ฝีดาษลิง (Mokeypox) ในประเทศไทย – โลก

จำนวนผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในประเทศไทย
(อัพเดทวันที่ 16 กันยายน 2565)
8

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ “ฝีดาษลิง” เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แนะนำให้กระทรวงสาธารณสุขในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันโรคอย่างเข้มงวด เราจึงต้องทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้มาก ทั้งการป้องกันและการสังเกตอาการ วันนี้ทาง Lovefoundation ได้รวบรวมข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับผีดาษลิงในประเทศไทย มาอัพเดทให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อจะได้ทันเหตุการณ์ปัจจุบัน

เนื้อหาที่น่าสนใจ ซ่อน

___________________________________________________

16 กันยายน 2565 – “ฝีดาษลิงรายที่ 8” ชายไทยอายุ 23 ปี กลับจากกาตาร์

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสถาบันบำราศนราดูร ตรวจพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร เป็นชายไทย อายุ 23 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ไปประกอบอาชีพให้บริการที่ประเทศกาตาร์ จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นพบว่า มีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีตุ่มบริเวณหลังลักษณะคล้ายสิว และเริ่มมีอาการป่วย เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2565

  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง
  • มีผื่นบริเวณฝ่ามือข้างขวา นิ้วกลางข้างซ้าย ใต้รักแร้ซ้าย แขนซ้าย หลัง ก้นและทวาร

**โดยรวมตุ่มแผลประมาณ 15 ตุ่ม**

ผู้ป่วยเดินทางกลับจากประเทศกาตาร์ถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2565 หลังจากเดินทางเข้าประเทศไทยมีประวัติสัมผัสเพื่อนชาวไทย 2 คน โดยคนแรก ผู้ป่วยไปเก็บของที่ห้องของเพื่อน รับประทานอาหารร่วมกัน และเข้าใช้ห้องน้ำที่ห้องเพื่อน และคนที่สอง ผู้ป่วยนำกระเป๋าไปฝากเพื่อนโดยไม่ได้เข้าไปในห้องเพื่อน ซึ่งเพื่อนทั้งสองคนไม่ได้สัมผัสผิวหนังหรือบริเวณที่มีตุ่มแผล และวันที่ 14 ก.ย. 2565 จึงเข้าไปตรวจที่สถาบันบำราศนราดูร แพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของสถาบันบำราศนราดูร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ “ผลพบเชื้อฝีดาษลิง”

“สรุปได้ว่าผู้ป่วยรายดังกล่าว มีอาการตั้งแต่อยู่ที่ต่างประเทศและในขณะเดินทางผู้ป่วยแสดงอาการป่วยแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่มีประวัติการเดินทางไปที่ชุมชน/เข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนพลุกพล่าน หลังพบอาการต้องสงสัยจึงเข้าพบแพทย์ในทันที”

ขอบคุณข้อมูล : mgronline, pptvhd36

___________________________________________________

13 กันยายน 2565 – สหรัฐพบผู้เสียชีวิต “รายแรก” ในลอสแองเจลิส

กรมสาธารณสุข นครลอสแองเจลิส พร้อมด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention, CDC) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 ตามเวลาท้องถิ่น ว่า พบผู้อาศัยอยู่ในนครลอสแองเจลิส เสียชีวิตจากการติดเชื้อฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นรายแรก

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง และได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพื่อเป็นการรักษาความลับ และรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้เสียชีวิต

ดร.วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ ศาลตราจารย์ประจำหน่วยโรคระบาด ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ (Vanderbilt University Medical Center) ให้ข้อมูลกับซีเอ็นเอ็นว่า ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทำให้ไม่สามารถจัดการกับไวรัสที่เข้ามาในร่างกายได้ เมื่อไวรัสมีการเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายไปยังระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย จะนำไปสู่การทำงานที่ผิดปกติได้

ขอบคุณข้อมูล : prachachat, news.ch7

___________________________________________________

28 สิงหาคม 2565 – พบผู้ป่วย “ฝีดาษลิง” รายที่ 7 มีไข้-ตุ่มหนอง ประวัติใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง

วันนี้ (28 สิงหาคม 2565) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสถาบันบำราศนราดูร ว่าพบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานรรายที่ 7 เป็นเพศหญิง อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จึงมอบหมายให้ทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค กองระบาดวิทยา ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยา สถาบันบำราศนราดูร ดำเนินการสอบสวนโรคในวันที่ 27 สิงหาคม 2565

จากการสอบถามประวัติของผู้ป่วย เป็นเพศหญิงสัญชาติไทย อายุ 37 ปี มีโรคประจำตัว อาศัยอยู่บ้านคนเดียวที่กรุงเทพฯ ไม่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ และไม่ได้ไปประเทศที่มีการระบาด พบประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชายต่างชาติผิวสีก่อนมีอาการป่วย ซึ่งจากการสอบสวนโรคและเวชระเบียนของสถาบันบำราศนราดูรพบว่า

ในระยะ 3 สัปดาห์ก่อนป่วย ไปเที่ยวย่านบันเทิงที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ 

  • วันที่ 20 ส.ค. 65 ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ต่ำๆ 
  • วันที่ 21 ส.ค. 65 เริ่มมีตุ่มเหมือนหนองขนาดเล็กบริเวณทวารหนัก
  • วันที่ 22 ส.ค. 65 เริ่มมีตุ่มหนองลักษณะเดียวกันผุดมากขึ้น อาการเป็นมากขึ้น

ผู้ป่วยจึงเข้ารับการรักษาในสถาบันบำราศนราดูร  ต่อมาวันที่ 26 ส.ค. 65 แพทย์ทำการ เก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการจากเลือด ตุ่มหนอง และลำคอ ด้วยวิธีการ (Real-time PCR) ผล พบเชื้อไวรัสฝีดาษลิง ในทุกสิ่งส่งตรวจ 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวมีประวัติไปเยี่ยมญาติสูงอายุ ทำให้มีผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 3 ราย จึงกำชับให้หน่วยงาน ในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ติดตามเฝ้าระวังอาการผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงทั้ง 3 รายอย่างใกล้ชิด ซึ่งวันที่สัมผัสผู้ป่วยวันสุดท้ายคือวันที่ 21 ส.ค. 65 และจะครบกำหนดระยะเฝ้าระวังในวันที่ 11 ก.ย. 65

ขอบคุณข้อมูล : pptvhd36

___________________________________________________

26 สิงหาคม 2565 – สธ. ยืนยัน ไทยพบผู้ป่วย “ฝีดาษลิง” รายที่ 6 เป็นหญิงไทย เพิ่งกลับจากกาตาร์

กรมควบคุมโรค เผยพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงยืนยันรายที่ 6 เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย ประกอบอาชีพพนักงานนวดแผนไทย เดินทางกลับจากประเทศกาตาร์ มาประเทศไทยตรวจพบเชื้อฝีดาษลิง ที่โรงพยาบาลในจังหวัดมหาสารคาม

วันนี้ (26 ส.ค.) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 65 ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ว่าพบผู้ติดเชื้อยืนยันโรคฝีดาษลิง เป็นเพศหญิง อายุ 21 ปี สัญชาติไทย ไปประกอบอาชีพพนักงานนวดแผนไทยที่ประเทศกาตาร์

  • วันที่ 10 ส.ค. 65 เริ่มมีตุ่มขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ
  • วันที่ 21 ส.ค. 65 เดินทางกลับมาประเทศไทย และเดินทางกลับบ้านที่ จ.มหาสารคาม
  • วันที่ 22 ส.ค. 65 เข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย พบว่ามีตุ่มน้ำใส และอาการป่วยเข้าได้กับนิยามผู้ป่วยสงสัยฝีดาษลิง จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจ
  • วันที่ 24 ส.ค. 65 ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโรคฝีดาษลิง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

และจากการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด พบผู้สัมผัสจำนวน 28 คน แบ่งเป็นเสี่ยงสูง 4 คน และเสี่ยงต่ำ 24 คน และให้ผู้สัมผัสทุกคนสังเกตอาการตนเอง

“สรุปได้ว่าผู้ป่วยรายดังกล่าว มีอาการตั้งแต่อยู่ที่ต่างประเทศ ขณะเดินทางผู้ป่วยแสดงอาการผื่นเพียงเล็กน้อย และอยู่ในร่มผ้า อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินทางผู้ป่วยมีการป้องกันตนเอง โดยการสวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างจากผู้โดยสารคนอื่นๆ ผู้ป่วยรายนี้นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 6 ของประเทศไทย”

ขอบคุณข้อมูล : pptvhd36

___________________________________________________

23 สิงหาคม 2565 – “วชิรพยาบาล” ประกาศผู้ป่วยฝีดาษลิง กทม.รายแรก พ้นระยะแพร่เชื้อ-ออกจาก รพ.แล้ว

คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลออกประกาศ ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของกรุงเทพมหานครหายป่วย พ้นระยะแพร่เชื้อ ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ได้ลงนามออกประกาศ รายงาน กรณีผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 2 โดยระบุว่า

ตามที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้รายงานกรณีผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกของกรุงเทพมหานครไปแล้วเมื่อ 28 กรกฎาคมนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยไว้หอผู้ป่วยแยกโรค และให้การดูแลตามมาตรฐาน ซึ่งผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

โดยปัจจุบัน ทุกรอยโรคได้ตกสะเก็ดและหลุดทั้งหมด ผิวหนังปกติ พ้นระยะแพร่เชื้อแล้ว แพทย์จึงพิจารณาจำหน่ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาล ในวันที่ 22 สิงหาคม เรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณข้อมูล : mgronline

___________________________________________________

22 สิงหาคม 2565 – รายแรก! ป่วย “ฝีดาษลิง-โควิด-HIV” พร้อมกัน เหตุมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน

อิตาลี พบชายป่วย 3 ไวรัส พร้อมกัน คือ

  • ฝีดาษลิง
  • โควิด-19
  • HIV-1

ข้อมูลจาก วารสารวิชาการ Journal of Infection ที่มีการรายงานเคสของผู้ป่วยฝีดาษลิงคนหนึ่ง ที่มีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศสเปน ขณะที่อยู่ที่นั่นได้มีกิจกรรมทางเพศแบบชายรักชาย แบบไม่ป้องกัน โดยชายคนนี้ มีอาการนำประกอบด้วย ไข้ อ่อนเพลีย เจ็บคอ ปวดศีรษะ และต่อมน้ำเหลืองโต ตรวจพบเชื้อโควิด-19 หลังจากนั้นผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมีอาการ ตุ่มหนองบนร่างกายบริเวณ แขน ลำตัว ฝ่ามือ นิ้ว ขา สะโพก

ผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการที่โรงพยาบาลยืนยันว่าผู้ป่วยรายนี้มีเชื้อฝีดาษลิง สายพันธุ์ที่ระบาดในสเปน ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ BA.5.1 และยังมีเชื้อ HIV-1 อยู่ในร่างกาย ด้วย อาจเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยรับเชื้อ HIV มาก่อนหน้านี้ไม่นาน และไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีเชื้ออยู่

สำหรับผู้ที่อาจสงสัยว่า “โควิด” กับ “ฝีดาษลิง” จะผสมกันเป็นไวรัสตัวใหม่ได้หรือไม่ ต้องตอบว่า เป็นไปไม่ได้แน่นอนโควิดเป็นไวรัสที่มี “RNA” เป็นสารพันธุกรรม แต่ ฝีดาษลิงเป็น “DNA”

ดังนั้น ไวรัสสองชนิดนี้ จึงไม่น่าจะผสมกันได้”

ขอบคุณข้อมูล : อีจัน ,thaipbs

___________________________________________________

17 สิงหาคม 2565 – กรมควบคุมโรค ย้ำ ถุงยาง ป้องกันโรคฝีดาษลิงไม่ได้!

วันนี้ (17 ส.ค.65) กรมควบคุมโรค เผยแพร่ข้อมูลเป็นอินโฟกราฟิกเรื่อง “หยุดพฤติกรรมเสี่ยงฝีดาษวานร โดยระบุว่า หยุดมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จัก / คู่นอนหลายคู่ แม้การใส่ถุงยางอนามัยจะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่! ไม่สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้ เพราะการสัมผัสชิดเนื้อแนบเนื้อก็สามารถติดเชื้อได้

ทั้งนี้ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวระหว่างแถลงยืนยันผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 5 เมื่อวันที่ 15 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ว่า โรคฝีดาษวานรไม่ได้ติดต่อง่ายหรือมีความรุนแรง ส่วนใหญ่เชื้ออยู่ที่ตุ่มหนองบริเวณผิวหนังของผู้ป่วย จึงอยากแนะนำประชาชน รวมถึงผู้เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดโรคฝีดาษวานรหรือพำนักอาศัยที่ต่างประเทศ ให้ป้องกันตัวจากโรคฝีดาษวานร ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดโอกาสการสัมผัสละอองน้ำลาย น้ำมูกของผู้ป่วย หรือสัตว์ติดเชื้อ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของร่างกาย ไม่สัมผัสแนบชิด ไม่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จัก

ขอบคุณข้อมูล : กรมควบคุมโรค , อีจัน

___________________________________________________

15 สิงหาคม 2565 – WHO เปลี่ยนชื่อฝีดาษลิง เป็น เคลด (Clade) 

สำนักข่าวซินหัว รายงาน องค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ (12 ส.ค.) ประกาศชื่อใหม่ของเชื้อไวรัสฝีดาษลิงชนิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงการดูหมิ่นทางวัฒนธรรมหรือสังคม

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้กำหนด ชื่อใหม่ ให้กับสายพันธุ์หลัก 2 สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสฝีดาษลิง 

  • โดยสายพันธุ์ที่ราบลุ่มคองโก มีชื่อใหม่ว่า >>> สายพันธุ์เคลด 1 (Clade I)
  • สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก มีชื่อใหม่ว่า >>> สายพันธุ์เคลด 2 (Clade II)
    • โดยสายพันธุ์เคลด 2 (Clade II) ยังแบ่งย่อยออกมาเป็น 2 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่
      • สายพันธุ์ 2 เอ (IIa)
      • สายพันธุ์ 2 บี (IIb)

***ซึ่งสายพันธุ์ 2 บี คือกลุ่มสายพันธุ์หลักที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลกในขณะนี้***

องค์การฯ ระบุว่าชื่อใหม่เหล่านี้ควรถูกปรับใช้ทันที ส่วนเชื้อไวรัสฯ ที่ค้นพบใหม่ โรคที่เกี่ยวข้อง และเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์ย่อยต่างๆ ควรถูกตั้งชื่อที่หลีกเลี่ยงการดูหมิ่นทางวัฒนธรรม สังคม ชาติ ภูมิภาค อาชีพ หรือชาติพันธุ์ และลดผลกระทบเชิงลบต่อการค้า การเดินทาง การท่องเที่ยว หรือสวัสดิภาพสัตว์ให้เหลือน้อยที่สุด

ขอบคุณข้อมูล : chiangmainews

___________________________________________________

15 สิงหาคม 2565 – พบฝีดาษลิงรายที่ 5 หญิงวัย 25 ปี ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ประเทศไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิงรายที่ 5 เป็นผู้หญิงไทย อายุ 25 ปี ไปอยู่ต่างประเทศและมีอาการป่วยที่ต่างประเทศและเดินทางกลับมาจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้ามาถึงไทยวันที่ 14 ส.ค. เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีระบบคัดกรอง ตรวจและสังเกตอาการ พบเข้าข่ายสงสัย เนื่องจากดูมีอาการเหมือนไม่ค่อยสบาย พอเข้าไปสอบถามก็สังเกตเห็นตุ่ม จากการซักประวัติก็ให้ความร่วมมือดี จึงนำมารับการตรวจวินิจฉัยใน รพ. ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเป็นฝีดาษลิง เข้าสู่การรักษาตามระบบปกติ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนประวัติตามระบบ เบื้องต้นมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ เนื่องจากอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว ซึ่งจุดที่มีคนต่างชาติไปรวมตัวกันถือว่าเป็นจุดที่มีการระบาด โดยเฉพาะตะวันออกกลางเป็นชุมทางที่คนทั่วโลกมารวมกันถือเป็นจุดเสี่ยง รวมถึงประเทศไทยมีคนต่างชาติเดินทางเข้าออกเยอะพอสมควร แต่โรคนี้ไม่ได้ติดต่อง่ายหรือทางหายใจเป็นหลัก การติดต่อคือสัมผัสใกล้ชิดจริงๆ ถ้าเราใช้ชีวิตปกติก็ไม่ต้องกังวลไป

ขอบคุณข้อมูล : springnews

___________________________________________________

5 สิงหาคม 2565 – ยืนยันฝีดาษลิงรายที่ 4 มีประวัติเสี่ยงไปเที่ยวสถานบันเทิง

อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2565 ว่า กรมควบคุมโรคได้รับรายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร รายที่ 4 ของประเทศไทย เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี มีประวัติเสี่ยงไปเที่ยวสถานบันเทิง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ย่านที่ชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวเป็นประจำประมาณสัปดาห์ละครั้ง และมีการสัมผัสใกล้ชิดกับชายชาวต่างชาติ โดยผู้ป่วยเริ่มมีไข้ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 2565 แต่ยังไปเที่ยวสถานบันเทิงพร้อมเพื่อนชาวไทย และชาวต่างชาติ 

วันที่ 30 ก.ค. 2565 เริ่มมีตุ่มขึ้นที่แขน ขา และลามไปทั่วร่างกายรวมถึงอวัยะเพศ วันที่ 3 ส.ค. 2565 จึงเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. และห้องปฏิบัติการที่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันพบเชื้อฝีดาษวานร (Monkeypox virus) วันที่ 4 ส.ค. 2565 ก่อนส่งตัวผู้ป่วยมารับการดูแลรักษาต่อที่สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค

ขอบคุณข้อมูล : thecoverage

___________________________________________________

3 สิงหาคม 2565 – ยืนยันฝีดาษลิงรายที่ 3  เดินทางเข้าไทยที่จ.ภูเก็ต

กรมควบคุมโรคเผยพบผู้ป่วยฝีดาษวานร ยืนยันรายที่ 3  เดินทางเข้าไทยที่จ.ภูเก็ต  เบื้องต้นยังไม่พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง  ส่วนเรื่องวัคซีนป้องกัน คาดเข้ามาไม่เกิน ส.ค.นี้  ขณะที่คกก.สร้างเสริมภูมิคุ้มกันฯ กำหนด 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มแรก ไม่มีประวัติติดเชื้อ แต่มีความเสี่ยงสูง  เช่น บุคลากรทางการแพทย์ฯ จนท.ห้องแล็บ  และกลุ่มสองมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยฝีดาษลิง  ขณะที่กรมการแพทย์เผยพบผู้ป่วยต้องรับรักษาใน รพ.ทุกราย

ยืนยันในรายที่ 3 เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 25 ปี สัญชาติเยอรมนี เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 18 ก.ค.65 ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดกำลังจะรายงานไทม์ไลน์ผู้ป่วยมาให้กรมควบคุมโรค โดยเบื้องต้น ผู้ป่วยรายดังกล่าวเมื่อเข้ามาถึงไทยไม่นานก็เริ่มมีอาการ จึงคาดว่า น่าจะติดเชื้อจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ผู้ป่วยให้ประวัติว่าเดินทางมาเที่ยวในไทย เคยไปๆมาๆ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด กลุ่มเสี่ยงเพื่อคัดกรองโรคฝีดาษลิง ซึ่งเบื้องต้นผลยังไม่พบผู้ติดเชื้อในผู้สัมผัส แต่ตามแนวทางจะต้องให้สังเกตอาการ 21 วัน โดยสามารถไปไหนมาไหนได้โดยระวังการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น

ขอบคุณข้อมูล : thaich8

___________________________________________________

28 กรกฎาคม 2565 – พบฝีดาษลิงรายที่ 2 ในกรุงเทพฯ สปคม.เร่งสอบโรค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากอธิบดีกรมควบคุมโรค ว่า วันนี้ สธ.โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ยืนยันผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 จากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพมหานคร เป็นชายไทย อายุ 47 ปี มีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับชายชาวต่างชาติ มีอาการสงสัยป่วย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 จากนั้น 2 วัน เริ่มมีไข้ ปวดตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต และ 1 สัปดาห์ต่อมา มีผื่นที่อวัยวะเพศ ลำตัว หน้า แขนขา จึงไปตรวจที่ รพ. ขณะนี้ รับไว้ใน รพ.และติดตามผู้สัมผัสมาตรวจและเฝ้าสังเกตอาการต่อให้ครบ 21 วัน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับชายรายดังกล่าว มีประวัติอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งทางสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปสอบสวนโรคแล้วพบว่ามีผู้สัมผัสร่วมบ้าน 10 ราย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจหาเชื้อ และให้สังเกตอาการ 21 วัน อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรคกำลังเร่งหาผู้สัมผัสรายอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ หากประชาชนที่มีสงสัยว่าตนเองมีอาการป่วยเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง สามารถติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการตรวจหาเชื้อได้

ขอบคุณข้อมูล : matichon

___________________________________________________

21 กรกฎาคม 2565 – กรมควบคุมโรคยืนยันพบ “ฝีดาษลิง” รายแรกในไทย

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยพบผู้ป่วยฝีดาษลิง รายแรกในไทยแล้ว โผล่ภูเก็ตเป็นชายชาวไนจีเรีย ล่าสุดวันนี้ 21 ก.ค. ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต พบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษลิง จึงส่งทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค (JIT) กองระบาดวิทยาและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่สอบสวนโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2565 พบว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าว เป็นเพศชาย สัญชาติไนจีเรีย อายุ 27 ปี มีประวัติเดินทางมาจากประเทศไนจีเรีย

ผลสรุปว่า เป็นผู้ป่วยยืนยันฝีดาษลิง ที่พบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยได้ประสานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต เพื่อมอบหมายเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อดำเนินการติดตามและค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมพร้อมประเมินความเสี่ยงของการแพร่เชื้อในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มข้น

ขอบคุณข้อมูล : thainewsonline

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อทำให้คุณพบกับความแตกต่างจากผู้ใช้อื่น ๆ ของเว็บไซต์ของเรา Cookies policy ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์ ที่ดีเมื่อคุณติดตามเนื้อหาในเว็บไซต์ของเราและยังช่วยให้เราในการปรับปรุงเว็บไซต์ของเราอย่างต่อเนื่อง เมื่อคุณใช้งานเว็บไซต์ของเรา ถือว่าคุณได้ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Cookie settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า