Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

หูดข้าวสุก: อาการ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน

หูดข้าวสุก หรือ Molluscum Contagiosum Virus (MCV) เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยทารกไป

Read in English หูดข้าวสุก: อาการ การติดต่อ การรักษา และการป้องกัน
สารบัญ
หูดข้าวสุก (molluscum contagiosum) เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนัง พบได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก และพบได้มากหรือเป็นอยู่นานขึ้นในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตุ่มมักหายได้เองภายในประมาณ 6–18 เดือน แต่อาจใช้เวลานานกว่านั้นในบางคน การเป็นโรคนี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ดูแลสุขภาพไม่ดี

อาการของหูดข้าวสุก

โรคหูดข้าวสุกนี้เกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายมีเชื้อกลุ่ม Poxividae เป็นกลุ่มไวรัสชนิดเหมือนกับโรคไข้ทรพิษโดยเชื้อจะอยู่บริเวณผิวหนังชั้นนอกของร่างกายไม่ใช่การเข้าสู่ระบบประสาท หรือกระแสเลือดเหมือนกับหลายๆ โรค การติดเชื้อนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น จะไม่เข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือด หรือระบบประสาท ผู้ป่วยจึงไม่มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยนำมาก่อน แต่จะมีอาการเฉพาะที่เป็นหลัก ซึ่งมีระยะฟักตัวเฉลี่ย 2-7 สัปดาห์ขึ้นไปจนถึง 6 เดือน จึงทำให้บางคนพบอาการหูดข้าวสุกหลังผ่านระยะเวลานี้ไปแล้ว หลังระยะเวลา 6 เดือนเป็นต้นไป คนที่รับเชื้อจะพบตุ่มบริเวณผิวหนังเป็นตุ่มเดี่ยวๆ หรืออยู่กระจุกเป็นกลุ่มได้ถึง 20 ตุ่ม เลยทีเดียว แรกๆ จะเป็นตุ่มแดงๆ ไม่เจ็บ บางรายอาจมีอาการคันได้บ้าง ระยะเวลาในการเป็นอาจจะต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนก็เป็นแค่ไม่กี่เดือนก็หาย แต่บางคนก็เป็นนาน และลุกลามเป็นเวลาหลายปี จนทำให้ดูน่ากลัว และเสียความมั่นใจได้ อาการที่บ่งบอกได้ชัดเจน คือ บริเวณผิวหนังจะเกิดตุ่มสีเนื้อเล็กๆ ข้างในมองเห็นเป็นสีขาว ไม่ได้มีความเจ็บปวด แต่อาจบวม และมีอาการคันเกิดขึ้นพร้อมกันได้ บางตุ่มจะบุ๋มตรงกลาง โดยพื้นที่ของร่างกายที่พบบ่อยสุด คือ ลำคอ ท้อง แขน ขา ต้นขาด้านใน ผิวหนังที่สัมผัส หรือเสียดสีกันบ่อย เช่น ข้อพับ รวมถึงอวัยวะเพศ แต่มักไม่ค่อยพบบริเวณฝ่ามือ หรือฝ่าเท้าเท่าไหร่นัก อาการเหล่านี้จะแสดงออกเมื่อได้รับเชื้อเข้าไปประมาณ 2 เดือน หากผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือเป็นโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อระบบคุ้มกันภายในร่างกาย อาจทำให้อาการของหูดข้าวสุกรุนแรงมากขึ้น ตุ่มเหล่านี้อาจขยายใหญ่ได้ถึง 15 มิลลิเมตร และอาจทำการรักษาได้ยากมากขึ้น มีรายงานจาก ACD หรือ สถาบันโรคผิวหนังของสหรัฐฯ ระบุว่า เชื้อดังกล่าวมักพบบ่อยในพื้นที่อากาศร้อนชื้น ด้วยเหตุนี้คนที่อาศัยในเขตพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับเป็นโรคผื่นที่เกิดจากภูมิแพ้ผิวหนัง โดยหูดข้าวสุกจะพบมากขึ้นในรายที่มีการติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย ในระยะที่ภูมิคุ้มกันเริ่มต่ำ พบได้ 5-18% ในผู้ติดเชื้อซึ่งมักจะเป็นทั่วทั้งตัว และคงอยู่นานในรายที่อยู่ในระยะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือป่วยเป็นโรคเอดส์แล้ว นอกจากนี้ยังพบว่า หูดข้าวสุกมีความสัมพันธ์กับภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องแบบอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
มีความเสี่ยงหรืออาการ? ตรวจ STI ได้ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ หาสถานที่ตรวจ

