โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) คืออะไร อาการ วิธีการรักษา และการป้องกัน
โรคฝีดาษลิง | Mpox หรือไข้ทรพิษลิง เกิดจากไวรัส Othopoxvirus ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันกับเชื้อไวรัสโรคฝีดาษ หรือไข้ทร
Read in English
สารบัญ
โรคฝีดาษลิง | Mpox หรือไข้ทรพิษลิง เกิดจากไวรัส Othopoxvirus ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันกับเชื้อไวรัสโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ พบในสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และติดจากคนสู่คนได้ ซึ่งพบโรคนี้ครั้งแรกจากลิงในห้องทดลอง จึงเรียกว่า "ฝีดาษลิง" แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลัก คือ
ตรวจความพร้อมก่อนรับ PrEP
* ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ
ตรวจความพร้อม
หาสถานบริการตรวจ HIV และ PrEP
* ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ
ค้นหาตอนนี้
- สายพันธุ์ Congo Basin พบอัตราการเสียชีวิต 10%
- สายพันธุ์ West African พบอัตราการเสียชีวิต 1%
ฝีดาษลิง มีลักษณะอาการแบบไหนบ้าง?
ฝีดาษลิงเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 - 2 สัปดาห์- โดยอาการเริ่มแรก มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย
- จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้า และลำตัวได้ด้วย
- ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา
- อาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้
- โดยอาการรุนแรงมักพบในกลุ่มเด็ก
โรคฝีดาษลิงติดต่อกันได้อย่างไร?
เราสามารถติดโรคนี้ได้จากสัตว์ที่ติดเชื้อได้ ทั้งจากการที่ถูกสัตว์นั้นกัด หรือข่วน ส่วนการติดเชื้อจากคนสู่คน เกิดได้โดยการสัมผัสกันโดยตรง หรือจับเสื้อผ้าที่นอน ที่ปนเปื้อนเชื้อ ไวรัสจะเข้าสู่ร่างกาย ผ่านรอยแผลบนผิวหนัง หรือระบบทางเดินหายใจ หรือเนื้อเยื่อที่มีเมือก เช่น ดวงตา จมูก ปาก แต่ทั้งนี้จากการระบาดที่พบช่วงหลังนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเชื่อว่า การมีเพศสัมพันธ์ ก็มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้การวินิจฉัย ฝีดาษลิง
แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาจากอาการเป็นหลัก โดยเฉพาะอาการมีไข้พร้อมกับตุ่มน้ำใส คือสัญญาณชัดเจนของโรคฝีดาษลิง โดยจะทำการตรวจหาสารพันธุกรรม Real – Time PCR โดยระยะเวลาการตรวจอยู่ที่ 24 – 48 ชั่วโมง และการตรวจลำดับนิวคลิโอไทด์ด้วยเทคนิค DNA Sequencing ที่ใช้ระยะเวลาการตรวจ 4 – 7 วันฝีดาษลิงป้องกันได้อย่างไร?
- สวมหน้ากากอนามัย
- รับประทานอาหารที่ปรุงสุก
- หมั่นล้างมือด้วยสบู่/เจลแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ตระกูลลิง สัตว์ตระกูลฟันแทะ
- ฉีดวัคซีนทรพิษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ถึง 85%
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยจตรงกับผู้ป่วยฝีดาษลิง หรือผู้ที่มี ตุ่ม ผื่น ขึ้นตามตัว
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จัก แม้การใส่ถุงยางอนามัยจะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้ เพราะการสัมผัสชิดเนื้อแนบเนื้อก็สามารถติดเชื้อได้
การรักษา ฝีดาษลิง
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงสำหรับฝีดาษลิง โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยจะสามารถหายจากโรคได้เอง ในระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ในกรณีที่เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีโรคประจำตัว จะมีการรักษาโดยใช้ยา Tecovirimat Cidofovir Brincidofovir ซึ่งเป็นยากลุ่มเดียวกันกับที่ใช้รักษาโรคไข้ทรพิษคำถามที่พบบ่อย
ฝีดาษลิงรักษาหายไหม?- ฝีดาษลิงสามารถรักษให้หายได้ ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้
- การปลูกฝีเพื่อป้องกันฝีดาษคนในอดีต ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคฝีดาษลิง ได้ถึง 85%
อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูล: pptvhd36 ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ฝีดาษลิงในประเทศไทยจะยังไม่ได้มีการแพร่ระบาด แต่เราควรทำความรู้จักกับโรคนี้ไว้ เพื่อระมัดระวัง และป้องกันตนเองอยู่เสมอ ด้วยการล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ตระกูลลิง สัตว์ตระกูลฟันแทะ รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณห่างไกลจากฝีดาษลิงในระดับนึงแล้วแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- WHO: Mpox fact sheet เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- CDC: About Mpox เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


