่างไรให้หายและลดการกลับเป็นซ้ำ

รักษาบริเวณให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าและกางเกงชั้นในเมื่อชื้น ใช้ผ้าเช็ดตัวส่วนตัว และสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศ หากมีเชื้อราที่เท้าควรรักษาพร้อมกันและสวมถุงเท้าก่อนกางเกงชั้นในเพื่อลดการพาเชื้อจากเท้าสู่ขาหนีบ

พบแพทย์เมื่อผื่นเจ็บมาก มีหนอง มีไข้ ลามเร็ว เกิดที่ถุงอัณฑะหรืออวัยวะเพศอย่างผิดปกติ เป็นเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาฆ่าเชื้อราตามฉลากแล้วไม่ดีขึ้น การขูดผิวตรวจเชื้อราอาจช่วยเมื่อรูปลักษณ์ไม่ชัด

คำถามที่พบบ่อย

สังคังเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไหม?

ไม่จัดเป็น STI โดยตรง แต่เชื้อราติดต่อผ่านผิวหนัง ของใช้ หรือพื้นที่ชื้นได้ และกิจกรรมทางเพศอาจทำให้ผิวสัมผัสและเสียดสีกัน

ใช้ครีมแก้คันอย่างเดียวได้ไหม?

ครีมแก้คันหรือสเตียรอยด์ไม่กำจัดเชื้อราและอาจทำให้ลักษณะโรคเปลี่ยน ควรใช้ยาฆ่าเชื้อราที่เหมาะสมตามฉลากหรือคำแนะนำ

ทำไมสังคังเป็นซ้ำบ่อย?

อาจมาจากเหงื่อและความชื้น ใช้ยาไม่ครบ มีเชื้อราที่เท้าหรือเล็บ ใช้ของร่วมกัน หรือวินิจฉัยเดิมไม่ถูก หากเป็นซ้ำควรให้แพทย์ตรวจ

แหล่งข้อมูลหลักที่ใช้ตรวจทาน: NHS: Ringworm · Love2Test: ค้นหาคลินิก

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: About Ringworm เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี