Web Analytics

ติดหนองในเสี่ยงต่อเอชไอวีเพิ่มขึ้น 4 เท่า!

April 21, 2019

"หนองใน" เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากเป็นอันดับต้นๆ ของบรรดาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด และยังคงมีอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจก่อให้เกิดการติดต่อของเชื้อเอชไอวีได้ง่ายมากขึ้นด้วย รวมทั้งยังง่ายต่อการแพร่ระบาดของเชื้อเช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้ หนองในมีจำนวนของการเกิดโรคเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ได้แก่

  1. ความง่ายในการเข้าถึงผู้ที่ให้บริการทางเพศ การเปลี่ยนแปลงลักษณะของการติดต่อสื่อสารจากบริการทางตรง มาเป็นการบริการแอบแฝง มีการขายบริการทางเพศอย่างอิสระ เกิดปัญหาเรื่องโสเภณีเด็กและวัยรุ่นจำนวนมาก และยุคนี้ยังเป็นสังคมแห่งการออนไลน์ การพูดคุยผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในมือถือ ทำให้นัดเจอกันง่าย จึงทำให้การควบคุมและป้องกันเป็นไปได้ยาก
  2. พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะเลือกมีเพศสัมพันธ์กับผู้ให้บริการทางเพศแล้ว ยังมีการเปลี่ยนคู่นอนทั่วไปจากแหล่งสถานบันเทิงหรือกลุ่มออนไลน์ต่างๆ ด้วยรสนิยมที่มีความต้องการลองประสบการณ์ใหม่ๆ
  3. วัยรุ่นหนุ่มสาวสมัยนี้มีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น เปลี่ยนคู่นอนมากขึ้น อีกทั้งยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันที่ถูกต้อง
  4. มีสื่อลามกจำนวนมาก มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งคนก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
  5. ทัศนคติของคนในสังคม กระแสวัตถุนิยม วัฒนธรรม และค่านิยมที่เอนเอียงไปเอาตามแบบตะวันตกมากยิ่งขึ้น
  6. การปฏิรูประบบสาธารณสุขที่มีการปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจของหน่วยงาน ทำให้หน่วยงานคลินิกกามโรคที่มีอยู่ทั่วประเทศต้องถูกปิดตัวลง ส่งผลให้บริการด้านป้องกันและรักษาที่เคยมีครอบคลุมลดลงไปด้วย

เรื่องต่างๆ ที่กล่าวถึงนี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้แนวโน้มการติดต่อของโรคทางเพศสัมพันธ์สูงขึ้น เนื่องจากโรคเหล่านี้เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ เป็นเรื่องธรรมชาติที่ยากจะควบคุมได้ ทั้งยังมีปัจจัยด้านอื่นๆ ที่ช่วยเสริมให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม เทคโนโลยีใหม่ๆ ไปจนถึงการเลียนแบบวัฒนธรรมตะวันตก ฉะนั้น การแพร่กระจายของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะเกิดขึ้นเวลาใด แต่ขึ้นอยู่กับเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมาเสียมากกว่า

อันตรายของหนองใน และความสัมพันธ์กับเชื้อเอชไอวี

โรคหนองใน เกิดจากเชื้อที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae

อาการในผู้ชาย ส่วนใหญ่หลังจากที่ได้รับเชื้อประมาณ 3-5 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีหนองขุ่นข้นไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด หากไม่รักษาและปล่อยทิ้งไว้ เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่อัณฑะ มีโอกาสที่จะทำให้เป็นหมันได้

อาการในผู้หญิง อาการที่แสดงออกมาให้เห็นเด่นชัด ได้แก่ มีตกขาวเป็นมูกหนอง ปวดท้องน้อย ปัสสาวะแสบขัด ซึ่งเชื้ออาจลุกลามไปถึงมดลูก จนทำให้เกิดการตั้งท้องนอกมดลูกได้

ในความเป็นจริงแล้วโรคหนองใน นั้นมีความสัมพันธ์กับโรคเอดส์ เป็นอย่างดี โดยผู้ป่วยหนองในมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อเอชไอวีได้ง่ายกว่าคนปกติ ซึ่งในขณะเดียวกัน ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม จะสามารถแพร่เชื้อนี้ให้กับผู้ที่สัมผัสได้มากกว่าผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีแต่ไม่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อีกทั้งยังพบว่าประมาณร้อยละ 77 ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหนองในจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อเอชไอวีได้ง่าย

วิธีป้องกันโรคหนองใน

  • ป้องกันโรคโดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เช่น การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง การร่วมเพศโดยไม่มีการสอดใส่ และการร่วมเพศระหว่างคู่นอนที่ไม่มีเชื้อทั้งคู่หรือคู่นอนประจำเท่านั้น ไม่สำส่อนทางเพศ
  • หมั่นรักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ

หากติดเชื้อหนองในแล้วควรดูแลตัวเองด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • งดกิจกรรมทางเพศทุกประเภท เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • ชวนแฟนหรือคู่นอนไปตรวจโรคอย่างด่วนที่สุด
  • รักษาอวัยวะเพศและบริเวณใกล้เคียงให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ
  • ไม่ควรซื้อยามารักษาเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้เป็นผู้ตรวจและรักษาเท่านั้น เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยาและรักษาไม่หาย
  • เดินทางไปตรวจตามนัดหมายทุกครั้งและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ผู้ชายไม่ควรรีดอวัยวะเพศเพื่อดูหนอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
  ขอบคุณข้อมูลจาก: Sanook

Shared :