ข้อสังเกตอาการหูดข้าวสุก

  • ตุ่มหูดข้าวสุก จะมีขนาดเล็กประมาณ 2-5 มิลลิเมตร ผิวสัมผัสมีความเงา และเรียบ
  • มีสีเนื้อเช่นเดียวกับผิวหนัง มีสีขาว หรือชมพู ลักษณะรูปทรงโดม หรือมีรอยบุ๋มตรงกลาง
  • สามารถเกิดตุ่มหูดข้าวสุกนี้ได้ทุกที่บนร่างกาย
ย้ำว่าโรคหูดข้าวสุก คือ โรคติดต่อชนิดหนึ่ง แต่อาจไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยตรง แต่ก็ถือว่าเกิดขึ้นได้บ้างเช่นกัน หากไม่มีการระวัง และป้องกันอย่างถูกต้อง

ผลข้างเคียงของหูดข้าวสุก

  • ในรายที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจมีอาการผื่นแดงคันบริเวณหูดข้าวสุกร่วมด้วย ซึ่งอาการผื่นแดงคันนี้จะหายไปเมื่อทำการรักษา
  • หูดข้าวสุกที่เป็นบริเวณเปลือกตา อาจทำให้เกิดเยื่อตาอักเสบได้
  • ผู้ที่แกะ หรือเกาตรงรอยโรค อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จนมีอาการอักเสบ และเมื่อตุ่มแตกก็จะกลายเป็นแผลเป็นได้

การติดต่อของหูดข้าวสุก

ดังที่กล่าวไปว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกันกับคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คู่นอนตนเอง คือ ความเสี่ยงอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ยังมีสาเหตุของการติดต่อได้หลากหลาย เช่น การใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้ที่มีเชื้อแล้วเชื้อไปโดนเข้า (เสื้อผ้า, ช้อน, ส้อม, แก้วน้ำ, ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ) บางรายไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็น พอเกาไปแล้วเชื้อก็ลามไปยังผิวหนังส่วนอื่นๆ ต่อ หรือไปสัมผัสกับร่างกายคนอื่นๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กก็มีโอกาสที่โรคจะติดต่อไปสู่ผู้นั้นได้เช่นกัน การว่ายน้ำในสระเดียวกันหากผู้ป่วยไม่ได้ป้องกันตนเอง อาทิ มีผ้าปิดบริเวณที่เกิดตุ่มก็อาจส่งผลให้เกิดโรคกับผู้อื่นได้ด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ มักมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เยอะกว่าผู้ใหญ่จากภูมิต้านทานของพวกเขาที่ยังมีไม่เยอะมากนัก
ตรวจ STI อย่างเป็นส่วนตัว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูบริการใกล้ฉัน

วิธีป้องกันหูดข้าวสุก

เชื้อแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังกับตุ่มโดยตรง การสัมผัสทางเพศ และการใช้ของที่สัมผัสรอยโรคร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์กีฬา ควรหลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือโกนบริเวณที่มีตุ่ม ปิดรอยโรคเมื่อทำกิจกรรมที่อาจสัมผัสผู้อื่น ล้างมือหลังแตะบริเวณดังกล่าว และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน ถุงยางอนามัยอาจลดความเสี่ยงเมื่อรอยโรคอยู่ในบริเวณที่ถุงยางปกคลุม แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทุกตำแหน่ง

แนวทางการรักษาหูดข้าวสุก

คนที่มีภูมิคุ้มกันปกติจำนวนมากไม่จำเป็นต้องรักษา เพราะตุ่มอาจหายได้เอง แพทย์อาจเสนอการรักษาเมื่อมีอาการรบกวน มีตุ่มจำนวนมาก อยู่บริเวณอวัยวะเพศ หรือเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน วิธีรักษาขึ้นกับอายุ ตำแหน่ง จำนวนรอยโรค การตั้งครรภ์ และภาวะภูมิคุ้มกัน จึงไม่ควรซื้อยามาทาเองหรือบีบตุ่ม โดยเฉพาะระหว่างตั้งครรภ์ ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินตัวยาเป็นรายชนิด หากรอยโรคบวมแดงมาก เจ็บ มีหนอง หรืออยู่ใกล้ดวงตา ควรพบแพทย์

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. CDC: About Molluscum Contagiosum เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี