Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

วันยุติความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และหญิงข้ามเพศ: มุมมองด้าน HIV

25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล เชื่อมการรณรงค์ 16 วันกับการช่วยเหลือที่เคารพความยินยอม ไม่กล่าวโทษผู้ถูกกระทำหรือเปิดเผยข้อมูลแทน

Read in English วันยุติความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และหญิงข้ามเพศ: มุมมองด้าน HIV
สารบัญ

วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากลตรงกับวันใด?

ตรงกับ 25 พฤศจิกายนของทุกปี สหประชาชาติเชื่อมกับการรณรงค์ 16 วันซึ่งสิ้นสุดในวันสิทธิมนุษยชน 10 ธันวาคม ควรตรวจประกาศผู้จัดโดยตรงสำหรับธีมและกิจกรรมของแต่ละปี ไม่ใช้กำหนดการปีเก่าเป็นนัดปัจจุบัน

เพื่อนเล่าเรื่องความรุนแรง ควรช่วยอย่างไรโดยไม่ทำให้เสี่ยงขึ้น?

ฟังโดยไม่กล่าวโทษ ถามว่าต้องการความช่วยเหลือแบบใดและมีช่องทางคุยที่ปลอดภัยหรือไม่ ไม่ติดต่อผู้ก่อเหตุหรือเผยชื่อ ภาพและสถานที่แทน หากกำลังตกอยู่ในอันตรายให้เข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยและบริการฉุกเฉินในพื้นที่

ความรุนแรงทางเพศเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพอย่างไร?

ควรเข้าถึงการรักษาบาดเจ็บ การประเมิน HIV/STI การตั้งครรภ์และการสนับสนุนด้านใจตามความต้องการ หากเหตุอาจสัมผัส HIV ยังไม่เกิน 72 ชั่วโมงให้รีบประเมิน PEP ไม่รอหลักฐานหรือวันรณรงค์ และไม่ใช้บริการสุขภาพบังคับให้ผู้ถูกกระทำต้องเลือกดำเนินคดีแบบใด

แหล่งข้อมูลสำหรับคำตอบเหล่านี้
ความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และหญิงข้ามเพศ เป็นปัญหาสังคมที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาในบริบทของ การติดเชื้อเอชไอวี ปัญหานี้ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน แต่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและความเท่าเทียมทางเพศ

25 พฤศจิกายน วันยุติ ความรุนแรงต่อสตรี สากล - สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อความรุนแรง

วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women) ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงข้ามเพศทั่วโลก ไม่ว่าจะในรูปแบบความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการคุกคามในครอบครัว สังคม และพื้นที่ออนไลน์ ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและค่านิยมที่ฝังลึกในสังคม หากทุกคนมีส่วนร่วมในการตระหนักรู้และช่วยกันแก้ไข ปัญหานี้อาจคลี่คลายได้เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเท่าเทียม วันยุติ ความรุนแรงต่อสตรี สากล
ตรวจ HIV ใกล้บ้านอย่างเป็นส่วนตัว * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ค้นหาสถานบริการ

ความเป็นมาของวันยุติ ความรุนแรงต่อสตรี

วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากลเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2524 โดยนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี เพื่อรำลึกถึง สามพี่น้องตระกูลมิราบัล (Patria, Minerva, María Teresa Mirabal) นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีชาวโดมินิกันที่ถูกลอบสังหารในปี พ.ศ. 2503 ภายใต้คำสั่งของเผด็จการ ราฟาเอล ทรูฮิลโล การเสียชีวิตของพวกเธอถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้ประชาคมโลกเริ่มมองเห็นปัญหาความรุนแรงที่มีเหตุจากเพศ เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกัน สัญลักษณ์ ริบบิ้นสีขาว จึงถูกนำมาใช้ในวันสำคัญนี้ เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนไม่เพิกเฉยและไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการรณรงค์ในช่วง 16 วันแห่งการยุติความรุนแรง (16 Days of Activism against Gender-Based Violence) ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันสิทธิมนุษยชนสากล

อ่านสถานการณ์โดยตรวจปี ประชากรและนิยาม

สถิติการแจ้งเหตุ การสำรวจและจำนวนผู้รับบริการวัดคนละเรื่องและไม่เท่ากับจำนวนเหตุทั้งหมด ไม่ใช้ตัวเลขที่ไม่ระบุรายงานต้นทางหรือปีเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน ความรุนแรงเกิดได้ทั้งในและนอกครอบครัว และผู้ถูกกระทำควรเข้าถึงบริการโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าตนเป็นผู้เสียหายแบบใดก่อน

