พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม สรุปเนื้อหาสำคัญ สิทธิที่ได้รับ และผลบังคับใช้
สรุปสาระสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียม สิทธิของคู่สมรส คุณสมบัติการจดทะเบียน และวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับในประเทศไทย
Read in English
สารบัญ
วันที่ 24 กันยายน 2567 ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือที่รู้จักกันในชื่อ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 กฎหมายฉบับนี้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเปลี่ยนคำว่า "ชาย-หญิง" เป็น "บุคคล" ทำให้คู่รักทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทยเป็นครั้งแรก พร้อมสิทธิเท่าเทียมกับคู่สมรสต่างเพศในทุกด้าน ทั้งการรับมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ และการรับบุตรบุญธรรม ไทยจึงกลายเป็น ประเทศแรกในอาเซียน ที่รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ บทความนี้สรุปสาระสำคัญของกฎหมาย สิทธิที่คู่สมรสได้รับจริง และสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหลังกฎหมายบังคับใช้
ฉันรับ PrEP ฟรีได้ไหม?
* ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ
ตอบคำถามเกี่ยวกับ PrEP
บริการ HIV และ PrEP ใกล้คุณ
* ราคาและบริการฟรีขึ้นอยู่กับแต่ละสถานบริการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนรับบริการ
เริ่มค้นหา
พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม คืออะไร?
พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม หรือชื่อทางการคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 คือกฎหมายที่แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เพื่อรับรองการสมรสระหว่างบุคคลสองคน โดยไม่จำกัดเฉพาะชาย-หญิงอีกต่อไป ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการสาระสำคัญของ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่เปลี่ยนแปลงใน ป.พ.พ.
1. เปลี่ยนคำจาก "ชาย-หญิง" เป็น "บุคคล-บุคคล"
การแก้ไขหลักใน ป.พ.พ. คือการแทนที่คำว่า "ชาย" และ "หญิง" ด้วยคำว่า "บุคคล" ทั่วทั้งหมวดว่าด้วยการสมรส ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าจะมีเพศตามทะเบียนราษฎรเป็นเพศใดก็ตาม สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมายไทย2. เปลี่ยนคำเรียกจาก "สามี-ภริยา" เป็น "คู่สมรส"
ป.พ.พ. ฉบับแก้ไขใหม่ใช้คำว่า "คู่สมรส" แทนคำว่า "สามี" และ "ภริยา" เพื่อให้มีความเป็นกลางทางเพศ รวมถึงเปลี่ยนคำว่า "ชายและหญิงคู่หมั้น" เป็น "ผู้หมั้นและผู้รับหมั้น" ด้วย3. ยกอายุขั้นต่ำสำหรับการหมั้นและการสมรสจาก 17 ปี เป็น 18 ปี
กฎหมายสมรสเท่าเทียมยังยกระดับอายุขั้นต่ำสำหรับการหมั้นและสมรสจาก 17 ปีบริบูรณ์ เป็น 18 ปีบริบูรณ์ เพื่อป้องกันการแต่งงานในวัยเด็กให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ผู้ที่อายุ 18–19 ปี ยังคงต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเนื่องจากยังไม่บรรลุนิติภาวะ4. รับรองสิทธิจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
ก่อนหน้านี้ มาตรา 1459 ของ ป.พ.พ. รับรองการสมรสกับคนต่างชาติเฉพาะคู่ ชาย-หญิง เท่านั้น เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมบังคับใช้แล้ว คนไทยสามารถ จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ ตามกฎหมายไทยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพศใด โดยสามารถจดทะเบียนได้ทั้งในประเทศไทย (ที่อำเภอหรือสำนักงานเขต) หรือในต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย5. สิทธิรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
คู่สมรส LGBTQ+ สามารถ รับบุตรบุญธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายมาเป็นบุตรบุญธรรมของตนได้ เช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ ต่างจากเดิมที่สามารถเป็นผู้ปกครองบุตรบุญธรรมได้เพียงคนเดียว6. รับรองสิทธิเหตุฟ้องหย่าและค่าทดแทน
ป.พ.พ. ฉบับแก้ไขใหม่ได้เพิ่มเติมเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 ให้ครอบคลุมคู่สมรสทุกเพศ โดยเพิ่มกรณี "กระทำการหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ต่อผู้อื่นเป็นอาจิณ" เพื่อไม่ให้มีช่องว่างทางกฎหมายสำหรับคู่สมรสเพศเดียวกันสิทธิที่คู่สมรส LGBTQ+ จะได้รับตาม พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม
เมื่อจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว คู่รักเพศเดียวกันจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคู่สมรสต่างเพศในทุกด้าน ดังนี้ สิทธิทางกฎหมายและการเงิน- สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม
- สิทธิตัดสินใจทางการแพทย์แทนคู่สมรส
- สิทธิรับสวัสดิการและประกันสังคมในฐานะคู่สมรส
- สิทธิยื่นภาษีร่วมกัน
- สิทธิเป็นผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต
- สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลในฐานะคู่สมรส
- สิทธิรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
- สิทธิทางกฎหมายในการเลี้ยงดูบุตรร่วมกัน
- สิทธิในการจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส
- คู่สมรสต่างชาติสามารถขอวีซ่าและสิทธิพำนักในไทยได้ง่ายขึ้น
- สถานะการสมรสได้รับการรับรองในประเทศที่ยอมรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
⚠️ หมายเหตุสำคัญ: กฎหมายอื่นๆ ที่กำหนดสิทธิของ "สามี-ภริยา" ไว้แตกต่างออกไป หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบต้องทบทวนและเสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ ป.พ.พ. ฉบับใหม่บังคับใช้ สิทธิบางส่วนจึงอาจยังไม่มีผลในทันที
ไทม์ไลน์สำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียม
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 21 ธ.ค. 2566 | สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมวาระแรก |
| 18 มิ.ย. 2567 | วุฒิสภาให้ความเห็นชอบร่างกฎหมาย |
| 24 ก.ย. 2567 | ราชกิจจานุเบกษาประกาศ พ.ร.บ. แก้ไข ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 |
| 23 ม.ค. 2568 | กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ |
ผลเชิงบวกของกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย
ความเท่าเทียมทางกฎหมาย
กฎหมายสมรสเท่าเทียมทำให้คู่รักเพศเดียวกันได้รับสิทธิและความคุ้มครองทางกฎหมายเช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ ลดความเหลื่อมล้ำที่เคยมีมาอย่างยาวนานผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับงานแต่งงานของคู่รัก LGBTQ+ จากทั่วโลก ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดงาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ
การผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และทำให้ไทยเป็น ประเทศแรกในอาเซียน ที่ประกาศใช้กฎหมายลักษณะนี้อย่างเป็นทางการการคุ้มครองเด็กและเยาวชน
การยกอายุขั้นต่ำการสมรสเป็น 18 ปี ช่วยป้องกันการแต่งงานในวัยเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญความท้าทายหลังประกาศใช้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม
แม้กฎหมายจะผ่านแล้ว แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องติดตามต่อเนื่อง- การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — กฎหมายหลายฉบับที่ยังระบุคำว่า "สามี-ภริยา" จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกัน เช่น กฎหมายสวัสดิการสังคม ภาษี และประกันสังคม
- การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ — เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องได้รับการอบรมเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างถูกต้องและเท่าเทียม
- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติทางสังคม — กฎหมายเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว แต่ทัศนคติทางสังคมต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม (FAQ)
- Q: พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้วันไหน?
- A: มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป
- Q: ใครบ้างที่สามารถจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายใหม่ได้?
- A: บุคคลสองคนไม่ว่าจะมีเพศใด สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมายไทย รวมถึงคู่รักที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติด้วย
- Q: คู่สมรส LGBTQ+ รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้หรือไม่?
- A: ได้ กฎหมายสมรสเท่าเทียมรับรองสิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกันเช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ
- Q: ต้องจดทะเบียนสมรสที่ไหน?
- A: จดทะเบียนได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ หรือสถานทูตไทยในต่างประเทศ
- Q: อายุขั้นต่ำในการสมรสตามกฎหมายใหม่คือเท่าไร?
- A: 18 ปีบริบูรณ์ (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 17 ปี)
- Q: สิทธิทั้งหมดมีผลทันทีหรือไม่?
- A: สิทธิตาม ป.พ.พ. มีผลทันที แต่สิทธิตามกฎหมายอื่นๆ ที่ยังใช้คำว่า "สามี-ภริยา" อยู่ อาจต้องรอการแก้ไขกฎหมายนั้นๆ เพิ่มเติมภายใน 180 วัน
อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
แหล่งอ้างอิง: iLaw (ilaw.or.th), ราชกิจจานุเบกษา, คณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม คือหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์กฎหมายไทยและสิทธิมนุษยชนในอาเซียน การแก้ไข ป.พ.พ. ฉบับที่ 24 เปิดทางให้บุคคลทุกเพศมีสิทธิจดทะเบียนสมรส รับบุตรบุญธรรม และได้รับสิทธิคู่สมรสอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การผ่านกฎหมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความเท่าเทียมที่แท้จริงต้องอาศัยการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมอย่างต่อเนื่อง
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบแล้ว
ตรวจสอบลิงก์และความเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของบทความเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 แหล่งอ้างอิงเหล่านี้รองรับเฉพาะขอบเขตที่ระบุในเอกสารต้นทาง และไม่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือบริการเฉพาะบุคคล
- ราชกิจจานุเบกษา: พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สมรสเท่าเทียม) เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569
- ศาลยุติธรรม/ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม: วันบังคับใช้สมรสเท่าเทียม เข้าถึงเมื่อ 13 สิงหาคม 2569