Phone : +66 52-001-119 Email : team@lovefoundation.or.th

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    โรคติดเชื้อที่เกิดจากการสัมผัสทางเพศ เชื้อโรคจะติดต่อจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งโดยผ่านทางเลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งจากช่องคลอด หรือสารคัดหลั่งจากส่วนอื่นๆของร่างกาย ในบางกรณี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจติดต่อได้แม้จะไม่มีการสัมผัสทางเพศก็ตาม

สาเหตุของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้าง?

แบคทีเรีย 

  • โกโนเรีย หรือหนองในแท้
    โรคหนองในแท้จะติดต่อกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติดเชื้อ Neisseria Gonorrhoea อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางทวารหนัก ปาก หรือช่องคลอด โดยผู้ชายส่วนใหญ่ที่ติดโรคนี้จะแสดงอาการออกมาให้เห็น แต่บางคนจะมีอาการทันที เช่น รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ และอัณฑะอักเสบ ทั้งนี้ทั้งนั้น โรคหนองในแท้จะเกิดขึ้นพร้อมกับโรคหนองในเทียมเสมอ ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดพร้อมกันทั้งสองโรคได้
  • ซิฟิลิส
    โรคซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema Pallidum ผ่านการร่วมเพศทางทวารหนัก ปาก หรือช่องคลอด ซึ่งระยะของโรคซิฟิลิสมี 4 ขั้น ได้แก่ ระยะแรกที่ติดเชื้อ จะมีแผลขนาดเล็กที่อวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งหากไม่รีบรักษาให้หาย มันจะเข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจะกระจายไปตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย จากนั้นในระยะที่สาม โรคซิฟิลิสจะไม่แสดงอาการออกมาสักเท่าไร และหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้ว เมื่อถึงระยะสุดท้าย มันจะทำให้สมองติดเชื้อ หูหนวก และตาบอด
  • คลามัยเดีย หรือ หนองในเทียม
    โรคหนองในเทียมเป็นโรคติดต่อทางเพศที่พบมากที่สุดในโลก ซึ่งโอกาสที่จะติดโรคนี้เกิดขึ้นได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ทั้งทางปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก โดยบางคนที่ติดเชื้อดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแสดงอาการ ซึ่งอาการของโรคหนองในเทียมในเพศชายที่เห็นได้ชัดคือ รู้สึกเจ็บแสบอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ มีหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ และอัณฑะบวม อย่างไรก็ดี แม้พบว่าอาการต่าง ๆ หายไปแล้ว ก็ควรรีบรักษาให้หายขาด เพราะเชื้อโรคยังอยู่ในร่างกายและพร้อมจะกำเริบอยู่เสมอ

พยาธิ

  • ทริโคโมแนส (Trichomonas vaginalis)
    ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ติดโรคพยาธิไตรโคโมนีเอซิส โดยมากจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ เพราะมันจะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลยในช่วงแรก แต่ในรายที่แสดงอาการ จะรู้สึกคันหรือแสบบริเวณอวัยวะเพศ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ และทำให้เป็นโรคท่อปัสสาวะอักเสบด้วย

 ไวรัส

  • เอชไอวี/Human immunodeficiency virus/HIV
    มันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์นั่นเอง ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวีก็คือการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น ไม่สวมถุงยางอนามัย นอนกับคนที่ไม่ใช่คู่ของตน และเที่ยวสถานบริการ รวมถึงเด็กในครรภ์สามารถติดจากแม่ที่เป็นโรคดังกล่าวอยู่แล้วได้ โดยเชื้อดังกล่าวจะแสดงอาการระยะแรกหลังจากติดเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ คือผู้ป่วยจะมีไข้สูงหรือรู้สึกเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่มันจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น วัณโรค มะเร็ง และความจำเสื่อม เป็นต้น
  • เอชพีวี/Human papillomavirus/HPV
    เราเรียกไวรัสกลุ่มนี้ว่า Human papillomaviruses (HPVs) ซึ่งมีมากกว่าร้อยชนิดเนื่องจากเชื้อนี้บางชนิดอาจจะทำให้เกิดลักษณะเหมือนหูดจึงเรียกว่า papillomaviruses หูดนี้สามารถเกิดได้ที่มือและเท้า และยังเกิดที่คอ และอวัยวะเพศ หูดที่อวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งเกิดจากเชื้อ HPV ได้มากกว่าร้อยชนิด คนส่วนใหญ่ได้รับเชื้อหูดและไม่มีอาการและหายเองได้ แต่หูดบางชนิดสามารถอยู่ได้เป็นปีโดยที่ไม่เกิดอาการ และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง
  • เริมที่อวัยวะเพศ
    โรคที่เกิดจากเชื้อ Herpes Simplex Viruses ผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติดเชื้ออยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคดังกล่าว เพราะมันจะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลย อย่างไรก็ดี ผู้ชายมักจะพบตุ่มใส ๆ ขึ้นมากมายบริเวณต่าง ๆ เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ ก้น ถุงอัณฑะ ทวารหนัก ผิวหนังที่ขาอ่อน และภายในท่อปัสสาวะ รวมถึงโรคเริมที่ปากสามารถติดต่อด้วยการจูบได้ ทั้งนี้ โรคเริมเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ เพราะเชื้อของมันจะซ่อนในร่างกายและจะกำเริบขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ
  • ไวรัสตับอักเสบ บี
    โรคไวรัสตับอักเสบ บี เกิดจากเชื้อ Hepatitis B Virus ที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางและสัมผัสเลือดหรือของเหลวกับคนที่ติดเชื้ออยู่แล้ว ซึ่งอาการทั่วไปของโรคไวรัสตับอักเสบ บี คือ ผู้ป่วยจะเบื่ออาหาร มีไข้ต่ำ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ และทำให้เป็นโรคดีซ่านได้
  • ไวรัสตับอักเสบ ซี
    ไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นอาร์เอ็นเอไวรัส ที่เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของประชากรทั่วโลก โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ เลยจนกว่าจะมีการเสื่อมของตับมากๆ จึงเริ่มมีอาการอ่อนเพลียบ้าง ซึ่งตอนนั้นก็มักเกิด ตับแข็งแล้ว ซึ่งพบว่าประมาณ 20 ปี ราวร้อยละ 20 ของผู้ป่วยจะเกิดภาวะตับแข็งตับแข็ง รวมถึงอาจเกิดมะเร็งตับตามมาได้

วิธีป้องกันการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้าง?

  • ควรใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสติดโรค
  • ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่เคยรู้จัก หรือการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่รู้จักทางอินเทอร์เนต ในบาร์ หรือสถานที่เที่ยวต่างๆ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากในการติดโรค ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • การมีเพศสัมพันธ์กับคู่เพียงคนเดียวจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้

 

ที่มาของรูป : www.pinterest.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook.comwww.siamhealth.nethaamor.comwww.si.mahidol.ac.th

 

 

You are donating to : Love Foundation

How much would you like to donate?
$10 $20 $30
Would you like to make regular donations? I would like to make donation(s)
How many times would you like this to recur? (including this payment) *
Name *
Last Name *
Email *
Phone
Address
Additional Note
Loading...