รากเหง้าของปัญหา ความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และหญิงข้ามเพศ

รากเหง้าของปัญหาความรุนแรง

โครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรม

ความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และหญิงข้ามเพศ มีรากฐานมาจากโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อนและระบบคิดแบบชายเป็นใหญ่ ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมและการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

 

มุมมองทางประวัติศาสตร์

ตลอดประวัติศาสตร์ สตรีและกลุ่มเพศทางเลือกมักถูกมองว่าเป็นบุคคลชั้นสอง ขาดอำนาจในการตัดสินใจ และถูกควบคุมโดยโครงสร้างทางสังคมที่ให้อภิสิทธิ์แก่เพศชาย

 

อิทธิพลทางวัฒนธรรมประเพณี

วัฒนธรรมดั้งเดิมหลายแห่งยังคงธำรงไว้ซึ่งความคิดที่ลดทอนคุณค่าของสตรีและกลุ่มเพศทางเลือก ส่งผลให้การกระทำความรุนแรงกลายเป็นเรื่องที่ "ยอมรับได้" ในบางบริบท

รูปแบบความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ความรุนแรงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ความรุนแรงต่อสตรี ทางร่างกายและจิตใจ (Physical and Psychological Violence)

  • ความรุนแรงทางร่างกาย: การกระทำที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกาย เช่น การตบ ตี เตะ ทำร้ายด้วยอาวุธ หรือการบีบบังคับในลักษณะที่สร้างความเจ็บปวดต่อร่างกาย บางครั้งอาจทำให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำๆ
  • ความรุนแรงทางจิตใจ: การกระทำหรือคำพูดที่มุ่งทำร้ายจิตใจ เช่น การด่าทอ ลดทอนคุณค่าความเป็นคน ข่มขู่ หรือการสร้างความหวาดกลัว มักมีผลกระทบในระยะยาว เช่น การเกิดโรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล หรือการสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง
ตัวอย่าง ☞ คู่รักที่ใช้กำลังบังคับอีกฝ่าย เช่น ตบตี หรือขู่ว่าจะทำร้ายหากไม่ทำตามคำสั่ง ☞ การตำหนิหรือวิจารณ์จนทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกไร้ค่า ประเมินภาวะโรคซึมเศร้าได้ที่นี่ www.love2test.org/depression   ความรุนแรงต่อสตรี ทางร่างกายและจิตใจ

2. การล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Violence)

การล่วงละเมิดทางเพศ คือ การกระทำใด ๆ ที่มุ่งล่วงเกินหรือบังคับขืนใจในเชิงเพศ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย รวมถึงการข่มขืน การจับต้องร่างกายโดยไม่ได้รับอนุญาต การคุกคามทางเพศผ่านคำพูด หรือการแสดงพฤติกรรมในลักษณะเชิงเพศที่ไม่เหมาะสม และการล่วงละเมิดในสถานที่ทำงาน หรือออนไลน์ เช่น การบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ เพื่อแลกกับการเลื่อนตำแหน่ง การส่งข้อความที่มีลักษณะอนาจาร การคุกคามผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ตัวอย่าง ☞ ผู้หญิงที่ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยคู่รัก หรือคนใกล้ชิด แม้จะอยู่ในความสัมพันธ์ก็ตาม ☞ การถูกส่งภาพหรือข้อความที่มีลักษณะล่วงเกินโดยไม่ได้รับความยินยอม
เริ่มดูแลตัวเองด้วยการตรวจ HIV * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ หาที่ตรวจใกล้ฉัน

3. การทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลย (Neglect or Abandonment)

การทอดทิ้งในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ การเพิกเฉยต่อความต้องการพื้นฐานของอีกฝ่าย เช่น การไม่ดูแลสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ การละเลยในการจัดหาสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร น้ำ หรือที่พักอาศัย ผู้หญิง เด็ก หรือผู้สูงอายุ มักเป็นกลุ่มที่เผชิญกับการทอดทิ้ง เช่น การทิ้งให้ผู้สูงอายุอยู่คนเดียวโดยไม่มีคนดูแล หรือการปล่อยให้เด็กต้องหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง ผลกระทบจากการทอดทิ้ง การละเลยอาจไม่เห็นผลทันที แต่ส่งผลกระทบอย่างมากในระยะยาว เช่น การขาดสารอาหาร การเจ็บป่วย หรือการเกิดภาวะซึมเศร้าและความโดดเดี่ยว ตัวอย่าง ☞ เด็กที่ไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพ หรือไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ☞ คู่รักที่ไม่ใส่ใจความรู้สึกหรือปล่อยให้อีกฝ่ายต้องรับภาระโดยลำพัง

