ไวรัสตับอักเสบบีและซี: ความต่าง การตรวจ และการรักษาปัจจุบัน
ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และซี (HCV) ทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ แต่เส้นทางติดต่อ การป้องกัน และการรักษาต่างกัน HBV มีวัคซีน ส่วน HCV…
Read in English
สารบัญ
ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และซี (HCV) ทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ แต่เส้นทางติดต่อ การป้องกัน และการรักษาต่างกัน HBV มีวัคซีน ส่วน HCV ยังไม่มีวัคซีนแต่รักษาให้หายได้ในคนส่วนใหญ่ด้วยยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ตรง
ไวรัสตับอักเสบบี
HBV ติดต่อทางเลือด เพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูก การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันหลัก การติดเชื้อเฉียบพลันในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่หายเอง แต่การติดเชื้อเรื้อรังต้องประเมินตับและปริมาณไวรัส ยา tenofovir หรือ entecavir ช่วยกดไวรัสและลดภาวะแทรกซ้อน บางคนต้องรักษานาน ไม่ควรหยุดยาเอง
ไวรัสตับอักเสบซี
HCV ติดต่อทางเลือดเป็นหลัก เช่น อุปกรณ์ฉีดยาร่วมกันหรือหัตถการไม่ปลอดเชื้อ การติดต่อทางเพศเกิดได้แต่ขึ้นกับบริบท การรักษาปัจจุบันใช้ยากิน direct-acting antivirals หลายสูตรประมาณ 8–12 สัปดาห์และรักษาหายได้มากกว่า 95% ในคนส่วนใหญ่ ข้อมูลยุค interferon ที่บอกว่าจีโนไทป์ 1 ต้องรักษาหนึ่งปีและหายเพียง 50% ล้าสมัยแล้ว
การตรวจ
HBV ต้องใช้ชุดผล HBsAg, anti-HBs และ anti-HBc ตามคำถามทางคลินิก ส่วน HCV เริ่มจากแอนติบอดีและยืนยันการติดเชื้อปัจจุบันด้วย HCV RNA ผู้มีผลผิดปกติควรประเมินตับ ยาอื่น และการติดเชื้อร่วม
การป้องกันร่วม
ไม่ใช้อุปกรณ์ฉีดหรือของมีคมร่วมกัน ใช้บริการสัก/เจาะที่ปลอดเชื้อ ใช้ถุงยางเมื่อมีโอกาสสัมผัสเลือดหรือความเสี่ยงทางเพศ และตรวจหญิงตั้งครรภ์ตามแนวทาง ผู้มี HCV ควรประเมินวัคซีน HBV และไวรัสตับอักเสบเอหากยังไม่มีภูมิ
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- WHO: Hepatitis B fact sheet เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569


