ในยุคที่การดูแล สุขภาพทางเพศ ได้รับความสนใจและความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้น การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือ PrEP หรือ “การป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ” ซึ่งเป็นการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อสร้างเกราะป้องกันเอชไอวีก่อนที่จะมีการสัมผัสความเสี่ยงจริง การใช้ “เพร็พ” อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ สามารถลดโอกาสการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม PrEP ไม่ได้มาแทนที่การป้องกันด้วยถุงยางอนามัย แต่เป็นอีกหนึ่งชั้นของการป้องกันที่เสริมความมั่นใจให้กับการดูแลสุขภาพทางเพศของแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
☰ สารบัญ
- ยาเพร็พเพร็พคืออะไร?
- หลักการใช้ยาเพร็พ
- ก่อนรับยาเพร็พต้องตรวจอะไรบ้าง?
- ยาเพร็พ รับประทานอย่างไร?
- ถ้าใช้ยาเพร็พยังต้องสวมถุงยางอนามัย หรือไม่ ?
- ควรทำอย่างไรถ้าลืมทานยาเพร็พตามเวลา
- ต้องตรวจเลือดระหว่างทานยาเพร็พบ่อยแค่ไหน
- สามารถรับยาเพร็พ ได้ที่ไหนบ้าง
- ราคาของยา เพร็พ ในปัจจุบัน
- การทานเพร็พมีทั้งหมดกี่วิธี
- ใครบ้างที่ควรใช้ยาเพร็พ
- ยาเพร็พปลอดภัยหรือไม่ มีผลข้างเคียงมากน้อยแค่ไหน?
- ยาเพร็พคือวัคซีนหรือไม่
- ความแตกต่างระหว่าง PrEP และ PEP
- หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้ยาเพร็พได้หรือไม่
- คำถามที่พบบ่อย
ยาเพร็พ PrEP คืออะไร?
เพร็พ (Pre-exposure prophylaxis) คือ ยาต้านไวรัสเอชไอวี “ก่อน” สัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกาย ใช้เพื่อลดความเสี่ยง ในการติดเชื้อเอชไอวี เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มชายรักชาย สาวประเภทสอง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย คู่นอนมีเชื้อเอชไอวี โดยจะต้องรับประทานยาทุกวัน วันละ 1 เม็ด ในเวลาเดียวกันทุกวัน
หลักการใช้ยาเพร็พ
ยาเพร็พถูกใช้ในกรณีก่อนมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ มีคุณสมบัติในการต้านไวรัสทำให้ร่างกายมีระดับยาเพียงพอที่จะยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อเอชไอวี จึงเป็นวิธีการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาวิจัยพบว่าการใช้ ยาเพร็พ มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้เกือบ 100% หากรับประทานยาทุกวัน อย่างสม่ำเสมอ
ก่อนรับยาเพร็พต้องตรวจอะไรบ้าง?
ก่อนการทานยาเพร็พ จะต้องมีการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ พร้อมกับตรวจเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน รวมถึงการทำงานของตับ และไตต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยจะต้องทานยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์แนะนำ ซึ่งในระหว่างทานยาเพร็พผู้รับยาจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมีวินัยในการติดตามผลเลือดเพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงตรวจเช็คการทำงานของตับ และไตว่าปกติ
PrEP รับประทานอย่างไร?
- ทานยาเพร็พ วันละ 1 เม็ด ต้องทานยาให้ตรงเวลาเดิมของทุกวัน
- ต้องทานอย่างน้อย 7 วันก่อนมีเพศสัมพันธ์ และทานต่อเนื่อง 3 เดือนเต็ม
- กรณีทานยาอื่นเป็นประจำอยู่ก่อนแล้ว ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบ
- ไม่ควรทานยาเพร็พ 2 เม็ดในวันเดียว หากลืมทานยา ให้ทานเม็ดที่ลืมเมื่อนึกขึ้นได้ทันที แต่ถ้าใกล้เวลาทานเม็ดต่อไปแล้วให้ทานยาเม็ดถัดไปตามปกติ
- ควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีความเสี่ยงคล้ายติดเชื้อเอชไอวี
- อาจมีอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ น้ำหนักลด
- ยังคงต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
ถ้าใช้ยาเพร็พ ยังต้องสวมถุงยางอนามัย หรือไม่ ?
