ถาม ตอบ เกี่ยวกับเอชไอวี 

1.ดูวันเดือนปีหมดอายุหรือยัง ถ้าหมดอายุแล้วไม่ควรนำมาใช้
2.เลือกไซร์ตามขนาดของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยจะใส่ไซร์ 49 หรือ 52
3.เวลาฉีกซองถุงยางควรดันถุงยางลงมาอยู่ด้านใดด้านหนึ่งแล้วจึงฉีกไม่งั้นอาจฉีกโดนถุงยางขาดได้
4.ใส่ขณะอวัยวะเพศแข็งตัว โดยบีบปลายถุงเพื่อไล่ลมออกก่อนซึ่งการไล่ลมจะช่วยไม่ให้ถุงยางแตกและเป็น ที่ที่เก็บน้ำอสุจิ จากนั้นรูดให้สุดโคนอวัยวะเพศเพื่อจะได้ไม่หลุดขณะทำภารกิจ
5.ถ้าจะใช้สารหล่อลื่น ควรใช้สารหล่อลื่นที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และห้ามใช้วาสลีนเด็ดขาด เพราะจะทำให้ถุงยางแตกได้ง่ายขึ้น
6.เมื่อเสร็จภารกิจแล้วควรใช้กระดาษทิชชูพันรอบโคนอวัยวะเพศแล้วรูดถุงยาง จากส่วนโคนลงมา จากนั้นทิ้งลงถังขยะให้เรียบร้อย และทำความสะอาดอวัยวะเพศ
7.ไม่ควรเก็บถุงยางในที่อากาศร้อนเป็นเวลานาน หรือเก็บใส่กระเป๋าด้านหลังกางเกงเวลานั่งจะทับถุงยางอาจทำให้เกิดการฉีดขาดได้

ป้องกันโดยการสวมถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี ทุกครั้งกับทุกคน ซึ่งถุงยางอนามัยนั้นเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ปลอดภัยจากการได้รับเชื้อ

ควรมาตรวจหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว หนึ่งเดือนครับ

เสี่ยงครับ เพราะว่ามีการสอดใส่แล้วได้สัมผัสเชื้อจากสารคัดหลั่งแล้ว

ไม่เสี่ยงครับ เพราะว่าไม่ได้รับเชื้อเข้าโดยตรง

คลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกแห่ง ตรวจได้ฟรีปีละ 2 ครั้งเพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน

คนที่มีเชื้อ HIV ไม่ได้เป็นเอดส์ สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน เพียงแต่เชื้อ HIV เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ตามมา การดูแลรักษา HIV หากรับการรักษาและกินยาต่อเนื่องสม่ำเสมอก็จะไม่เป็นโรคเอดส์ สรุปคือ หากติดเชื้อ HIV มาควรเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไม่ไปสู่การเป็นโรคเอดส์

ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ไม่ติดครับ ถ้าเพียงแค่อยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน จับมือถูกเนื้อต้องตัวตามปกติ นอนเตียงเดียวกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ซักเสื้อผ้าร่วมกัน แค่นี้ไม่ติดครับ

อุจจาระและปัสสาวะมีปริมาณไวรัสที่น้อยมากจนไม่สามารถติดต่อกันได้

หากใช้ของมีคมร่วมกัน อาจมีโอกาสรับเชื้อได้จากแผลหรือเลือดออกเล็กน้อยที่อาจมองไม่เห็น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมร่วมกัน และควรหลีกเลี่ยงการติดต่อและสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้อ hiv

ควรรีบพบแพทย์ให้ไวที่สุด รู้เร็ว รักษาเร็ว สุขภาพแข็งแรง ชีวิตยืนยาว การรีบพบแพทย์จะทำให้เราเข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้นและเข้าถึงยาต้านไวรัสได้เร็วขึ้น – หากลุ่มช่วยเหลือด้านจิตใจ ทุกวันนี้มีหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยเหลือด้านจิตสังคมมากมาย อีกทั้งยังให้คำแนะนำเรื่องการเข้าถึงยาต้านไวรัส – ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเอชไอวีและการอยู่ร่วมกับเชื้อ การได้ทราบข้อมูลที่มีประโยชน์จะช่วยคลายกังวลได้มาก – ดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่รับเชื้อเพิ่ม ไม่แพร่เชื้อ อย่าลืมว่าผู้มีเชื้อคนอื่นอาจมีเชื้อดื้อยา หากรับเชื้อมาอาจทำให้เราดื้อยาต้านไวรัส หรือเราอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก็ได้ ดังนั้นต้องใช้ถุงยางทุกครั้งกับทุกคน

ไม่จริงครับ เนื่องจากถุงยางทำมาจากยางเมื่อยางกับยางเสียดสีกันนานจะทำให้แตกได้ ง่ายกว่า ดังนั้นการใส่เพียงชั้นเดียวอย่างถูกวิธีทุกครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมทั้งเอดส์ด้วย

ไม่ติดครับ เพราะโรคเอดส์ไม่ติดทางน้ำลาย และถ้าไม่ขนาดจูบกันจนเลือดกบปากกันทั้งคู่โอกาสก็ไม่มี

ไม่ติดครับ ถ้าคนทำไม่มีแผลในปากหรือคอ แต่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองใน ซิฟิลิส ฯลฯ

ไม่จริงครับ  เนื่องจากถุงยางทำมาจากยางเมื่อยางกับยางเสียดสีกันนานจะทำให้แตกได้ ง่ายกว่า ดังนั้นการใส่เพียงชั้นเดียวอย่างถูกวิธีทุกครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมทั้งเชื้อเอชไอวีด้วย

เอชไอวีสามารถตรวจได้ทันทีเลยครับ โดยไม่ต้องงดอาหารหรือน้ำดื่ม

โดยสามารถตรวจหลังเสี่ยงได้เร็วที่สุด 5-7 วันหรือตั้งแต่ 2 สัปดาห์

แต่หากอยากได้ผลที่แม่นยำมากขึ้นให้ตรวจที่ระยะเวลา 1 เดือนขึ้นไป

ถ้าคุณมีความเสี่ยงอยู่บ่อยครั้ง ควรไปตรวจอยู่เป็นประจำ หรือย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง

ควรรีบกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากสัมผัสความเสี่ยงมา ยิ่งกินเร็วเท่าไหร่ ยิ่งป้องกันการติดเชื้อได้มาก เมื่อเริ่มกินแล้ว ให้กินต่อเนื่องไปจนครบ 28 วัน ตรงเวลาทุกวัน

– ผู้มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย
– ถุงยางอนามัยฉีกขาด หรือหลุดออก ขณะ มีเพศสัมพันธ์
– ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ
– ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
– เจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ถูกเข็มทิ่มตำ มีดผ่าตัดบาด หรือสัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อ

กินยาให้ตรงต่อเวลาเป็นประจำทุกวันครับ
จนกว่าจะ ครบ 28 วัน จะช่วยให้ประสิทธิภาพของการป้องกันเชื้อเอชไอวีได้ผลดี

ไม่เหมือนกันครับ

HIV คือ เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิด โรคเอดส์ ซึ่งเชื้อไวรัส HIV และโรคเอดส์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคเอดส์เสมอไป

ยาเป๊ป (Post -Exposure Prophylaxis หรือ PEP)  ป้องกันก่อนเสี่ยง ก่อนสัมผัสเชื้อ คือ ยาฉุกเฉินที่ต้องทานหลังการได้สัมผัสหรือได้รับเชื้อ HIV ภายในเวลา 72 ชั่วโมง  สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV แต่พึ่งไปสัมผัสหรือรับเชื้อ HIV มา จำเป็นต้องกินยาให้เร็วที่สุดภายหลังการสัมผัสเชื้อจากภาวะเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ยาเป๊ปจะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของสารพันธุกรรมในเชื้อ และยับยั้งการกลายเป็นตัวไวรัสที่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันก่อนจะแพร่กระจายในร่างกายได้ การรับประทานยาชนิดนี้ จำเป็นต้องทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือน และต้องทานยาต้านไวรัสเหมือนกับผู้ติดเชื้อ HIV อาจมีผลข้างเคียงคือ ท้องเสีย ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน
ใครบ้างควรทานเป๊ป

  1. เมา มีเซ็กไม่รู้ตัว
  2. ถุงแตก
  3. ถุงหลุด

 

ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณของสารคัดหลั่งที่ออกมามีมากน้อยเพียงใด หรือเลือดหนึ่งหยดปริมาณของเชื้อและคุณภาพที่ด้อยกว่า เลือดที่ออกมาจำนวนมากๆ รวมทั้งสารคัดหลังที่ออกมาอยู่ในภายนอกแบบไหนมีส่วนผสมของสิ่งอื่นๆด้วย หรือไม่ อยู่ในสภาพร้อนแห้งหรือเย็น หรือเปื้อนผ้าที่แห้งแล้วเชื้อก็จะด้อยคุณภาพ

Previous

Next