Web Analytics

ไวรัสตับอักเสบบี ต้องป้องกันดีกว่ารักษา

June 10, 2019

ไวรัสตับอักเสบบี นับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญไม่ใช่แค่ในระดับประเทศไทย ทว่า ขยายรุกลามไปถึงเพื่อนบ้านใน AEC ทั้งหมดอีกด้วย โดยล่าสุดมีประชากรไทยในปัจจุบันถึงประมาณร้อยละ 3 ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ในร่างกาย

สาเหตุของไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบีสามารถถ่ายทอดผ่านทางเลือด จากแม่สู่ลูก และการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ปัญหาหลักของผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีคือ ไม่รู้ตัวว่าเป็น หรือตนเองมีพาหะของเชื้อซึ่งสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ เนื่องจากส่วนน้อยจะแสดงอาการ และปัญหาของผู้ป่วยที่ไม่รู้ตัวนี่เอง เมื่อไปพบแพทย์ด้วยอาการโรคอื่น หากได้รับยาประเภทสเตียรอยด์จะมีฤทธิ์ไปกดภูมิร่างกาย และเมื่อหยุดยา โรคไวรัสตับอักเสบบีก็จะมีความรุนแรงของโรคมากขึ้น

**ไวรัสตับอักเสบบีไม่ติดต่อกันผ่านทางน้ำลายหรือการจูบ**

อาการของโรค

อาการเริ่มแรกของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี คือ ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะเหลือง มีอาการคลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลียผิดปกติ ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสแบบเฉียบพลันส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อเรื้อรัง บางคนอาจจะไม่แสดงอาการเลย หรือบางคนไวรัสอาจจะทำลายตับหรือแพร่กระจายอยู่ในตับเป็นเวลานาน กว่าจะแสดงอาการ ขึ้นอยู่กับร่างกายและสภาพแวดล้อมของแต่ละคน ซึ่งจำนวนไวรัสที่มีมากในตับจะก่อให้เกิดโรคตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

วิธีการรักษา

การรักษามี 2 วิธี ได้แก่

  • การฉีดยา เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน ฉีดเข้าใต้ผิวหนังอาทิตย์ละครั้ง และฉีดต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี
  • การกินยา เพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสและการแพร่กระจายของเชื้อ

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ฉีดวัคซีนป้องกัน ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยหรือหากมีเพศสัมพันธ์ให้ป้องกันด้วยถุงยางอนามัยหรือยาเพร็พ (PrEP) เสมอ หากผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาตั้งแต่ต้น โอกาสเป็นโรคตับแข็งก็ลดลงหรือสามารถหายจากอาการตับแข็งได้ และยังลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งตับอีกด้วย

    ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

Shared :