โลน (Pubic Lice): สาเหตุ อาการ และการรักษา
ตัวโลนและไข่โลนดูอย่างไร ต่างจากเหาหรือรังแคไหม ทำไมโกนขนอย่างเดียวไม่หาย พร้อมข้อควรระวังยาใกล้ดวงตาและการดูแลของใช้
Read in English
สารบัญ
ไข่โลนเหมือนรังแคไหม ต้องมองเห็นตัวโลนด้วยหรือไม่?
ไข่โลนมักติดกับเส้นขนแน่น ส่วนตัวเต็มวัยมีรูปร่างกว้างคล้ายปูและอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือแว่นขยาย แต่สิ่งที่ติดเส้นขนอาจเป็นอย่างอื่นได้ การพบตัวที่ยังมีชีวิตช่วยประเมินการติดโลนได้ชัดขึ้น
โกนขนหรืออาบน้ำบ่อย ๆ ทำให้โลนหายได้ไหม?
การโกนขนหรือกำจัดขนอย่างเดียวไม่กำจัดโลน ต้องใช้การรักษาที่เหมาะสมตามฉลากหรือคำแนะนำ พร้อมดูแลเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอน รวมถึงให้คู่นอนรับการประเมิน
พบโลนหรือไข่บริเวณคิ้วและขนตา ใช้ยาโลนทั่วไปได้ไหม?
ไม่ควรใช้ยาโลนทั่วไปใกล้ดวงตาหรือทาคิ้วและขนตาเอง เพราะการรักษาบริเวณนี้ต้องใช้คำแนะนำเฉพาะ ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อระคายเคือง ตาแดง หรือมองเห็นผิดปกติ
แหล่งข้อมูลสำหรับคำตอบเหล่านี้
โรคโลน คืออะไร?
โรคโลน (Pediculosis Pubis หรือ Pubic Lice) คือ แมลงขนาดเล็กที่อยู่ในกลุ่มของปรสิต มีขนาดเล็กมากประมาณ 1 - 2 มิลลิเมตร มีขา 3 คู่ แต่ที่ปลายขาหน้าจะมีลักษณะพิเศษเป็นก้ามคล้ายขาปู โลนสามารถติดต่อกันได้ผ่านการมีกิจกรรมทางเพศทุกชนิด โลนสามารถดำรงวงจรชีวิตได้ด้วยการกินเลือดมนุษย์ และทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรงในบริเวณนั้น โลนมักจะอาศัยอยู่บริเวณขนหัวหน่าว และแพร่กระจายผ่านการสัมผัส ในบางกรณีอาจพบได้ในขนตา ขนรักแร้ ขนหน้าอก หนวดเครา ขนคิ้ว และขนบนใบหน้า แต่จะไม่พบบนเส้นผม โลนจะมีขนาดเล็กกว่าเหาบนหัว การแพร่ระบาดของโลนส่วนมากติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตัวโลนที่เกาะอยู่ตามเส้นขนนั้นจะมีทั้งตัวผู้ตัวเมีย เมื่อผสมพันธุ์แล้ว ตัวผู้จะตายไป ส่วนตัวเมียจะวางไข่บนเส้นขน ซึ่งโดยปกติแล้วโลนตัวเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ประมาณ 30 ฟอง เมื่อวางไข่แล้ว อีก 7 วัน ไข่จะฟักออกมาเป็นตัวอ่อน และต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 สัปดาห์ จึงจะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย เพื่อผสมพันธุ์ และออกไข่ต่อไปโลนเป็นหนึ่งในสามประเภทของเหาที่รบกวนมนุษย์
- เหาบนหัว Pediculus humanus capitis
- เหาบนร่างกาย Pediculus humanus corporis
- เหาในอวัยวะเพศ หรือโลน
อาการของโรคโลน
อาการของ โรคโลน นั้น จะเริ่มมีอาการจะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 สัปดาห์ ซึ่งอาการในผู้หญิง และผู้ชายจะคล้ายกัน โดยที่เห็นชัดเจนคือ อาการคันบริเวณอวัยวะเพศ บริเวณทวารหนัก หรืออาจมีอาการคันที่บริเวณอื่นๆ เช่น ใต้รักแร้ บริเวณที่มีขน เช่น ขา หน้าอก ท้อง หรือหลัง หนวด เครา คิ้ว หรือขนตา บ่อยครั้งที่พบว่ามีรอยเการุนแรง จนเลือดออก หากมีโลนที่อวัยวะเพศ อาจมองเห็นอุจจาระของโลนเป็นจุดสีดำๆ ติดกางเกงใน และมองเห็นไข่โลนที่ขนตามร่างกาย โดยเห็นเป็นเม็ดสีน้ำตาล เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นเป็นจุดสีแดง ซึ่งเป็นรอยที่โลนดูดเลือดเป็นอาหาร หากลองสังเกตให้ดีจะเห็นโลนเดินอยู่บนเตียงนอน มันมักจะหยุดอยู่นิ่งเมื่อเปิดไฟ และเริ่มเดินอีกครั้งเมื่อดับไฟ ในบางรายบริเวณที่ตัวโลนกัด และดูดเลือดจะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดตุ่มหนองบริเวณรากขน และหากมีโลนอาศัยอยู่บริเวณขนตาอาจเสี่ยงต่ออาการเยื่อบุตาอักเสบได้อีกด้วย ซึ่งอาการคัน จะคันมากขึ้นในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่นๆ ได้ด้วย เช่น- มีไข้ต่ำๆ
- หงุดหงิด ฉุนเฉียว
- ไม่มีแรง
- มีรอยช้ำเล็กๆ จากการกัดบนผิวหนังบริเวณต้นขา หรือหน้าท้องส่วนล่าง
- มีผงลักษณะสีดำติดที่กางเกงชั้นใน
ตัวโลนและไข่โลนแต่ละระยะ
ไข่โลนมีขนาดเล็กและติดแน่นกับเส้นขน อาจมองเห็นได้โดยใช้แว่นขยายช่วย ตัวอ่อนคล้ายตัวเต็มวัยแต่เล็กกว่า ส่วนตัวเต็มวัยมีหกขาและรูปร่างกว้างคล้ายปู หากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พบบนขนคือไข่หรือแมลงชนิดใด ควรให้บุคลากรสุขภาพตรวจ
ระยะฟักตัวของโรค
หลังจากติดโลน จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ในการแสดงอาการสาเหตุและการแพร่ของโลน
โลนมักแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการสัมผัสทางเพศ และอาจแพร่ผ่านเสื้อผ้าหรือเครื่องนอนที่ใช้ร่วมกันได้ การรับโลนจากโถส้วมพบได้น้อยมาก ไม่ควรใช้สถานที่หรือความสะอาดตัดสินว่าใครเป็นต้นเหตุ
การรักษาโลนอย่างปลอดภัย
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับโลนตามฉลากและคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ทายาฆ่าแมลงสำหรับบ้านบนผิวหนัง และไม่ใช้ยาโลนทั่วไปใกล้ดวงตา ควรทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนตามคำแนะนำ พร้อมประเมินคู่นอน หากยังพบตัวมีชีวิตหลังรักษาควรปรึกษาผู้ให้บริการก่อนใช้ยาซ้ำ
ลดการติดโลนซ้ำและการส่งต่อ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางเพศจนผู้มีโลนและคู่นอนได้รับการดูแลและประเมินว่าไม่เหลือการติดโลน ทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนตามคำแนะนำ ไม่ใช้ของเหล่านี้ร่วมกัน และไม่ใช้การอาบน้ำหรือโกนขนเป็นหลักประกันว่าจะไม่รับโลน
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- CDC: About Pubic Lice เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


