Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

ฝีดาษวานรในไทย พ.ย. 2569: มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ ควรทำอย่างไร?

ไทยรายงานผู้ป่วยฝีดาษวานร 470 รายตั้งแต่ต้นปีถึง 31 ต.ค. 2569 ชวนรู้ว่าอาการแบบไหนควรตรวจ โรคติดต่ออย่างไร และทำอะไรได้ระหว่างรอพบแพทย์

Read in English ฝีดาษวานรในไทย พ.ย. 2569: มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
สารบัญ

ถ้าตื่นมาเจอตุ่มที่ไม่เคยมี แล้วเพิ่งเห็นข่าวฝีดาษวานรในไทย เป็นธรรมดาที่จะสงสัยว่า «เราต้องไปตรวจไหม?» ถ้าเป็นตุ่มหรือแผลใหม่ที่อธิบายไม่ได้ โดยเฉพาะหลังสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย ให้ติดต่อสถานพยาบาลเพื่อประเมินได้เลย ไม่ต้องรอให้มีไข้หรือผื่นขึ้นทั่วตัว [1]

ภาพปกและภาพในบทความเป็นภาพประกอบที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพผู้ป่วยจริง และใช้เทียบผื่นเพื่อวินิจฉัยไม่ได้

ตัวเลข 470 ราย บอกอะไรเรา?

กรมควบคุมโรคแถลงเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่า ตั้งแต่ต้นปีถึง 31 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยรายงานผู้ป่วยฝีดาษวานร (Mpox) สะสม 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย นี่คือยอดรวมที่รายงานในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยใหม่ในวันแถลง หากต้องการติดตามตัวเลขรอบถัดไป ให้ดู แดชบอร์ดเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค [1]

ข่าวนี้ไม่ได้บอกว่าทุกคนเสี่ยงเท่ากัน สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้มากกว่าตัวเลขคือ เราเพิ่งสัมผัสใกล้ชิดแบบไหน และตอนนี้มีอาการอะไรบ้าง

มีแค่ตุ่มเดียว หรือไม่มีไข้ ยังควรตรวจไหม?

บางคนมีตุ่มเพียงหนึ่งหรือไม่กี่ตุ่ม อาจเจ็บหรือคัน และอาจอยู่ในจุดที่มองไม่เห็นง่าย เช่น ในปาก รอบอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก บางคนมีไข้ ปวดเมื่อย หรือคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโตที่คอหรือขาหนีบร่วมด้วย แต่ไข้ไม่จำเป็นต้องมาก่อนผื่น และบางคนไม่มีไข้เลย [2] [3]

ภาพประกอบคนสังเกตตุ่มที่แขน คนวัดไข้ และคนแตะบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอ
ตุ่ม ไข้ หรือต่อมน้ำเหลืองโตอาจพบได้ ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้งสามอย่าง ภาพประกอบ AI ไม่ใช่ภาพสำหรับวินิจฉัย
อินโฟกราฟิกสังเกตอาการฝีดาษวานร: ผื่น ตุ่ม หรือแผลใหม่ ไข้ ปวดเมื่อย หรือต่อมน้ำเหลืองโต ไม่ต้องมีอาการครบ
สรุปอาการที่ควรสังเกต · กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็ม

ผื่นฝีดาษวานรอาจคล้ายเริมหรือสุกใส การถ่ายรูปส่งถามเพื่อนหรือเทียบกับรูปในอินเทอร์เน็ตจึงบอกไม่ได้แน่ว่าเป็นอะไร แพทย์จะดูทั้งอาการและประวัติสัมผัส หากเข้าเกณฑ์ตรวจ มักเก็บตัวอย่างจากรอยโรคส่งตรวจ PCR การตรวจเลือดทั่วไปไม่ใช่การตรวจยืนยัน Mpox ถ้าตรวจครั้งแรกแล้วยังไม่ทราบสาเหตุ แต่ตุ่มเพิ่มขึ้นหรืออาการเปลี่ยน ให้กลับไปประเมินอีกครั้งพร้อมแจ้งผลเดิม [1]

อ่านเรื่องตำแหน่งผื่นและอาการเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูล Mpox: อาการที่ควรสังเกต

อยู่บ้านเดียวกัน หรือใช้ของร่วมกัน เสี่ยงแค่ไหน?

โรคนี้แพร่หลัก ๆ ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่มีเชื้อ เช่น สัมผัสผิวหนังหรือรอยโรค จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ การอยู่ใกล้แบบหันหน้าเข้าหากันเป็นเวลานานก็มีความเสี่ยงได้ อีกทางคือใช้ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือเครื่องนอนที่ปนเปื้อนร่วมกัน การเดินสวนกันชั่วครู่ไม่ใช่การสัมผัสแบบเดียวกับที่กล่าวมา และความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นกับเพศหรือรสนิยมของใคร [2]