ความเชื่อมโยงระหว่างความรุนแรงและเอชไอวี

วงจรแห่งความเปราะบางที่เกี่ยวข้องกับ ความรุนแรงต่อสตรี

ความรุนแรงและการติดเชื้อเอชไอวี มีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน กล่าวคือ ผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงข้ามเพศ ที่ประสบกับความรุนแรงมีแนวโน้มสูงที่จะได้รับเชื้อเอชไอวี เนื่องจากเผชิญกับสถานการณ์ต่อไปนี้:
การถูกล่วงละเมิดทางเพศ: การถูกบังคับ ขืนใจให้มีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ยินยอม เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ
การขาดอำนาจต่อรอง: ผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงข้ามเพศ ที่ถูกกระทำความรุนแรงมักไม่สามารถต่อรองการใช้ถุงยางอนามัยหรือการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
ความไร้เดียงสา: เด็กและเยาวชนที่ถูกล่วงละเมิด มีโอกาสสูงในการติดเชื้อเอชไอวีจากผู้กระทำความผิด
  ผลกระทบของความรุนแรง ต่อเด็กและสตรี

ผลกระทบของความรุนแรง

ความรุนแรงไม่ได้กระทบแค่ร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจ
  • ผลกระทบต่อบุคคล
    • เกิดปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า หรือ PTSD
    • สูญเสียความมั่นใจในตัวเองและความสามารถในการดำรงชีวิต
  • ผลกระทบต่อครอบครัว
    • สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกลัวและความไม่ไว้วางใจ
    • เด็กในครอบครัวอาจเติบโตขึ้นมาพร้อมปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม
  • ผลกระทบต่อสังคม
    • สังคมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงย่อมขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
    • ความรุนแรงนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน

หนทางสู่การแก้ปัญหา ความรุนแรงต่อสตรี

การแก้ปัญหาความรุนแรงต่อสตรีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม
  1. การรณรงค์สร้างความตระหนักรู้
    • ส่งเสริมความเข้าใจในสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศ
    • ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและเชิญชวนให้ผู้คนเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์
  2. การสนับสนุนผู้ถูกกระทำ
    • จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสำหรับผู้ถูกกระทำที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย
    • ให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาและช่วยเหลือทางกฎหมาย
  3. การแก้ไขค่านิยมผิด ๆ
    • ปลูกฝังค่านิยมใหม่ที่ส่งเสริมความเท่าเทียม
    • ส่งเสริมการเลี้ยงดูที่ไม่ใช้ความรุนแรง
  4. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
    • ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว
    • ลงโทษผู้กระทำความรุนแรงอย่างเป็นธรรมและเด็ดขาด
หนทางสู่การแก้ปัญหา ความรุนแรงต่อสตรี

บทบาทของประชาชนทั่วไป

ในฐานะประชาชน ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยยุติความรุนแรงได้ โดยการไม่เพิกเฉยเมื่อพบเห็น และสนับสนุนผู้ที่กำลังประสบปัญหา สิ่งที่คุณทำได้
  • หากพบเห็นความรุนแรง ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สนับสนุนการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรง เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล
หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ
  • มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี: 1134 หรือโทร 02-521-9231-2
  • มูลนิธิเพื่อนหญิง: 02-513-2780, 02-513-1001
  • สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม: 1300
  • บ้านเสมอ ให้บริการคำปรึกษา และดำเนินการช่วยเหลือสำหรับ ผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี ผู้ใช้สารเสพติดและครอบครัวที่ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมให้คำปรึกษาด้านสิทธิทางกฎหมาย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและทนายความ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่า วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล เป็นมากกว่าวันที่กำหนดไว้ในปฏิทิน แต่เป็นการตอกย้ำถึงความจำเป็นที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันสร้างสังคมที่ยุติธรรม ปลอดภัย และเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี หากคุณเริ่มลงมือช่วยกันในวันนี้ โลกในวันข้างหน้าจะน่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน อ้างอิงข้อมูลจาก: วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล | สหประชาชาติ
  • un.org/en/observances/ending-violence-against-women-day
25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล หยุดการทำร้ายผู้หญิง
  • iao.bangkok.go.th/content-detail/10510
นายกปลุกแสดงพลัง! ยุติความรุนแรงต่อคนในครอบครัว
  • naewna.com/politic/843435

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล

  1. WHO: Violence against women เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  2. OHCHR/UN: Ending violence and discrimination against LGBTI people เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
  3. WHO: HIV and AIDS fact sheet เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี