การบริจาคเลือดและคน LGBTQ+: ตรวจเกณฑ์ปัจจุบันเป็นรายบุคคล
LGBTQ+ บริจาคเลือดได้ไหม ตรวจข้อห้ามและคุณสมบัติจากสภากาชาดไทย รวมประวัติ PrEP PEP โรคประจำตัว และเหตุที่ไม่ควรบริจาคเพื่อหวังผลตรวจ HIV
Read in English
สารบัญ
เป็น LGBTQ+ บริจาคโลหิตได้หรือไม่?
ไม่ควรเหมารวมจากอัตลักษณ์หรือบุคลิกภายนอก อย่างไรก็ตาม หน้าคุณสมบัติของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติที่ตรวจเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 ยังระบุให้งดบริจาคในกรณีเพศสัมพันธ์แบบชายกับชาย ต้องแจ้งประวัติตามจริงและตรวจเกณฑ์ล่าสุดกับหน่วยรับบริจาค ไม่ใช้กฎของต่างประเทศสรุปสิทธิ์ในไทย
เคยใช้ PrEP หรือ PEP แต่ผล HIV ลบ บริจาคเลือดได้ทันทีไหม?
ไม่ได้ใช้ผลลบอย่างเดียวตัดสิน หน้าคุณสมบัติของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติที่ตรวจเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 ระบุงด 1 ปีหลังยารับประทานเม็ดสุดท้าย และ 2 ปีหลังยาฉีดครั้งล่าสุดสำหรับ PrEP/PEP ทั้งนี้ยังต้องผ่านเกณฑ์อื่น อย่าหยุดยาป้องกันเพื่อให้เข้าเกณฑ์บริจาคเอง
มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ต้องเตรียมข้อมูลอะไรให้เจ้าหน้าที่?
แจ้งชื่อโรค อาการปัจจุบัน ชื่อยา วันใช้ครั้งล่าสุด การรักษาหรือหัตถการล่าสุด และประวัติสัมผัสที่เกี่ยวข้อง ขอประเมินเป็นการส่วนตัว ไม่หยุดยาเพื่อบริจาคและไม่ปิดบังข้อมูล การบริจาคเลือดไม่ใช่ช่องทางตรวจ HIV แทนบริการตรวจโดยตรง
แหล่งข้อมูลสำหรับคำตอบเหล่านี้
คุณสมบัติบริจาคโลหิตควรพิจารณาจากเกณฑ์ล่าสุดของศูนย์บริการโลหิต พฤติกรรมหรือเหตุการณ์สัมผัสที่เกี่ยวข้อง สุขภาพ และผลตรวจ ไม่ควรสรุปว่า “คน LGBTQ+ บริจาคไม่ได้” ทั้งหมด เพราะอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศไม่ใช่ข้อมูลเดียวกับความเสี่ยงรายบุคคล และเกณฑ์อาจมีการปรับเปลี่ยน
ตรวจเกณฑ์ที่ใช้จริงในประเทศไทย
แบบคัดกรองและคุณสมบัติมีทั้งสุขภาพ การรักษา และประวัติสัมผัส ให้ยึดประกาศของหน่วยรับบริจาค ไม่ใช้บทความหรือเกณฑ์ต่างประเทศยืนยันว่าผ่าน เว็บไซต์ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติที่ตรวจเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 ยังมีข้อจำกัดในกรณีเพศสัมพันธ์แบบชายกับชาย จึงไม่ควรสื่อว่าประเทศไทยได้ยกเลิกข้อจำกัดนี้แล้ว
ผู้มีประวัติ PrEP หรือ PEP ต้องแจ้งชนิดยา วิธีใช้ และวันใช้ล่าสุด เพราะมีระยะงดบริจาคตามเกณฑ์หน่วยงาน การผ่านระยะงดข้อหนึ่งไม่ได้แปลว่าผ่านข้ออื่นทั้งหมด หากข้อมูลไม่ชัดให้สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง และไม่ปรับหรือหยุดการรักษาเองเพื่อบริจาค
ตอบแบบคัดกรองตามจริง
เลือดทุกถุงได้รับการตรวจ แต่ยังมี window period และข้อจำกัดของการตรวจ การตอบไม่ตรงความจริงอาจกระทบความปลอดภัยของผู้รับเลือด หากไม่แน่ใจ ให้ขอเจ้าหน้าที่อธิบายเป็นการส่วนตัวแทนการเดาคำตอบ ข้อมูลผู้บริจาคควรได้รับการรักษาความลับตามระบบบริการ
การบริจาคเลือดไม่ใช่การตรวจ HIV
หากต้องการทราบสถานะ HIV หรือ STI ให้ใช้บริการตรวจโดยตรง ไม่ควรบริจาคเพื่อหวังผลตรวจ เพราะการคัดกรองผู้บริจาคออกแบบเพื่อความปลอดภัยของเลือด ไม่ใช่เพื่อวินิจฉัยหรือให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล
เมื่อยังบริจาคไม่ได้
การถูกเลื่อนบริจาคไม่ได้บอกคุณค่าหรือสถานะสุขภาพทั้งหมดของบุคคล สามารถช่วยประชาสัมพันธ์ เชิญผู้ที่เข้าเกณฑ์บริจาค หรือสนับสนุนงานโลหิตในรูปแบบอื่น หากเห็นว่าเกณฑ์เลือกปฏิบัติ ควรขอเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรและใช้ช่องทางร้องเรียนของหน่วยงาน
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย: คุณสมบัติผู้บริจาค เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- US FDA: Individual risk-based blood donor eligibility เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- WHO: Blood donor selection guidelines เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