ภาพประกอบแขนของคนสองคนสัมผัสกัน และผ้าเช็ดตัวบนเครื่องนอน
สองสถานการณ์ที่ควรระวังเมื่อมีคนป่วย: สัมผัสผิวหนังใกล้ชิด และใช้ของที่อาจปนเปื้อนร่วมกัน
อินโฟกราฟิกการติดต่อและป้องกันฝีดาษวานร: ระวังการสัมผัสใกล้ชิดและของใช้ปนเปื้อน แยกของใช้ ล้างมือ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน
สรุปการติดต่อและวิธีลดความเสี่ยง · กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็ม

ถุงยางยังสำคัญสำหรับการป้องกัน HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด แต่ปิดคลุมผิวหนังไม่ทั้งหมด จึงป้องกันฝีดาษวานรจากการสัมผัสผิวหนังไม่ได้ทั้งหมด ถ้าคนใดคนหนึ่งมีตุ่มหรือแผลที่ยังไม่รู้สาเหตุ การพักการสัมผัสใกล้ชิดไว้ก่อนจนได้รับการประเมินช่วยลดความเสี่ยงได้ [2] อ่านต่อที่ วิธีลดการแพร่เชื้อและป้องกัน Mpox

ถ้าสงสัยว่าป่วย วันนี้ทำอะไรได้บ้าง?

  1. โทรถามสถานพยาบาลใกล้บ้าน บอกว่าเริ่มมีอาการเมื่อไร มีผื่นตรงไหน และสัมผัสเสี่ยงครั้งล่าสุดวันไหน จะพูดว่า «มีตุ่มใหม่และอยากให้ช่วยประเมินฝีดาษวานร» ก็พอสำหรับเริ่มคุย
  2. แยกตัวและงดสัมผัสใกล้ชิดระหว่างรอตรวจหรือรอผล งดมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเครื่องนอนร่วมกัน ล้างมือบ่อย ๆ หากจำเป็นต้องไปพบแพทย์ ให้ปิดคลุมรอยโรคเท่าที่ทำได้และสวมหน้ากากที่กระชับ อย่าบีบหรือแกะตุ่ม
  3. ถ้าปวดมาก ดื่มน้ำไม่ได้ มีรอยโรคบริเวณตา หรืออาการทรุด ให้รีบไปพบแพทย์ ไม่ต้องรอถึงวันนัดเดิม เด็กเล็ก ผู้ตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรขอคำแนะนำเร็วเมื่อสงสัยว่าป่วย
ภาพประกอบการโทรหาสถานพยาบาล การใช้แขนเสื้อปิดคลุมผิว และการแยกผ้าใช้ส่วนตัว
โทรขอคำแนะนำ ปิดคลุมรอยโรคเมื่อต้องอยู่ใกล้คนอื่น และแยกของใช้ระหว่างรอประเมิน

ถ้าแพทย์ยืนยันว่าเป็นฝีดาษวานร บางคนพักรักษาที่บ้านได้ แต่ต้องให้ทีมรักษาประเมินก่อน ให้แยกตัวตามคำแนะนำจนแผลทั้งหมดหาย สะเก็ดหลุดเองและมีผิวใหม่ขึ้น รวมถึงรอยโรคในปากหรือเยื่อบุหายแล้วด้วย [1] ดู การดูแลตัวเองและสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

เพิ่งสัมผัสผู้ป่วย แต่ยังไม่มีอาการล่ะ?

ติดต่อหน่วยบริการเพื่อให้ช่วยประเมินตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องรอให้ผื่นขึ้น บอกวันและลักษณะการสัมผัส แล้วเฝ้าดูอาการ 21 วันนับจากการสัมผัสครั้งล่าสุด ตามคำแนะนำที่ได้รับ วัคซีนหลังสัมผัสอาจเป็นทางเลือกสำหรับบางคน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ประเมินเร็ว โดยทั่วไปควรได้รับภายใน 4 วัน และอาจพิจารณาได้ถึง 14 วันถ้ายังไม่มีอาการ ให้สอบถามความเหมาะสมและการมีวัคซีนกับหน่วยบริการโดยตรง [2] [4]

ถ้าอยู่ร่วมกับ HIV ไม่ได้หมายความว่าจะป่วยหนักทุกคน ความเสี่ยงอาการรุนแรงสูงขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำหรือยังควบคุม HIV ไม่ได้ หากรับยาต้านอยู่ ให้กินต่อและแจ้งทีมรักษาเมื่อมีอาการสงสัย ไม่ต้องหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง [5] อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การรักษา HIV อย่างต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ รวมบทความฝีดาษวานรของมูลนิธิเพื่อรัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้เขียน

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2569 ตัวเลขผู้ป่วยอ้างอิงตามช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ใช่ยอดแบบเรียลไทม์

  1. กรมควบคุมโรค — สถานการณ์ในไทยและคำแนะนำประชาชน 3 พฤศจิกายน 2569
  2. องค์การอนามัยโลก — การติดต่อ อาการ การตรวจ และวัคซีน Mpox
  3. CDC — อาการของ Mpox และเมื่อไรควรพบแพทย์
  4. CDC — เฝ้าสังเกตอาการ 21 วันหลังสัมผัส
  5. กรมควบคุมโรค — ฝีดาษวานรกับการดูแลผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี