Together we can do much more.โทร 052-005-724
Love Foundationตรวจเอชไอวี · รับเพร็พEN

สิทธิ HIV ฟรี: ตรวจ PrEP PEP และรักษา ใช้อย่างไร

สรุปสิทธิ HIV ฟรีสำหรับคนไทย: ถุงยาง ตรวจปีละ 2 ครั้ง PrEP, PEP, HIV self-test และยาต้าน พร้อมเอกสาร เงื่อนไข และวิธีหาหน่วยบริการ

Read in English สิทธิ HIV ฟรี: ตรวจ PrEP PEP และรักษา ใช้อย่างไร
สารบัญ

บริการด้านเอชไอวีในประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะการตรวจเลือด แต่ครอบคลุมตั้งแต่ถุงยางอนามัย ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (PrEP) ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ไปจนถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัส กรมควบคุมโรคยืนยันเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ว่าระบบบริการยังครอบคลุมการ “ป้องกัน–ตรวจ–รักษา” อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คำว่า ฟรี ไม่ได้หมายความว่าทุกแห่งมีทุกบริการตลอดเวลา ผู้รับบริการควรดูเงื่อนไข เอกสาร หน่วยบริการที่เข้าร่วม และนัดหมายก่อนเดินทาง

หากเหตุเสี่ยงเกิดขึ้นไม่เกิน 72 ชั่วโมง: อย่ารออ่านบทความจนจบหรือรอวันตรวจตามปกติ ให้ไปโรงพยาบาลของรัฐโดยเร็วเพื่อให้แพทย์ประเมิน PEP เพราะยิ่งเริ่มเร็ว โอกาสป้องกันยิ่งดี การตรวจในวันนี้ยังไม่สามารถบอกผลจากเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นได้

สรุปสิทธิ HIV ฟรีที่ควรรู้

บริการสิทธิที่ประกาศสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนรับบริการ
ถุงยางอนามัยรับฟรีสำหรับทุกคนตามจุดแจกที่ร่วมบริการชนิด ขนาด จำนวนคงเหลือ และเวลารับ
PrEPใช้บัตรประชาชน รับฟรีที่หน่วยบริการที่ร่วมจัดบริการกับ สปสช.ต้องตรวจ HIV และรับการประเมินก่อนเริ่ม รวมถึงวันนัดติดตาม
PEPกรมควบคุมโรคระบุว่าฟรีสำหรับทุกคนที่โรงพยาบาลของรัฐแพทย์ต้องประเมินเหตุสัมผัสและข้อบ่งใช้ ต้องเริ่มไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ตรวจ HIV ที่หน่วยบริการคนไทยตรวจโดยสมัครใจฟรีปีละ 2 ครั้งโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
HIV self-testรับฟรีได้สูงสุดคนละ 1 ชุดต่อวัน ณ หน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนช่องทางรับชุด สินค้าคงเหลือ วิธีใช้ และช่องทางปรึกษาหลังตรวจ
ตรวจยืนยันและรักษาเข้าสู่การรักษาด้วยยาต้านไวรัส ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษาหน่วยบริการตามสิทธิ การส่งต่อ และแผนตรวจติดตาม

ข้อมูลในตารางสรุปจาก HIV Info Hub กรมควบคุมโรค และข่าวกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ตรวจทาน 28 สิงหาคม 2569 การจัดบริการจริงอาจต่างกันตามพื้นที่ เวลา และความพร้อมของหน่วยบริการ

ผู้รับบริการพูดคุยกับบุคลากรสุขภาพเกี่ยวกับสิทธิบริการเอชไอวีในคลินิกแจ้งบริการที่ต้องการตั้งแต่ตอนนัด เช่น ตรวจ HIV, PrEP, PEP หรือรับชุดตรวจด้วยตนเอง เพื่อให้หน่วยบริการตรวจสอบสิทธิและเตรียมบริการได้ตรงความต้องการ

คำว่า “ฟรีทุกสิทธิ” หมายถึงอะไร

ข้อความประชาสัมพันธ์ของกรมควบคุมโรคใช้คำว่า “ฟรีสำหรับทุกคน” หรือ “ฟรีครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา” เพื่อสื่อว่าระบบสุขภาพของไทยมีช่องทางให้คนไทยเข้าถึงบริการ ไม่ว่าจะใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ แต่แต่ละบริการใช้กลไกต่างกัน บางอย่างรับได้ที่จุดแจกทั่วไป บางอย่างต้องใช้บัตรประชาชน บางอย่างต้องไปหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. และบริการที่เป็นยาต้องผ่านการประเมินทางการแพทย์

จึงควรแยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัดเจน คือ สิทธิครอบคลุมค่าใช้จ่าย กับ ความพร้อมให้บริการ ณ สถานที่นั้นในวันนั้น ตัวอย่างเช่น หน่วยบริการอาจมีสิทธิ PrEP แต่เปิดคลินิกเฉพาะบางวัน ต้องนัดล่วงหน้า หรือมีขั้นตอนตรวจเลือดก่อนรับยา ร้านยาบางแห่งอาจเป็นจุดรับถุงยางแต่ไม่ได้จ่าย PEP ส่วนโรงพยาบาลรัฐมีช่องทางประเมิน PEP แต่ผู้รับบริการยังต้องเล่าเหตุการณ์และให้แพทย์พิจารณาว่ามีข้อบ่งใช้หรือไม่

ชาวต่างชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้ที่ไม่มีสิทธิสุขภาพไทยไม่ควรตีความคำว่า “ทุกคน” ว่าทุกบริการจะไม่มีค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ อาจใช้สิทธิประกันสังคม ประกันสุขภาพแรงงาน ประกันเอกชน โครงการชุมชน หรือชำระเองตามสถานะและคุณสมบัติ ควรถามหน่วยบริการเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง

1. ถุงยางอนามัยฟรี รับที่ไหน

กรมควบคุมโรคระบุว่าถุงยางอนามัยฟรีมีให้รับผ่านหน่วยบริการสาธารณสุข โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรภาคประชาสังคม ร้านขายยาที่ร่วมบริการ และช่องทางที่เชื่อมกับแอปเป๋าตัง จุดรับแต่ละแห่งอาจมีขนาด ชนิด หรือจำนวนที่ต่างกัน หากต้องการใช้ในช่วงเวลาเฉพาะ ควรโทรถามก่อน ไม่ควรรอจนถึงเหตุฉุกเฉินจึงเริ่มหาจุดรับ

การรับถุงยางไม่จำเป็นต้องผูกกับการตัดสินคุณค่าหรือพฤติกรรมของใคร การเลือกขนาดที่พอดี ตรวจวันหมดอายุ เปิดซองโดยไม่ใช้ของมีคม ใช้สารหล่อลื่นที่เข้ากับวัสดุ และใช้ถุงยางใหม่ทุกครั้งช่วยให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากต้องการรายละเอียดเรื่องชนิดและการใช้ อ่านต่อที่หน้าความรู้เรื่อง การป้องกัน HIV

สนใจเริ่ม PrEP? คุยกับสถานบริการใกล้คุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ หาสถานบริการ

2. สิทธิ PrEP ฟรี: ต้องเตรียมอะไรบ้าง

PrEP เป็นยาสำหรับผู้ที่ยังไม่มี HIV และต้องการลดโอกาสรับเชื้อก่อนอาจมีการสัมผัส กรมควบคุมโรคระบุว่าสามารถใช้บัตรประชาชนรับบริการฟรีที่หน่วยบริการสุขภาพซึ่งร่วมจัดบริการ PrEP กับ สปสช. คำว่า “รับ PrEP” จึงไม่ใช่เพียงการรับยา ผู้ให้บริการต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าไม่มี HIV ประเมินสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ เลือกแนวทางที่เหมาะสม และนัดติดตามตามมาตรฐานบริการ

ก่อนไปคลินิก ควรเตรียมบัตรประชาชน รายชื่อยาและอาหารเสริม ประวัติแพ้ยา วันที่ตรวจ HIV ล่าสุด และข้อมูลเหตุสัมผัสล่าสุดเท่าที่สะดวก หากเพิ่งมีเหตุภายใน 72 ชั่วโมง ให้บอกเจ้าหน้าที่ทันที เพราะอาจต้องประเมิน PEP ก่อน PrEP หากมีไข้ ผื่น เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต หรืออาการคล้ายไข้หวัดหลังเหตุสัมผัส ควรแจ้งแพทย์ เนื่องจากอาจต้องเลือกการตรวจที่เหมาะกับการติดเชื้อระยะแรก

PrEP ป้องกัน HIV เมื่อใช้อย่างถูกต้อง แต่ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิดหรือการตั้งครรภ์ จึงสามารถวางแผนใช้ร่วมกับถุงยาง การตรวจ STI วัคซีน และการคุมกำเนิดตามเป้าหมายของแต่ละคน หน่วยบริการแต่ละแห่งอาจมีสูตรยาและรอบติดตามต่างกัน ไม่ควรซื้อยาแบ่งจากผู้อื่นหรือเริ่ม–หยุดยาเองโดยไม่มีแผนกับผู้ให้บริการ

3. สิทธิ PEP ฟรี: เหตุฉุกเฉินที่ไม่ควรรอ

PEP เป็นยาต้านไวรัสสำหรับป้องกันหลังเหตุที่อาจสัมผัส HIV เช่น ถุงยางแตกหรือหลุด การใช้เข็มร่วมกัน การสัมผัสเลือดผ่านบาดแผล หรือการถูกล่วงละเมิดทางเพศ กรมควบคุมโรคระบุว่า PEP ฟรีสำหรับทุกคนและไม่จำกัดจำนวนครั้งการให้บริการ โดยใช้บัตรประชาชนรับบริการที่โรงพยาบาลของรัฐ อย่างไรก็ตาม แพทย์จะประเมินรายละเอียดของเหตุ ชนิดสารคัดหลั่ง ช่องทางสัมผัส เวลาที่ผ่านไป สถานะ HIV ของแหล่งสัมผัสเมื่อทราบ และข้อมูลเรื่องการกดไวรัสก่อนพิจารณายา

หลักสำคัญคือเริ่มให้เร็วที่สุดและไม่เกิน 72 ชั่วโมง ยิ่งรอนานประสิทธิผลยิ่งลดลง หากเป็นเวลากลางคืน วันหยุด หรือไม่แน่ใจว่าเหตุเข้าข่ายหรือไม่ ให้ติดต่อห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐและบอกชัดเจนว่า “ต้องการประเมิน PEP หลังอาจสัมผัส HIV” อย่ารอผลตรวจของอีกฝ่ายหรือรอให้ครบ 72 ชั่วโมง การตรวจ HIV ก่อนเริ่ม PEP เป็นข้อมูลตั้งต้น แต่ไม่สามารถตรวจพบเชื้อจากเหตุที่เพิ่งเกิดในทันที จึงต้องมีการตรวจติดตามตามนัด

คำว่าไม่จำกัดจำนวนครั้งไม่ได้หมายความว่าควรใช้ PEP แทนแผนป้องกันประจำ หากมีเหตุซ้ำ ผู้ให้บริการสามารถช่วยวางแผนเปลี่ยนไปใช้ PrEP ตรวจ STI และเลือกวิธีป้องกันที่เข้ากับชีวิตจริงได้ โดยไม่ตำหนิหรือตีตรา

4. คนไทยตรวจ HIV ฟรีปีละ 2 ครั้ง

คนไทยทุกคนมีสิทธิตรวจ HIV โดยสมัครใจฟรีปีละ 2 ครั้งที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การตรวจต้องอาศัยความยินยอมและควรรักษาความลับ ผู้รับบริการสามารถถามล่วงหน้าได้ว่าต้องนัดหรือไม่ ใช้บัตรประชาชนหรือเอกสารใด ทราบผลเมื่อไร และหากต้องการความเป็นส่วนตัวมีช่องทางใดให้เลือก

จำนวนครั้งตามสิทธิไม่ใช่คำแนะนำว่าทุกคนต้องตรวจในวันที่เดียวกัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเหตุสัมผัส ชนิดการตรวจ การใช้ PrEP หรือ PEP และผลครั้งก่อน หากตรวจเร็วเกินไปอาจอยู่ในช่วงที่การตรวจยังไม่พบ จึงอาจต้องตรวจซ้ำ อ่านรายละเอียดเรื่องชนิดการตรวจและช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ที่ คู่มือการตรวจ HIV ส่วนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบค่าบริการนอกสิทธิหรือคลินิกเอกชน อ่านได้ที่ ตรวจ HIV ราคาเท่าไหร่ ที่ไหนฟรีบ้าง

หากต้องการตรวจโดยไม่ผูกชื่อจริงกับผลตรวจ บริการบางแห่งมีระบบรหัสแทนตัวตน แต่เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายอาจไม่เหมือนการใช้สิทธิตามบัตรประชาชน ดูทางเลือกได้ที่บทความ คลินิกนิรนามและการตรวจแบบไม่เปิดเผยตัวตน

5. ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองฟรี

HIV self-test เป็นการตรวจคัดกรองที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว ปัจจุบันกรมควบคุมโรคระบุว่าสามารถรับชุดตรวจฟรีได้สูงสุดคนละ 1 ชุดต่อวันจากหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. รวมถึงหน่วยบริการภาคประชาสังคม จุดรับและวิธีขอชุดอาจเปลี่ยนตามพื้นที่ ควรตรวจรายชื่อหน่วยบริการปัจจุบันผ่านระบบ HIV self-test ของกรมควบคุมโรคหรือสอบถามสถานบริการโดยตรง

ก่อนใช้ ให้ตรวจว่าบรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ ไม่หมดอายุ และทำตามคู่มือของยี่ห้อนั้นอย่างเคร่งครัด ชุดที่ใช้สารน้ำในช่องปากกับชุดที่ใช้เลือดปลายนิ้วมีวิธีเก็บตัวอย่างและเวลาอ่านผลต่างกัน อย่านำวิธีของชุดหนึ่งไปใช้กับอีกชุด และไม่อ่านผลหลังเวลาที่คู่มือกำหนด

ผลคัดกรองเป็นบวกหรือมีปฏิกิริยาไม่ใช่การวินิจฉัยขั้นสุดท้าย ต้องไปตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล หากผลลบแต่เหตุสัมผัสเพิ่งเกิด อาจยังอยู่ในช่วงตรวจไม่พบ ควรปรึกษาเรื่องวันตรวจซ้ำ หากเหตุอยู่ภายใน 72 ชั่วโมงให้ประเมิน PEP ทันที ไม่ควรรอทำ self-test เพราะผลลบในช่วงแรกไม่สามารถตัดโอกาสรับเชื้อจากเหตุล่าสุดได้

บัตรประชาชนแบบไม่แสดงข้อมูล โทรศัพท์ และอุปกรณ์ป้องกันที่เตรียมก่อนไปรับบริการเอชไอวีเตรียมบัตรประชาชน รายชื่อยาที่ใช้ และข้อมูลเหตุสัมผัสล่าสุดเท่าที่สะดวก พร้อมโทรยืนยันบริการก่อนเดินทาง

ค้นหาสถานบริการ PrEP ที่เหมาะกับคุณ * ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ ดูบริการ PrEP

6. ตรวจยืนยันแล้ว เข้ารักษาและเริ่ม ART ได้อย่างไร

เมื่อผลตรวจได้รับการยืนยันว่ามี HIV สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่การรักษาด้วย ยาต้านไวรัสหรือ ART ซึ่งครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนการเริ่มยาในวันวินิจฉัยหรือโดยเร็วที่สุดเมื่อผู้รับบริการพร้อมและแพทย์ประเมินแล้ว การเริ่มรักษาเร็วช่วยปกป้องระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเจ็บป่วย และทำให้กดปริมาณไวรัสได้เร็วขึ้น

การดูแลไม่ได้จบที่การรับยาครั้งแรก แต่รวมการตรวจติดตามปริมาณไวรัส การประเมินผลข้างเคียงและยาร่วม การดูแลโรคร่วม สุขภาพใจ และการช่วยให้รับยาได้ต่อเนื่อง หากหน่วยที่ตรวจไม่ใช่หน่วยรักษาตามสิทธิ เจ้าหน้าที่ควรช่วยเชื่อมต่อหรือส่งต่อ ผู้รับบริการสามารถถามชื่อหน่วยปลายทาง วันนัด เอกสาร และช่องทางติดต่อเมื่อยาหมดก่อนนัดได้

เมื่อกินยาต่อเนื่องและรักษาปริมาณไวรัสต่ำกว่า 200 copies/mL อย่างต่อเนื่อง จะไม่มีการถ่ายทอด HIV ทางเพศสัมพันธ์ หลักการนี้เรียกว่า U=U: ตรวจไม่พบ เท่ากับ ไม่ถ่ายทอด U=U เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่รางวัลสำหรับคนที่ “ทำตัวดี” และไม่ควรใช้เพื่อตีตราผู้ที่เพิ่งเริ่มยา กำลังปรับสูตร หรือยังไม่กดไวรัส ทุกคนควรได้รับการรักษาและความเคารพเท่าเทียมกัน

เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม

  1. บัตรประชาชน: ใช้ยืนยันสิทธิในบริการที่กำหนด หากไม่มีบัตรตัวจริงให้ถามว่ารับ ThaiD หรือเอกสารอื่นหรือไม่
  2. สิทธิสุขภาพ: ตรวจสอบสิทธิบัตรทองผ่านระบบ สปสช. หรือโทร 1330; ผู้ใช้ประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการควรตรวจหน่วยบริการของตน
  3. รายการยาและอาหารเสริม: รวมยาที่ซื้อเอง ฮอร์โมน และประวัติแพ้ยา เพื่อช่วยประเมิน PrEP, PEP หรือ ART อย่างปลอดภัย
  4. ข้อมูลเหตุสัมผัส: เวลาที่เกิด ช่องทางสัมผัส การใช้ถุงยางหรือ PrEP และสถานะ HIV/การกดไวรัสของคู่เมื่อทราบ ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเพื่อขอรับการประเมิน
  5. ผลตรวจเดิม: หากมีผล HIV, ไวรัสตับอักเสบ ไต หรือ STI ให้นำไปด้วย แต่ไม่ควรรอค้นเอกสารจนพลาดช่วงเวลา PEP

หาหน่วยบริการอย่างไรโดยไม่เสียเที่ยว

  1. เลือกก่อนว่าต้องการบริการใด: PEP ฉุกเฉิน, ตรวจ HIV, PrEP, self-test หรือรักษาต่อเนื่อง
  2. หากเป็น PEP ภายใน 72 ชั่วโมง ให้ไปโรงพยาบาลรัฐทันที ไม่ต้องรอจองคลินิกตามปกติ
  3. บริการที่วางแผนได้ สามารถดูรายชื่อ คลินิกสุขภาพทางเพศ หรือค้นผ่าน Love2Test
  4. โทรหรือส่งข้อความยืนยันว่าให้บริการในวันที่ต้องการ รับสิทธิใด ต้องนัดหรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่อยู่นอกสิทธิ
  5. ถามเรื่องความลับ เวลาทราบผล การตรวจติดตาม และการส่งต่อก่อนยืนยันนัด

หากใช้สิทธิบัตรทอง สามารถตรวจสอบสิทธิผ่านระบบประชาชนของ สปสช. หรือติดต่อสายด่วน 1330 ส่วนคำถามทั่วไปด้านโรคและการป้องกันติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 การโทรสอบถามก่อนมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะคลินิกนอกเวลา วันหยุด และบริการที่ต้องสำรองยา

คำถามที่พบบ่อย

ทุกคนรับ PrEP ฟรีได้ทันทีหรือไม่

ต้องรับจากหน่วยบริการที่ร่วมจัดบริการกับ สปสช. และผ่านการตรวจ HIV กับการประเมินที่จำเป็นก่อนเริ่มยา ใช้บัตรประชาชนและควรยืนยันวันให้บริการล่วงหน้า

PEP ฟรีแล้วขอรับยาได้ทุกครั้งโดยไม่ต้องพบแพทย์หรือไม่

ไม่ได้ PEP เป็นยาฉุกเฉินที่ต้องให้แพทย์ประเมินเหตุสัมผัส ข้อบ่งใช้ เวลา ยาร่วม และการตรวจตั้งต้น สิทธิไม่จำกัดจำนวนครั้งหมายถึงสามารถกลับมารับการประเมินเมื่อเกิดเหตุ ไม่ใช่การจ่ายยาอัตโนมัติ

ตรวจ HIV ฟรีปีละ 2 ครั้ง หากต้องตรวจมากกว่านั้นทำอย่างไร

ความจำเป็นในการตรวจขึ้นอยู่กับเหตุสัมผัส การใช้ PrEP/PEP และคำแนะนำของผู้ให้บริการ ถามหน่วยบริการว่าส่วนใดอยู่ในสิทธิ โครงการอื่น หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และอย่ารอการตรวจหากยังอยู่ในช่วงขอ PEP ได้

HIV self-test เป็นบวก แปลว่ามี HIV แน่นอนหรือไม่

ยังไม่ใช่ผลวินิจฉัย ต้องตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล ควรติดต่อหน่วยบริการหรือช่องทางให้คำปรึกษาที่ระบุในชุดตรวจโดยเร็ว และไม่ควรเริ่มหรือแบ่งยากับผู้อื่นเอง

ไม่มีบัตรประชาชน ขอรับบริการได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับสัญชาติ สถานะทะเบียน สิทธิประกันสังคม ประกันสุขภาพแรงงาน โครงการชุมชน และนโยบายของหน่วยบริการ ควรติดต่อคลินิกก่อนเพื่อถามเอกสารและค่าใช้จ่าย ไม่ควรสรุปว่าฟรีทุกบริการโดยไม่มีเงื่อนไข

ผลตรวจ HIV จะถูกเปิดเผยให้นายจ้างหรือครอบครัวหรือไม่

การตรวจควรเป็นไปโดยสมัครใจและรักษาความลับ ถามหน่วยบริการได้ว่าบันทึกผลอย่างไร ใครเข้าถึงข้อมูลได้ และมีตัวเลือกการตรวจแบบใช้รหัสแทนชื่อหรือไม่ หากพบการละเมิดสิทธิสามารถขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว

ตรวจสอบข้อมูลและลิงก์เมื่อ 28 สิงหาคม 2569 สิทธิ หน่วยบริการ และช่องทางรับบริการอาจปรับเปลี่ยน จึงควรยืนยันกับหน่วยบริการหรือหน่วยงานเจ้าของสิทธิก่อนเดินทาง

  1. กรมควบคุมโรค: สิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพด้านเอชไอวี
  2. กรมควบคุมโรค: สิทธิประโยชน์ครอบคลุมป้องกัน–ตรวจ–รักษา (24 สิงหาคม 2569)
  3. กรมควบคุมโรค: ระบบค้นหาหน่วยบริการ HIV self-test
  4. สปสช.: ระบบตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน
  5. CDC: PEP ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงและใช้ 28 วันเมื่อแพทย์สั่ง
  6. CDC: การตรวจ HIV และติดตามก่อน–ระหว่างใช้ PrEP
  7. WHO: Viral suppression และการไม่ถ่ายทอด HIV ทางเพศสัมพันธ์
จองตรวจเอชไอวี รับเพร็พ ฟรี