การทานยาเพร็พเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้จริง แต่ควรใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยด้วย ซึ่งวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการสวมใส่ ถุงยางอนามัย ควบคู่ไปกับการกินยาเพร็พจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้ เช่น หูดหงอนไก่ หนองใน โรคซิฟิลิส โรคเริมอวัยวะเพศ เป็นต้น
ควรทำอย่างไรถ้าลืมทานยาเพร็พตามเวลา
ประสิทธิภาพของยาเพร็พจะมีผลสูงสุดก็ต่อเมื่อทานยาสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง หากในกรณีที่ลืมทานยา วันต่อไปยังสามารถทานยาเพร็พต่อไปจนครบกำหนดได้ หากขณะนั้นยังไม่มีเชื้อเอชไอวีในร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีจะลดลง
ต้องตรวจเลือดระหว่างทาน PrEP บ่อยแค่ไหน?
ในระหว่างการทานยาเพร็พ จะต้องทำการตรวจเลือดทุก 3 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อเอชไอวีในร่างกาย ให้มั่นใจว่ายาเพร็พมีประสิทธิภาพที่ดีภาพต่อร่างกาย ผู้ทานยาไม่มี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ รวมถึงตรวจเช็คว่าการทำงานของไตอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งหากตรวจพบอาการอื่นๆ ที่ปกติแพทย์จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที
สามารถรับยาเพร็พ ได้ที่ไหนบ้าง?
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ประกาศสิทธิประโยชน์ใหม่ที่สำคัญสำหรับประชาชนชาวไทย โดยได้บรรจุยาเพร็พ (Pre-Exposure Prophylaxis) เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เป็นหนึ่งในบริการที่ครอบคลุมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของเอชไอวีในประเทศไทย และส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างเท่าเทียมสำหรับกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง
ในประเทศไทย ยาเพร็พมีให้บริการอย่างแพร่หลายและสามารถเข้าถึงได้ผ่านผู้ให้บริการด้านสุขภาพ คลินิก และองค์กรต่าง ๆ โดยมีตัวเลือกดังนี้:
- โรงพยาบาลประจำจังหวัด: โรงพยาบาลรัฐบาลในเมืองหลักและจังหวัดต่าง ๆ มีบริการยาเพร็พ
- องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)
- คลินิกเอกชน
หรือสามารถจองคิวออนไลน์ผ่าน Love2test ได้ที่นี่
การทานเพร็พมีทั้งหมดกี่วิธี?
การรับประทานยาเพร็พ สามารถเลือกได้ทั้งหมด 2 วิธี ตามความเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล คือ
การทานยา PrEP ทุกวัน (Daily)
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นประจำ
- รับประทานยาอย่างน้อย 7 วันก่อนมีเพศสัมพันธ์
- หลังจากนั้น รับประทานยาวันละ 1 เม็ด ในเวลาเดียวกันทุกวัน
การทานยา PrEP แบบเฉพาะช่วง (On-demand)
- เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ได้
- รับประทานยา 2 เม็ดก่อนมีเพศสัมพันธ์ 2 – 24 ชั่วโมง
- รับประทานยา 1 เม็ด หลังทานยาครั้งแรก 24 ชั่วโมง
- รับประทานยาอีก 1 เม็ด หลังทานยาครั้งแรก 48 ชั่วโมง
ผู้ที่ต้องการรับยา เพร็พ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีรับประทานยาที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
ใครบ้างที่ควรใช้ “เพร็พ”
การใช้ ยา เพร็พ เป็นประโยชน์กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และร่างกายต้องมีความพร้อมสำหรับการทานยาเพร็พอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี เช่น
- กลุ่มชายรักชาย
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี
- พฤติกรรมการเปลี่ยนคู่นอนหลายคน
- กลุ่มผู้ที่ให้บริการทางเพศ
- คู่นอนมีเชื้อเอชไอวี
- ผู้ที่เคยทานยาเป๊ป หรือ ยาต้านฉุกเฉินหลังเสี่ยง มากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา
- ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด
- ผู้ที่เคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
ยาเพร็พปลอดภัยหรือไม่ มีผลข้างเคียงมากน้อยแค่ไหน?
โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้ ยาเพร็พ มักจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ซึ่งจากสถิติผู้ที่มีอาการข้างเคียงพบได้น้อยมาก และไม่ส่งผลที่อันตรายต่อร่างกาย อาจแสดงอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย หรือเบื่ออาหาร หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นเมื่อทานยาต่อเนื่องประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากในกรณีที่มีความผิดปกตินอกเหนือที่กล่าวมา หรือรุนแรงมากขึ้นควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน
PrEP คือวัคซีน หรือไม่?
เพร็พ ไม่ใช่วัคซีนสำหรับฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเหมือนกับโรคอื่นๆ แต่เป็นยาชนิดรับประทานที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อเอชไอวีเท่านั้น โดยมีหลักการทานคล้ายกับยาคุมกำเนิด ที่จะต้องทานทุกวันจนร่างกายมีระดับยาเพียงพอที่จะป้องกันการติดเชื้อได้
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- ยาฉีดป้องกัน HIV ก้าวใหม่ของโลกแพทย์ สู่การยุติเอดส์อย่างยั่งยืน
- On PrEP คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญต่อการป้องกัน HIV
ความแตกต่างระหว่าง PrEP และ PEP
| PREP | PEP | |
|---|---|---|
| ชื่อเรียกสั้นๆ | ป้องกันเอชไอวี “ก่อน” สัมผัสเชื้อ | ป้องกันเอชไอวี “หลัง” สัมผัสเชื้อ |
| วิธีการใช้ | รับประทานวันละ 1 เม็ด เป็นประจำทุกวัน | รับประทานภายใน 72 ชั่วโมง หลังสัมผัสเชื้อ 28 วัน |
| ประสิทธิภาพ | เกือบ 100% หากรับประทานยาตรงเวลาสม่ำเสมอ | 80% หากรับประทานยาภายใน 72 ชั่วโมง |
| ผลข้างเคียง | มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ | มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ |
หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้ยาเพร็พได้หรือไม่
ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ สามารถใช้ยาเพร็พได้ และมีบุตรได้ปกติ การทานยาเพร็พไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์แต่อย่างใด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PrEP
ถาม : เพร็พ มีประสิทธิภาพแค่ไหน ?
- ตอบ : เพร็พมีประสิทธิภาพในการป้องกันเอชไอวีได้เกือบ 100% หากรับประทานยาทุกวัน อย่างสม่ำเสมอ
ถาม : PrEP รักษาโรคเอดส์ ได้ หรือไม่ ?
- ตอบ : เพร็พไม่สามารถรักษาโรคเอดส์ได้ แต่เป็นยาที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
PrEP ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การใช้เพร็พควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ควบคู่กับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการป้องกันรูปแบบอื่น เช่น การใช้ถุงยางอนามัย เพื่อดูแลสุขภาพทางเพศอย่างรอบด้านและยั่งยืน
การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและการเลือกแนวทางป้องกันที่เหมาะสมกับตนเอง จะช่วยให้แต่ละคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และลดการแพร่กระจายของเอชไอวีในสังคมได้ในระยะยาว เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด เริ่มต้นจากความรู้ ความเข้าใจ และการตัดสินใจที่ใส่ใจสุขภาพของตนเองและผู้อื่นเสมอ
อ้างอิงข้อมูลจาก:

